บันทึกแห่ง ’สัจธรรม’ 46
  จำนวนคนเข้าชม  34

บันทึกแห่ง ’สัจธรรม’ 46

 

แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก

 

 ชัยคฺ รอชิด บิน รอมซาน อัลฮาญิรีย์ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

เรื่องการเมืองระดับประเทศเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองไม่ใช่หน้าที่ของสามัญชน

     เมื่อฟิตนะฮฺต่างๆมากมายเกิดขึ้นในโลก ...จุดยืนของมุสลิมต่อฟิตนะฮฺเหล่านี้คืออะไร?

     "สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกขณะนี้นั้นไม่ใช่หน้าที่ของเรา ไม่ใช่หน้าที่ของสามัญชน  และไม่ใช่หน้าที่ของประชาชนทั่วไป 

     แต่เป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง  บรรดานักวิชาการจะอธิบายบทบัญญัติศาสนา และผู้ปกครองก็จะตัดสินใจในสิ่งที่พวกเขาเห็นสมควร ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นบวกหรือลบ ถูกหรือผิด นั่นก็ไม่ใช่หน้าที่ของคุณ..

อัลลอฮฺตรัสว่า:

 

وَإِذَا جَآءَهُمْ أَمْرٌ مِّنَ ٱلْأَمْنِ أَوِ ٱلْخَوْفِ أَذَاعُوا بِهِ وَلَوْ رَدُّوهُ إِلَى ٱلرَّسُولِ وَإِلَىٰٓ أُولِى ٱلْأَمْرِ مِنْهُمْ لَعَلِمَهُ ٱلَّذِينَ يَسْتَنبِطُونَهُۥ مِنْهُمْ وَلَوْلَا فَضْلُ ٱللَّهِ عَلَيْكُمْ وَرَحْمَتُهُ لَٱتّبَعْتُمُ ٱلشَّيْطَـٰنَ إِلَّا قَلِيلًا ٨٣

"และเมื่อมีเรื่องหนึ่งเรื่องใดมายังพวกเขา จะเป็นความปลอดภัยก็ดีหรือความกลัวก็ดี พวกเขาก็จะแพร่มันออกไป 

และหากว่าพวกเขาให้มันกลับไปยังร่อซู้ล และยังผู้ปกครองการงานในหมู่พวกเขาแล้ว 

แน่นอนบรรดาผู้ที่วินิจฉัยมันในหมู่พวกเขาก็ย่อมรู้มันได้ 

และหากมิใช่ความเมตตาของอัลลอฮฺที่มีต่อพวกเจ้าแล้ว แน่นอนพวกเจ้าก็คงปฏิบัติตามชัยฏอนไปแล้ว 

นอกจากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"

(อันนิซาอฺ83)

     เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของคุณ ...เพราะบรรดาศัตรูจะฉวยโอกาสจากเหตุการณ์เหล่านี้เพื่อก่อความวุ่นวาย 

     พวกเขาเรียกร้องให้มีการชุมนุม การลุกฮือ ทำให้บ้านเมืองของตนเองเสียหาย ทำลายเศรษฐกิจ 

     ทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ทำลายลูกหลานของตนเอง ทั้งบุตรชายและบุตรสาว 

     แล้วก็กล่าวว่านี่คือการช่วยเหลือศาสนา แท้จริงแล้วพวกเขาต้องการปลุกปั่นสังคม ทำให้ผู้คนแตกแยก 

     อัลลอฮฺทรงประสงค์ให้เราเป็นพี่น้องกัน รักใคร่กลมเกลียวกัน ดั่งที่พระองค์ตรัสว่า:

“แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธานั้นเป็นพี่น้องกัน” 

     แต่คนเหล่านี้ต้องการให้เราเป็นศัตรูกัน เป็นศัตรูต่อสังคมของเรา ต่ออะกีดะฮฺของเรา ต่อบ้านเมืองของเรา ต่อความมั่นคงของเรา ต่อเศรษฐกิจของเรา และต่อความเป็นหนึ่งเดียวของเรา"

 

 

 

อิบนุ ตัยมียะฮฺ  -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-

 

ผู้ชี้แนะหรือผู้สนับสนุนความดี จะได้รับผลบุญเสมือนผู้กระทำ

     "การช่วยเหลือบรรดาคนยากจนด้วยการให้อาหารในเดือนรอมฎอนนั้น ถือเป็นหนึ่งในแบบอย่างของอิสลาม

      ท่านนบี ﷺกล่าวว่า:  

'ผู้ใดที่เลี้ยงอาหารละศีลอดแก่ผู้ถือศีลอด เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับผู้ถือศีลอดผู้นั้น'

     และการหยิบยื่นสิ่งที่จะช่วยอำนวยความสะดวก ให้แก่คนยากจนที่เป็นผู้ศึกษาหรือผู้ท่องจำอัลกุรอาน  เพื่อให้พวกเขาสามารถศึกษาอัลกุรอานต่อไปได้

