อิหม่าน ของ คู่สามีภรรยา
  จำนวนคนเข้าชม  45

อิหม่าน ของ คู่สามีภรรยา

 

แปลและเรียบเรียง....เพจวันละหนึ่งความคิด

 

 

- เชค อับดุลอะซี้ซ บิน บ๊าศ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ -

 

หน้าที่สำคัญของคู่สามีภรรยาก็คือ

ต้องมีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ  และพึงปฏิบัติต่อกันด้วยความดีงาม

ด้วยการใช้วาจาที่ไพเราะอ่อนหวาน ถ้อยทีถ้อยอาศัย มีวิธีการที่นุ่มนวล

มีความประพฤติที่ดีงาม ไม่เตร็ดเตร่ในยามค่ำคืน

และไม่ตระหนี่ถี่เหนียวในการจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู... 

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถือเป็นหน้าที่จำเป็นที่พึงกระทำ

(ฟะตาวา นูรุน อะลัดดัรบิ)

 

 

 

ท่านอะลี رضي الله عنه ได้มาสู่ขอท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ رضي الله عنها จากท่านนบี صلى الله عليه وسلم 

ท่านนบีจึงกล่าวว่า:

هي لك على أن تُحسنَ صُحبتها..

" เธอจะเป็นสิทธิ์ของท่าน บนเงื่อนไขที่ว่า ..ท่านจะต้องทะนุถนอม ครองคู่กับเธอด้วยดี"

(อัซซิลซิละตุศศ่อฮีฮะฮฺ 166)

 

 

 

- อิมาม อัชเชากานีย์ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ -

 

เราอาจเห็นผู้ชายที่ เมื่ออยู่กับครอบครัว เขากลับเป็นคนที่มีมารยาทแย่ที่สุด

มีจิตใจที่ตระหนี่ถี่เหนียวที่สุด และสร้างประโยชน์ให้คนในบ้านน้อยที่สุด

แต่ในทางกลับกัน เมื่อเขาออกไปพบปะคนอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัว เขากลับกลายเป็นคนสุภาพอ่อนโยน อัธยาศัยดี 

จิตใจกว้างขวาง และหยิบยื่นความดีงามให้ผู้อื่นอย่างมากมาย

          ไม่ต้องสงสัยเลยว่า... ผู้ที่มีลักษณะเช่นนี้ คือผู้ที่ถูกปิดกั้นขัดขวางจากความสำเร็จ (เตาฟี้ก)  และเป็นผู้ที่หันเหไปจากหนทางอันเที่ยงตรง

نَيل الأوطار.(2/ 246 )

 

 

- อิมาม อิบนิ้ล ก็อยยิม ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ -

 

หนึ่งในผลพวงของบาปและการฝ่าฝืน คือ  การที่ความผิดบาปทั้งหลายมีอานุภาพในการ "ดับไฟแห่งความหวงแหน" 

ซึ่งความหวงแหนนี้ เปรียบได้กับพลังงานความร้อนที่หล่อเลี้ยงชีวิตและความดีงามในตัวคน 

หากเปรียบกับร่างกาย มันคือ "ความร้อนโดยธรรมชาติ" ที่ทำให้ร่างกายดำรงอยู่ได้ 

เมื่อไฟนี้ดับลง ความมีชีวิตชีวาทางจิตวิญญาณก็มอดไหม้ดับลงไปด้วย

และความหวงแหนนี้ คือ "เปลวเพลิงที่ช่วยชำระล้าง" สิ่งเลวร้ายและคุณลักษณะอันน่ารังเกียจให้ออกไปจากจิตใจ

เสมือนกับ "เตาหลอม" ที่ช่วยคัดแยกสิ่งสกปรกออกจากทองคำ เงิน และเหล็ก

และคนที่มีเกียรติและมีความมุ่งมั่นที่สุด คือคนที่มีความหวงแหนต่อตนเอง ครอบครัว และเพื่อนมนุษย์มากที่สุด

ด้วยเหตุนี้เอง ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ จึงนับเป็นผู้ที่มีความหวงแหน ต่อประชาชาติของท่านมากที่สุด

และอัลลอฮฺ ตะอาลานั้น  ทรงมีความหวงแหนยิ่งกว่าท่านนบีเสียอีก

ดังที่มีระบุยืนยันในหะดีสศ่อฮี้ฮฺว่า ท่านนบีﷺได้กล่าวว่า :  

"พวกท่านแปลกใจในความหวงแหนของซะอฺด์อย่างนั้นหรือ? 

แท้จริง ฉันหวงแหนยิ่งกว่าเขา และอัลลอฮฺทรงหวงแหนยิ่งกว่าฉันเสียอีก"

(อัลญะวาบุ้ลกาฟีย์ 66)

 

 

 

- เชค อะศีศ ฟัรฮาน อัลอะนะซีย์ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ -

 

     คำถาม : ศาสนาอิสลามส่งเสริมให้มีลูกมาก โดยไม่ต้องพิจารณาถึงฐานะทางการเงินอย่างนั้นใช่หรือไม่ ?

 

คำตอบ :

     ฉันเชื่อว่า ผู้คนกำลังประสบปัญหาเสียแล้ว ชัดเจนว่า.. ผู้คนยุคนี้กำลัง ประสบกับความอ่อนแอในการมอบหมายต่ออัลลอฮฺ อัศศะวะญัล

     เพราะเหตุนี้เอง คำถามส่วนใหญ่จึงวนเวียนอยู่กับเรื่องทางวัตถุ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น การใช้ชีวิตที่ยากลำบาก หรืออะไรทำนองนี้

     แปลกมาก น่าแปลกมาก.... เพราะผู้ที่ทรงปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นนั้นอยู่บนฟากฟ้า ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

     ท่านเป็นเพียงเครื่องมือ เป็นเพียงเหตุปัจจัยของการอบรมเลี้ยงดู และการแสวงหาริสกี

     ท่านไม่รู้หรือว่า ทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา ริสกีของเขา อายุขัยของเขา จะเป็นคนลำบากหรือสุขสบาย  ถูกบันทึกเอาไว้หมดแล้ว

 

     ฉันรู้จักชายคนหนึ่ง  ฐานะของเขาต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย อัลลอฮฺได้ประทานลูกชายให้แก่เขา ซุบฮานั้ลลอฮฺ  แม้เด็กคนนั้นจะดื้อรั้นมาก แต่อัลลอฮฺก็ทรงให้เขาร่ำรวยขึ้นเพราะลูกคนนี้ ริสกีเข้ามาหาเขาอย่างที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน

 

     ด้วยเหตุนี้เอง พี่น้องที่รัก จงยำเกรงอัลลอฮฺให้มากเกี่ยวกับความคิดชุดนี้ (ลูกมากยากนาน) จริงอยู่ คนเราต้องลงมือทำตามเหตุปัจจัย

     แต่การนำประเด็นเรื่องการมีลูกทั้งหมด มาผูกกับเรื่องทางวัตถุและสิ่งที่สัมผัสจับต้องได้แต่เพียงอย่างเดียว แต่กลับหลงลืมในเรื่องการมอบหมายต่ออัลลอฮฺ และการฝากเรื่องราวไว้กับพระองค์อย่างนั้นหรือ? 

ท่านไม่รู้หรอกว่า บางทีการที่ท่านได้รับริสกีอยู่นี้ อาจเป็นเพราะลูกๆ ของท่านเองก็เป็นได้

 

 

✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