เรื่องราวจากการบรรยาย
แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก
ชัยคฺ ศอและฮฺ เฟาซาน -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-
เกี่ยวกับแนวคิดของกลุ่มค่อวาริจญฺในประเด็นการเชื่อฟังผู้นำ ชัยคฺ ศอและฮฺ เฟาซาน ได้กล่าวถึงพวก ค่อวาริจญฺ ไว้ดังนี้:
ในยุคสมัยเรา ผู้คนมักเรียกผู้ที่เห็นพ้อง ผู้ที่รับฟัง และเชื่อฟังผู้นำ ในสิ่งที่ไม่ใช่การฝ่าฝืนต่อศาสนา
ว่าเป็น "ผู้ประจบสอพลอ" บ้าง
หรือเป็น "ผู้เขลาเบาปัญญา" บ้าง
จะเห็นว่าพวกเขาพยายามตำหนิติเตียนผู้นำ และประจานข้อบกพร่องต่างๆของผู้นำบนมิมบัร หรือในชุมชนต่างๆ
ทั้งๆที่ท่านร่อซู้ล ﷺ กล่าวว่า:
"ผู้ใดต้องการตักเตือนผู้มีอำนาจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จงอย่ากระทำโดยเปิดเผย
แต่จงจูงมือเขาไปพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว หากเขายอมรับคำตักเตือนนั้นก็เป็นการดี
แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น เขาก็ถือว่าได้ทำหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์แล้ว"
(บันทึกโดย อิหม่ามอะฮฺหมัด และ อิบนุ อบี อาศิม)
หรือเมื่อผู้นำสั่งห้ามไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่มพวกเขาพูดในที่สาธารณะ พวกเขาก็จะรวมตัวกันและเดินขบวนประท้วง โดยหลงเข้าใจผิดว่า การที่คนของตนถูกจำคุกนั้น เป็นเหตุผลที่อนุญาตให้โค่นล้มผู้นำได้
พวกเขาไม่เคยได้ยินคำพูดของท่านนบี ﷺ ในฮะดีษของท่าน เอาฟฺ บิน มาลิก -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ- หรอกหรือ? ว่า:
"ไม่ต้อง (สู้รบกับผู้นำ) ตราบเท่าที่พวกเขายังดำรงละหมาดในหมู่พวกเจ้าอยู่"
(บันทึกโดย มุสลิม)
และในฮะดีษของ ท่าน อุบาดะฮฺ บิน ศอมิต -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ- กล่าวว่า:
"เว้นแต่พวกเจ้าจะเห็นการปฏิเสธ (กุฟรฺ) ที่ประจักษ์ชัดเจน โดยที่พวกเจ้ามีหลักฐานยืนยันในเรื่องนั้น"
(บันทึกโดย บุคอรีย์และมุสลิม)
และนี่คือคำตอบเมื่อบรรดาศ่อฮาบะฮฺขออนุญาตท่านนบีสู้รบกับผู้นำที่อธรรม คนเหล่านี้ไม่รู้หรอกหรือว่า อิหม่ามอะฮฺหมัด ต้องถูกจำคุกนานเพียงใด? และชัยคุลอิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ เสียชีวิตที่ไหน?!
ที่อิหม่ามอะฮฺหมัดถูกจำคุกอยู่หลายปี และถูกเฆี่ยนตีเนื่องจากปฏิเสธว่า "อัลกุรอานไม่ใช่สิ่งถูกสร้าง"ไม่ใช่หรือ? แล้วเหตุใดท่านจึงไม่สั่งให้ผู้คนออกไปโค่นล้มค่อลีฟะฮ์ในขณะนั้น?!
และพวกเขาไม่รู้หรอกหรือว่า ชัยคุลอิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ ถูกคุมขังในคุกนานกว่า 2 ปี จนกระทั่งเสียชีวิตในนั้น ขณะเดียวกันทำไมท่านจึงไม่สั่งให้ผู้คนออกไปต่อต้านผู้นำ?! ทั้งที่ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ที่มีความประเสริฐและมีความรู้มากมาย ?แล้วนับประสาอะไรกับคนที่มีความรู้ด้อยกว่าท่าน!