     ถือเป็นการงานที่ดีในทุกช่วงเวลา และผู้ใดก็ตามที่ให้การช่วยเหลือพวกเขาในเรื่องดังกล่าว เขาจะได้มีส่วนร่วมในผลบุญนั้นด้วย"

مجموع الفتاوى م٢٥ / صفحة٢٩٨

 

 

 

 ชัยคฺ สุลัยมาน อัรรุฮัยลีย์ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

มารยาทอันงดงามของการต้อนรับแขก

     ปัจจุบันเป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง (อัลลอฮุลมุสตะอาน)ที่ความตระหนี่เริ่มมีมากขึ้นในหมู่ผู้คน แต่บรรดานักวิชาการได้เตือนสติเราไว้ว่า

การให้เกียรติแขกนั้น เริ่มต้นจาก “ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม” 

     
     คือเมื่อแขกมาเยือน เขาควรรู้สึกได้ว่าเรามีความสุขที่เขามา แม้ว่าในตอนนั้นเราอาจมีธุระหรือความลำบากอยู่บ้างก็ตาม

     แต่สิ่งที่พบเห็นในปัจจุบัน บางคนเมื่อเห็นแขกกลับแสดงสีหน้าเหมือนเจอเคราะห์ร้าย หรืออุทานว่า "ลา เฮาละ วะลา กุววะตะ อิลลา บิลลาฮฺ" (เหมือนเป็นเรื่องหนักใจ) ซึ่งพฤติกรรมนี้ถือว่าขัดต่อ หน้าที่ในการให้เกียรติแขก

     บรรดานักวิชาการได้กล่าวไว้อีกว่า : ส่วนหนึ่งของการให้เกียรติแขกคือการ "รีบจัดหาของรับรองมาต้อนรับ" 

     ดังเช่นตัวอย่างของท่านนบีอิบรอฮีม -อะลัยฮิสลาม- เมื่อมีมลาอิกะฮฺแปลงกายเป็นชาย 3 คนมาหา ท่านได้ปฏิบัติสิ่งที่เรียกว่า "รอฆ่อ" 

     ความหมายของคำว่า "รอฆ่อ" ในบริบทนี้คือ:

ไปอย่างลับๆ และรวดเร็ว

ไปอย่างลับๆ เพื่อไม่ให้แขกห้าม 

ไปอย่างลับๆ คือเลี่ยงออกไปเตรียมอาหารโดยไม่บอกแขกเพื่อไม่ให้แขกต้องเกรงใจหรือเอ่ยปากห้าม

ไปอย่างรวดเร็ว คือรีบจัดการเพื่อไม่ให้แขกต้องรอนาน เพราะหากเจ้าบ้านหายไปนาน แขกอาจจะรู้สึกอึดอัดหรือกังวลใจได้

 

 

 

 ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

ความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำความดี 

     "ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ และขอสาบานต่ออัลลอฮฺ...  หากพระองค์ทรงประทานพรประการนี้แก่ท่าน 

     นั่นคือ 'ความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิบัติสิ่งที่ถูกต้อง และการตักตวงผลบุญจากทุกๆความดี' แล้วล่ะก็จะไม่มีความดีงามใดๆอีกเลยที่ท่านจะไม่ได้รับ

     เพราะปัญหาใหญ่ของเราทุกวันนี้คือ  เราได้ยินคำสั่งใช้ ได้อ่าน และได้เรียนรู้  แต่ 'หัวใจ' กลับอ่อนแอในเรื่องของความมุ่งมั่น  

     หลายคนรู้ดีว่าความสุขของเขาอยู่ที่มัสยิด แต่เมื่อมีการเรียกให้ไปละหมาดกลับไม่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ กลับเฉื่อยชา อ่อนล้า

เสียงอะซาน 'ฮัยยะ อะลัศศ่อลาฮฺ' (จงมาสู่การละหมาด) 

'ฮัยยะ อะลัลฟะลาฮฺ' (จงมาสู่ชัยชนะ)  

     เขาได้ยินเต็มสองหู และมัสยิดก็อยู่ใกล้แค่นิดเดียว แต่ก็ยังนั่งจิบชา จนละหมาดเสร็จ ก็ยังไม่ลุก ทั้งที่รู้ดีว่าการละหมาดนั้นมีแต่ความดีงาม และทำให้เกิดความสุข  

     ได้ยินอายาตอัลกุรอาน ได้ยินฮะดีษ ได้ฟังคำตักเตือนมามากมาย แต่ก็ยังนั่งจิบชาต่อไปจนละหมาดเสร็จ...ความมุ่งมั่นที่จะทำความดีหายไปไหน??

     ด้วยเหตุนี้ ท่านอิบนุล ก็อยยิม -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- จึงกล่าวว่า : หนึ่งในดุอาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ:

اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ الْعَزِيمَةَ عَلَى الرُّشْدِ، وَالْغَنِيمَةَ مِنْ كُلِّ بِرٍّ

'โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ประทานความมุ่งมั่นตั้งใจในทางที่ถูกต้อง และขอให้ได้รับผลบุญจากความดีทุกประการด้วยเถิด'

 

 

 

•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•