บันทึกแห่ง ’สัจธรรม’ 50
  จำนวนคนเข้าชม  43

บันทึกแห่ง ’สัจธรรม’ 50

 

แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก

 

ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

แบบอย่างท่านนบีกับการขอบคุณเนียะอฺมัตที่พำนักที่พักพิง

     ไม่ว่าที่พักอาศัยที่ท่านอาศัยอยู่นั้นจะเป็นอย่างไร มันคือ "เนียะอฺมัต" (ความโปรดปราน) จากอัลลอฮฺ

     ไม่ว่าท่านจะเป็นเจ้าของเองหรือเป็นเพียงผู้เช่า ไม่ว่ามันจะกว้างขวางหรือคับแคบก็ตาม

     บ้านที่มีครอบครัวและลูกๆอาศัยอยู่ร่วมกัน  บ้านที่ท่านสามารถปิดประตูเพื่อพักผ่อนและนั่งเล่นได้อย่างสบายใจ

     นั่นคือความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮฺ ได้ทรงประทานให้แก่ท่าน ที่ ๆ คนบนท้องถนนหรือผู้ผ่านไปมามองไม่เห็น

     ท่านสามารถถอดเสื้อผ้าพักผ่อนได้อย่างเต็มที่และสบายใจ

     ท่านสามารถรับประทานอาหารและพูดคุยหยอกล้อกับลูกๆ ได้โดยที่คนภายนอกไม่มารับรู้เรื่องส่วนตัวหรือสภาพความเป็นอยู่ภายในบ้าน

     นี่คือความเมตตาที่พระองค์ประทานแก่ท่าน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรำลึกถึงพระคุณของพระองค์ต่อความโปรดปรานนี้

     ดั่งที่ได้ปรากฏในฮะดีษศ่อเฮียะฮฺว่า เมื่อท่านนบี ﷺ จะเข้านอน ท่านจะกล่าวว่า:

"الحَمْدُ لِلَّهِ الَّذِي أَطْعَمَنَا وَسَقَانَا وَكَفَانَا وَآوَانَا وَكَمْ مِمَّنْ لَا كَافِيَ لَهُ وَلَا مُؤْوِيَ لهُ"

"มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้ทรงประทานอาหารและน้ำดื่มแก่เรา ผู้ทรงคุ้มครองเรา

และผู้ทรงประทานที่พักพิงแก่เรา เพราะยังมีผู้คนอีกมากมายที่ไม่มีใครคุ้มครองและไม่มีที่พักพิงให้พำนัก"

 

 

 

อิบนุ อุษัยมีน -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-

 

     เป็นการเตือนสติว่าใครที่อ้างว่ารักท่านนบีแต่ไม่ปฏิบัติตามท่าน ความรักนั้นอาจจะยังไม่สมบูรณ์

     "คนที่รักกันย่อมจะเลียนแบบผู้ที่เป็นที่รักของเขา  แม้กระทั่งในเรื่องดุนยาก็ตาม"

     คุณจะพบว่า เขาจะเลียนแบบทั้งการแต่งกาย คำพูด หรือแม้กระทั่งลายมือ! และนั่นเป็นเพราะความรักที่มีต่อบุคคลนั้นอย่างลึกซึ้ง 

     มนุษย์เรายิ่งรักใครคนหนึ่งมากเท่าไหร่ เขาจะพยายามทำตัวให้เหมือนบุคคลนั้นในด้านคุณลักษณะต่างๆ

     ดังนั้นหากคุณรักท่านนบี ﷺ ความรักนี้จะนำพาให้คุณปฏิบัติตามแบบอย่าง (ซุนนะฮฺ) ของท่าน ﷺ อย่างแน่นอน"

‏‌‏ #شـرح_حِلية_طالب_العلم (٢٣) 

 

 

 

อิบนุ ร่อญับ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-

 