แท้จริงแล้ว แนวคิดและการกระทำเหล่านี้จะไม่มีบทบาทอะไรต่อเราเลย หากไม่ใช่เพราะเยาวชนในปัจจุบันหันไปรับความรู้จาก นักคิดร่วมสมัยคนนั้น , นักประพันธ์บทกวีคนนี้ , หรือ นักเขียนอิสลามคนโน้น โดยที่พวกเขาละทิ้งบรรดาอุละมาอฺ และตำราของปราชญ์ยุคก่อน (سلف الصالح) ไว้เบื้องหลัง"
จากบรรยายของชัยคฺ ณ เมืองฏออิฟ ในวันจันทร์ที่ 3/3/ฮ.ศ.1415 ณ มัสยิดกษัตริย์ฟะฮัด
ชัยคฺ อับดุลลอฮฺ อัลกุศ็อยรฺ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
เมื่อการเปิดหลุมฝังศพเพื่อหากุญแจ ทำให้ได้เจอเรื่องจริงที่ช็อกไปทั้งชีวิต "หนึ่งในบรรดาชัยคฺของเรา ซึ่งก็คือ ชัยคฺ อับดุลอะซีซ บิน บาซ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- ได้เล่าไว้ว่า:
ครั้งหนึ่งท่านเคยบรรยายที่ มัสยิด อัลญาเมียะอฺ อัลกะบีร เกี่ยวกับ ความสำคัญและความน่ากลัวของการละทิ้งละหมาด และชัยคฺก็ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมหลังจบการบรรยายนั้น โดยเล่าว่า:
มีสตรีมุสลิมคนหนึ่งในเมืองนี้ได้เสียชีวิตลง พิธีศพและพิธีฝังเสร็จสิ้นลงในช่วงหลังเวลาอัสรี ต่อมาญาติของนางพบว่ากุญแจรถหายไป
เขาจึงย้อนกลับไปที่หลุมศพเพราะคิดว่ามันอาจจะตกอยู่ในนั้น
แต่เมื่อเขาเปิดหลุมศพออก เขากลับพบว่า มีไฟกำลังลุกโชนท่วมร่างของนางอยู่ภายในหลุม
เขาตกใจมากและได้ถามแม่ของนางว่า : 'เกิดอะไรขึ้นกับพี่สาว/น้องสาวของผม?
แม่ของนางตอบว่า: 'แม่ก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนางมากนัก นอกจากว่า..
นางเป็นคนที่เผลอไผลในเรื่องการละหมาด นางชอบประวิงเวลาละหมาดฟัจญ์รฺไปจนดวงอาทิตย์ขึ้น และบางครั้งก็ประวิงเวลาละหมาดอัสรีไปจนดวงอาทิตย์ตก'
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่อันตรายมาก
ส่วนเรื่องการลงโทษในหลุมศพนั้น ท่านอิหม่าม อิบนุ กอยยิม -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- และผู้รู้ท่านอื่นๆ ได้อ้างอิงจากผู้ที่เชื่อถือได้ว่า:
บางคนขณะเดินผ่านหลุมฝังศพพวกเขาได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้ตายในหลุมศพ เมื่อไปสืบหาญาติและกำชับให้ช่วยกันบริจาคทาน (ทำศอดะเกาะฮฺ) ให้แก่ผู้ตาย และมีการบริจาคทานให้ เสียงร้องไห้เหล่านั้นก็เงียบสงบลง
ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาต้องทนทุกข์ทรมารมานานแค่ไหนแล้ว แต่พระองค์ทรงเปิดเผยให้เห็นเพื่อเป็นบทเรียน
ด้วยเหตุนี้ ท่านนบี ﷺ จึงได้กล่าวว่า:
'หากไม่ใช่เพราะเกรงว่าพวกท่านจะไม่ยอมฝังศพคนตาย เนื่องด้วยความความหวาดกลัวแล่วละก็
ฉันคงจะขอต่ออัลลอฮฺ ให้พระองค์ทรงให้พวกท่าน ได้ยินเสียงการลงโทษในหลุมฝังศพ เหมือนที่ฉันได้ยิน'
หากนี่คือสภาพการลงโทษในหลุมฝังศพ แล้วการลงโทษในไฟนรกจะรุนแรงขนาดไหน?!!
ขออัลลอฮฺโปรดให้เราและพวกท่านรอดพ้นจากมันด้วยเถิด"
•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•