
ทำไม ? ริมฝีปากหนัก ที่จะกล่าวอิสติฆฟาร
เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
หลายคนรู้สึกว่า “การกล่าวขออภัยโทษ เป็นเรื่องดี แต่กลับทำได้ยากทั้งที่ความผิดของเรามีมาก และทั้งที่ท่านนบี ﷺ ผู้ปราศจากบาปกลับกล่าวอิสติฆฟารในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ
มีรายงานทั้ง “มากกว่า 70 ครั้ง” และ “มากกว่า 100 ครั้ง” ตามสายรายงานต่าง ๆ สิ่งนี้ชี้ว่า อิสติฆฟารไม่ใช่เพียงคำพูด แต่เป็น “อิบาดะฮฺ” ที่ต้องมีหัวใจร่วมด้วย และหัวใจอาจถูกสิ่งต่าง ๆ ทำให้ “หนัก” จนไม่อยากกลับสู่พระผู้เป็นเจ้า
"อิสติฆฟาร" คือ คำสั่งชัดเจนจากอัลกุรอาน
อัลลอฮฺทรงสั่งให้บ่าวของพระองค์ขออภัยโทษอย่างชัดเจน เช่น
وَاسْتَغْفِرُوا رَبَّكُمْ ثُمَّ تُوبُوا إِلَيْهِ
“และพวกเจ้าจงขออภัยโทษต่อพระเจ้าของพวกเจ้า แล้วจงกลับเนื้อกลับตัวต่อพระองค์”
قُلْ يَا عِبَادِيَ الَّذِينَ أَسْرَفُوا عَلَى أَنْفُسِهِمْ لَا تَقْنَطُوا مِن رَّحْمَةِ اللَّهِ
“จงกล่าวเถิด โอ้บ่าวของข้า ผู้ที่ล่วงละเมิดต่อชีวิตตนเอง อย่าสิ้นหวังจากความเมตตาของอัลลอฮฺ”
โองการเหล่านี้ทำให้เห็นว่า “การกลับตัว” ไม่ใช่เรื่องของคนดีเท่านั้น แต่เป็น “ทางรอด” ของคนที่พลาดและเป็นประตูเมตตาที่เปิดอยู่เสมอ
หลักฐานจากหะดีษ: ท่านนบี ﷺ ขออภัยทุกวัน แม้ไร้บาป
มีหะดีษที่รายงานว่า ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
“โอ้ผู้คนเอ๋ย จงกลับตัวต่ออัลลอฮฺและขออภัยโทษต่อพระองค์ แท้จริงฉันขอกลับตัวต่อพระองค์วันละหนึ่งร้อยครั้ง”
และมีรายงานอีกสายว่า ท่านกล่าวอิสติฆฟารมากกว่า 70 ครั้งต่อวัน สาระสำคัญ หากผู้ไร้บาปยังไม่ละทิ้งอิสติฆฟาร แล้วผู้ที่ผิดพลาดบ่อยอย่างเราจะยิ่งต้องยึดมันให้แน่นกว่าเดิม
ทำไมเราจึงหนักที่จะกล่าวอิสติฆฟาร สาเหตุหลัก ๆ
หัวใจถูก คราบบาป ปกคลุม จนชา อัลกุรอานชี้ถึงสภาพหัวใจที่ถูกสิ่งปกคลุมไว้ว่า
كَلَّا بَلْ رَانَ عَلَىٰ قُلُوبِهِم مَّا كَانُوا يَكْسِبُونَ
“มิใช่เช่นนั้น แต่สิ่งที่พวกเขาเคยกระทำได้ก่อคราบคลุมหัวใจของพวกเขา”
นักวิชาการอธิบายความหมายของ “รอน (رَانَ)” ว่าเป็นเสมือน “คราบสนิม” ที่เกิดจากการฝ่าฝืนซ้ำ ๆ จนหัวใจไม่ไวต่อความจริง และไม่รู้สึกหนักกับความผิดเหมือนเดิม
มองบาปเล็กเป็นเรื่องเล็ก จนไม่เห็นความจำเป็นต้องขออภัย
นักวิชาการจำนวนมากเตือนว่า “ความพินาศไม่จำเป็นต้องมาจากบาปใหญ่เสมอไป” แต่เกิดจากการ “สะสมบาปเล็ก” ด้วยความชินชา แล้วไม่ขออภัย ไม่สำนึก
อิบนุ รอญับ อัลหัมบะลี อธิบายในแนวคิดเรื่อง “การคงอยู่บนบาป” ว่า บาปเล็กเมื่อทำซ้ำ ๆ และไม่สำนึก มันจะหนักขึ้นในผลลัพธ์ และทำให้หัวใจแข็งขึ้นเรื่อย
ชัยฏอนใช้ “ผัดวัน” และ “ทำให้ท้อ”