ช่วงเวลาที่ประเสริฐที่สุดสำหรับการซิกรุลลอฮฺในตอนกลางวัน

     ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในตอนกลางวันสำหรับการรำลึกถึงอัลลอฮฺ (ซิกรุลลอฮฺ)  คือหลังละหมาดที่ไม่มีการละหมาดซุนนะฮฺต่อท้ายนั่นคือ ละหมาดฟะญัร และ ละหมาดอัศริ

     และการซิกรุลลอฮฺในสองช่วงเวลานี้ ดียิ่งกว่าการอ่านอัลกุรอาน

     เป็นที่แนะนำให้ทำการซิกรุลลอฮฺหลังจากละหมาดสองเวลาที่ไม่มีซุนนะฮฺต่อท้าย  นั่นคือละหมาดฟะญัรและละหมาดอัศริ

     ดังนั้นจึงควรทำการซิกรุลลอฮฺหลังละหมาดฟะญัรจนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้น และหลังละหมาดอัศริจนกระทั่งดวงอาทิตย์ตก

     และสองช่วงเวลานี้ หมายถึงช่วงฟะญัรและอัศริ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของกลางวันสำหรับการซิกรุลลอฮฺ

     มีผู้ถาม ท่าน เอาซาอีย์ เกี่ยวกับการทำอิบาดะฮฺในสองช่วงเวลานี้ ท่านตอบว่า:

"แนวทางของบรรดาสลัฟคือการรำลึกถึงอัลลอฮฺ และหากจะอ่านอัลกุรอานก็ถือว่าดี"

     และจากข้อความนี้แสดงให้เห็นว่า การซิกรุลลอฮฺในช่วงเวลานี้ดีกว่าการอ่านอัลกุรอาน 

     เช่นเดียวกัน ท่านอิสฮาก ได้กล่าวว่า การกล่าวตัสเบียะฮฺ100 ครั้งหลังละหมาดฟัรฎูนั้น ดียิ่งกว่าการอ่านอัลกุรอานในช่วงเวลานั้น

 

 

 

ความรักและความห่วงใยระหว่างท่านนบียะอฺกูบและท่านนบียูซุฟ

     ใครเล่าจะวางใจต่อบททดสอบของอัลลอฮฺ หากได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับท่านนบียะอฺกูบ -อะลัยฮิสลาม- ?

     ท่านซุฟยาน อัษเษาะรีย์ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- กล่าวว่า : เมื่อท่านนบียะอฺกูบและท่านนบียูซุฟได้พบกัน  ทั้งสองต่างสวมกอดกันและร้องไห้

     ท่านนบียูซุฟกล่าวว่า : "โอ้ท่านพ่อ... ท่านร้องไห้คิดถึงฉันจนดวงตาของท่านบอดเชียวหรือ?  ท่านไม่รู้หรือว่าวันกิยามะฮฺจะทำให้เรามาพบกันอีกครั้ง?"

     ท่านนบียะอฺกูบตอบว่า : "รู้สิลูกรัก แต่สิ่งที่พ่อกลัวยิ่งกว่าการจากลาในโลกนี้ คือกลัวว่าศาสนาของเจ้าจะถูกช่วงชิงไป แล้วทำให้พ่อกับเจ้าต้องพลัดพรากจากกันในโลกหน้าตลอดกาล"

 شعب الإيمان للبيهقي (3/183)

 

 

 

การล้อเล่นควรมีขอบเขตและเลือกกาลเทศะไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดผลเสียตามมา

ท่าน สะอีด อิบนิล อาศ -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ- ได้กล่าวแก่ลูกชายของท่านว่า:

"อย่าล้อเล่นกับผู้คนที่มีเกียรติมีตำแหน่งหน้าที่ เพราะเขาจะโกรธเคืองและผูกใจเจ็บต่อเจ้า

และอย่าล้อเล่นกับคนที่ไร้มารยาท  เพราะเขาจะลามปาม(ข้ามเส้น)ต่อเจ้า"

موسوعة ابن أبي الدنيا ٢٤٠/٧

 

 

 

•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•