ค่ำคืนคี่นับลัยละตุลก็อดร์อย่างไร เมื่อแต่ละประเทศเริ่มรอมฎอนไม่ตรงกัน
  จำนวนคนเข้าชม  68

ค่ำคืนคี่นับลัยละตุลก็อดร์อย่างไร เมื่อแต่ละประเทศเริ่มรอมฎอนไม่ตรงกัน

 

เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม 

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก 

 

     ลัยละตุลก็อดร์เป็นค่ำคืนอันประเสริฐที่อัลลอฮ์ทรงยกฐานะของมันไว้สูงยิ่ง และท่านนบี ﷺ ได้สั่งให้มุสลิมแสวงหามันในสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน โดยเฉพาะในคืนคี่ แต่เมื่อบางประเทศหรือบางพื้นที่เริ่มถือศีลอดไม่พร้อมกัน คำถามที่เกิดขึ้นคือ เราควรนับ “คืนคี่” ตามเกณฑ์ใด

 

หลักฐานจากอัลกุรอานเรื่องความประเสริฐของลัยละตุลก็อดร์

 

อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า

 

إِنَّا أَنْزَلْنَاهُ فِي لَيْلَةِ الْقَدْرِ ۝ وَمَا أَدْرَاكَ مَا لَيْلَةُ الْقَدْرِ ۝ لَيْلَةُ الْقَدْرِ خَيْرٌ مِنْ أَلْفِ شَهْرٍ ۝ تَنَزَّلُ الْمَلَائِكَةُ وَالرُّوحُ فِيهَا بِإِذْنِ رَبِّهِمْ مِنْ كُلِّ أَمْرٍ ۝ سَلَامٌ هِيَ حَتَّىٰ مَطْلَعِ الْفَجْرِ

 

     “แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาในคืนอัลก็อดร์ และอะไรเล่าจะทำให้เจ้ารู้ว่าคืนอัลก็อดร์คืออะไร

     คืนอัลก็อดร์นั้นดียิ่งกว่าหนึ่งพันเดือน บรรดามลาอิกะฮ์และอัรรูหฺได้ลงมาในคืนนั้น ด้วยอนุมัติแห่งพระเจ้าของพวกเขา

     สำหรับทุกกิจการ คืนนั้นเป็นความสันติ จนกระทั่งรุ่งอรุณ”

(สูเราะฮ์อัลก็อดร์ 97:1-5)

 

     อายะฮ์นี้ชี้ชัดว่าลัยละตุลก็อดร์อยู่ในเดือนรอมฎอน และเป็นคืนที่ประเสริฐอย่างยิ่ง มุสลิมจึงถูกส่งเสริมให้แสวงหาและเพิ่มพูนอิบาดะฮ์ในค่ำคืนดังกล่าว

 

หลักฐานจากหะดีษว่าให้แสวงหาในสิบคืนสุดท้าย และในคืนคี่

 

     มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ رضي الله عنها ว่า ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

 

تَحَرَّوْا لَيْلَةَ الْقَدْرِ فِي الْعَشْرِ الْأَوَاخِرِ مِنْ رَمَضَانَ

“พวกท่านจงแสวงหาลัยละตุลก็อดร์ในสิบคืนสุดท้ายของรอมฎอน”

(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ และ มุสลิม)

 

และในบางสำนวนระบุว่า

 

تَحَرَّوْهَا فِي الْوِتْرِ مِنَ الْعَشْرِ الْأَوَاخِرِ مِنْ رَمَضَانَ

“พวกท่านจงแสวงหามันในคืนคี่จากสิบคืนสุดท้ายของรอมฎอน”

(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ )

 

     ดังนั้น หลักใหญ่คือ ลัยละตุลก็อดร์ให้แสวงหาใน สิบคืนสุดท้าย และเน้นหนักเป็นพิเศษใน คืนคี่

     เมื่อต้นรอมฎอนไม่ตรงกัน จะนับคืนคี่อย่างไร ?

     คำตอบที่ถูกต้องคือ ให้นับตามการเริ่มรอมฎอนของพื้นที่หรือชุมชนที่เราอยู่และร่วมถือศีลอดด้วย

     กล่าวคือ หากประเทศหนึ่งเริ่มรอมฎอนวันศุกร์ อีกประเทศเริ่มวันเสาร์ คืนที่ 21 หรือ 23 ย่อมไม่ตรงกัน นี่เป็นผลจากการเริ่มเดือนต่างกัน และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามความแตกต่างในการเห็นจันทร์หรือการประกาศเข้าเดือน

     เหตุผลก็คือ ศาสนาให้มุสลิมดำเนินศาสนกิจร่วมกับญะมาอะฮ์ ไม่ใช่แยกนับกันเป็นรายบุคคล

 

หลักฐานจากหะดีษให้ยึดญะมาอะฮ์และการถือศีลอดของชุมชน

 

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

 