ชัยฏอนไม่จำเป็นต้องสั่งให้เราทำบาปตลอดเวลา แต่มันใช้สองประตูสำคัญ:
ผัดวัน: “เดี๋ยวค่อยขออภัย”
ทำให้ท้อ: “เธอบาปเยอะเกินไป อัลลอฮฺคงไม่ให้อภัย”
แต่อัลกุรอานปิดประตูความท้ออย่างชัดเจนด้วย “อย่าสิ้นหวังจากความเมตตา”
รู้จักอัลลอฮฺไม่ลึกพอ: ขาดทั้ง “ความหวัง” และ “ความเกรง”
นักวิชาการอย่าง อิบนุ อัลก็อยยิม อธิบายแนวทางการเดินสู่พระผู้เป็นเจ้าว่า หัวใจผู้ศรัทธาเดินด้วย “ความรัก-ความหวัง-ความเกรง” หากเสียสมดุล:
เกรงอย่างเดียว → หมดหวัง
หวังอย่างเดียว → ประมาท
ไม่รู้จักพระองค์ → ไม่อยากกลับ
เมื่อความรู้ต่ออัลลอฮฺ อ่อนลง อิสติฆฟารก็กลายเป็น “คำพูดเบา ๆ” ไม่ใช่ “การกลับใจจริง”
แล้วทำไมท่านนบี ﷺ ยังขออภัย ทั้งที่ไม่มีบาป ? นักวิชาการอธิบายเหตุผลสำคัญไว้หลายมุม เช่น
เป็นการอิบาดะฮฺและการยกระดับ : ต่อให้ไร้บาป แต่ท่านนบี ﷺ อยู่ในสถานะใกล้ชิดสูงยิ่ง และยิ่งใกล้ ยิ่งเห็นความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ ยิ่งรู้สึกว่า “สิทธิของพระองค์ยิ่งใหญ่” จึงขออภัยอย่างถ่อมตน
สอนอุมมะฮฺด้วยการปฏิบัติจริง : เพื่อให้เรารู้ว่า “อิสติฆฟารเป็นอาหารของหัวใจ” ไม่ใช่แค่ยาเมื่อป่วย
ขออภัยจากสิ่งที่อาจเป็น ‘ความบกพร่องในความสมบูรณ์’ : นักวิชาการบางท่านอธิบายว่า แม้ท่านนบี ﷺ ไม่มีบาป แต่ท่านยังขออภัยจาก “สิ่งที่ต่ำกว่าความสมบูรณ์ที่สุด” ในระดับสูงส่งของท่าน
ใจความ : อิสติฆฟารของท่านนบี ﷺ คือ “ยอดแห่งความถ่อมตน” ไม่ใช่เพราะท่านทำบาป
วิธีทำให้ลิ้นเบา และหัวใจอ่อนลง (แนวทางปฏิบัติ)
เริ่มจาก “ลิ้น” แล้วหัวใจจะตามมา กล่าวเป็นวรรคสั้น ๆ ให้สม่ำเสมอ เช่น أستغفرُ الله ทำหลังละหมาดฟัรฎูครั้งละ 10–33 ครั้ง แล้วค่อยเพิ่ม
ทำอิสติฆฟารพร้อม คิดตาม ก่อนกล่าว ให้นึก 10 วินาทีว่า เราผิดอะไร ลิ้น สายตา หัวใจ เวลา เราพลาดสิทธิของอัลลอฮฺอย่างไร แล้วกล่าวด้วยใจจริง แม้สั้น ๆ
รวม “อิสติฆฟาร + เตาบะฮฺ” นักวิชาการแยกให้เข้าใจง่ายว่า
อิสติฆฟาร : ขออภัยโทษ
เตาบะฮฺ : กลับตัวจริง หยุด-เสียใจ-ตั้งใจไม่กลับไปทำ-คืนสิทธิถ้าเกี่ยวคนอื่น
ดังนั้นอย่าให้การขออภัยเป็นแค่ “คำ” แต่ให้พาไปสู่ “การเลิก” ทีละขั้น เติมความหวังด้วยโองการแห่งเมตตา อ่านและทบทวนโองการ “อย่าสิ้นหวัง” บ่อย ๆ เพราะความหวังคือแรงให้กลับมา
“ริมฝีปากหนัก” ที่จะกล่าวอิสติฆฟาร มักไม่ใช่เพราะเราไม่รู้ว่ามันดี แต่เพราะหัวใจถูกทำให้ชา ถูกผัดวัน ถูกทำให้ท้อ และรู้จักอัลลอฮฺไม่ลึกพอ ขณะที่แบบอย่างของท่านนบี ﷺ สอนเราว่า อิสติฆฟารคือชีวิตของหัวใจ เป็นเส้นทางของความถ่อมตน และเป็นกุญแจเปิดประตูเมตตา
หากผู้ไร้บาปยังขออภัยวันละมากมาย แล้วผู้ที่พลาดบ่อยอย่างเรา ควรยึด “أستغفرُ الله” ให้เป็นลมหายใจของหัวใจ