الصَّوْمُ يَوْمَ تَصُومُونَ، وَالْفِطْرُ يَوْمَ تُفْطِرُونَ، وَالْأَضْحَى يَوْمَ تُضَحُّونَ

“การถือศีลอดคือวันที่พวกท่านถือศีลอด การละศีลอดคือวันที่พวกท่านละศีลอด และวันอัฎฮาคือวันที่พวกท่านเชือดกุรบาน”

(บันทึกโดย อัตติรมีซีย์ )

 

     หะดีษนี้เป็นหลักสำคัญว่า เรื่องที่ผูกกับเดือนรอมฎอนและวันอีดนั้น ให้ยึดตาม คนส่วนใหญ่ของมุสลิมในพื้นที่ ไม่ใช่แยกออกไปถือเอาเกณฑ์เฉพาะตนจนทำให้เกิดความสับสน

 

คำอธิบายของอิมามอัตติรมิซีย์ رحمه الله

 

     ท่านกล่าวโดยสรุปความว่า ความหมายของหะดีษนี้ตามความเห็นของนักวิชาการ  ให้ถือศีลอดและละศีลอดร่วมกับญะมาอะฮ์และคนส่วนใหญ่

     กล่าวคือ ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องที่แต่ละคนจะตั้งระบบนับแยกจากชุมชน แต่ให้ผูกกับการปฏิบัติร่วมกันของมุสลิมในพื้นที่

 

เชคอุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ์ رحمه الله

 

     ท่านอธิบายว่า สิ่งที่ถูกต้องในเรื่องเดือนและการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับมัน คือให้ผู้คนดำเนินตามสิ่งที่ปรากฏแก่พวกเขา และสิ่งที่ชุมชนมุสลิมยึดถือร่วมกัน เพราะจุดมุ่งหมายของศาสนาคือการรวมใจและลดความขัดแย้ง

 

เชคอิบนุ อุษัยมีน رحمه الله

 

     ท่านอธิบายว่า ผู้ที่อยู่ในประเทศใด ก็ควรถือศีลอด ออกอีด และดำเนินบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับรอมฎอนตามประเทศหรือชุมชนที่เขาอยู่ร่วมด้วย เพราะความเป็นเอกภาพของมุสลิมในพื้นที่นั้นมีความสำคัญ 

 

 

เมื่อบวชไม่ตรงกัน การนับลัยละตุลก็อดร์ให้ใช้เกณฑ์ดังนี้

 

      ให้นับตาม การเข้าเดือนรอมฎอนของประเทศหรือพื้นที่ที่เราอยู่

      หากละหมาดตะรอเวียะห์และกิยามร่วมกับมัสยิดใด ก็ให้ยึดตาม ญะมาอะฮ์นั้น

      ไม่ควรสับสนจนละทิ้งการอิบาดะฮ์ เพราะท่านนบี ﷺ ส่งเสริมให้แสวงหาลัยละตุลก็อดร์ตลอด สิบคืนสุดท้ายทั้งหมด

      ผู้ที่ต้องการความรอบคอบมากขึ้น ก็ควรขยันทุกคืน โดยเฉพาะคืนคี่ เพื่อไม่ให้พลาดความประเสริฐ

 

 

สิ่งที่ควรทำในคืนเหล่านี้

 

    มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ رضي الله عنها ว่า นางถามท่านนบี ﷺ ว่า หากฉันพบลัยละตุลก็อดร์ ฉันควรกล่าวอะไร ท่านตอบว่า

 

اللَّهُمَّ إِنَّكَ عَفُوٌّ تُحِبُّ الْعَفْوَ فَاعْفُ عَنِّي

“โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงพระองค์ทรงอภัยโทษ และทรงรักการอภัยโทษ ดังนั้นโปรดอภัยโทษแก่ข้าพระองค์ด้วย”

(บันทึกโดย อัตติรมีซีย์ และอิบนูมาญะ )

 

     ลัยละตุลก็อดร์ให้แสวงหาในสิบคืนสุดท้ายของรอมฎอน โดยเฉพาะคืนคี่ แต่เมื่อมุสลิมเริ่มรอมฎอนไม่ตรงกัน เกณฑ์ที่ใช้ในการนับคือ การเริ่มรอมฎอนของพื้นที่หรือชุมชนที่เราอยู่ร่วมด้วย เพราะศาสนาสอนให้ยึดญะมาอะฮ์ และหะดีษได้ชี้ว่า การถือศีลอดและการละศีลอดนั้นผูกกับการปฏิบัติร่วมกันของมุสลิม ไม่ใช่การแยกตัวนับกันเอง

 

     ดังนั้น ผู้ศรัทธาควรตั้งใจอิบาดะฮ์ในทุกคืนของสิบคืนสุดท้าย และยิ่งเน้นในคืนคี่ตามการนับของพื้นที่ที่ตนอยู่ เพื่อให้ได้รับความดีงามของลัยละตุลก็อดร์อย่างสมบูรณ์ที่สุด