
จงเลือกคู่ครองที่ดี และดูอาอ์ขอลูกที่ดี
แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก
ท่าน ฮะซัน อัลบัศรีย์ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
จงเลือกคู่ครองที่ไม่ได้มองแค่ความสบายทางกายแต่คำนึงถึงความปลอดภัยของอาคิเราะฮฺ
ท่าน ฮะซัน อัลบัศรีย์ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- เล่าว่า:
"ครั้งหนึ่งฉันเคยไปหยุดอยู่ที่ร้านขายผ้าในมักกะฮฺเพื่อจะซื้อชุด แต่แล้วพ่อค้าคนหนึ่งก็เริ่มกล่าวชมสินค้าของตนและสาบานยืนยัน (เพื่อให้ขายของได้) ฉันจึงออกจากเขามา
และกล่าวว่า : ไม่ควรซื้อของจากคนประเภทนี้แล้วฉันก็ไปซื้อกับคนอื่นแทน
ต่อมาอีกสองปี ฉันได้ไปทำฮัจญ์อีกครั้ง และได้กลับไปพบเขาคนเดิม แต่คราวนี้ฉันกลับไม่ได้ยินเขาชมสินค้าหรือกล่าวคำสาบานใดๆเลย
ฉันจึงถามเขาว่า : ท่านใช่ชายคนเดียวกับที่ฉันเคยเจอเมื่อหลายปีก่อนหรือไม่?
เขากล่าวว่า : ใช่ครับ
ฉันถามต่อว่า : แล้วอะไรที่ทำให้ท่านเปลี่ยนไปเป็นอย่างที่ฉันเห็นในตอนนี้ ? ฉันไม่เห็นท่านชมสินค้าหรือสาบานเหมือนแต่ก่อนเลย
เขาตอบว่า: ฉันเคยมีภรรยาคนหนึ่ง ซึ่งถ้าหากฉันหาเลี้ยงนางด้วยเงินเพียงเล็กน้อยนางก็จะดูถูกมัน และหากฉันหามาได้มาก นางก็จะมองว่ามันน้อยไป (ไม่เคยพอ) แล้ว อัลลอฮฺก็ทรงเมตตาฉันด้วยการให้นางเสียชีวิตลง
หลังจากนั้นฉันก็ได้แต่งงานกับสตรีอีกนางหนึ่ง ซึ่งนางคนนี้เมื่อถึงเวลาที่ฉันจะออกไปตลาด นางจะดึงชายเสื้อของฉันไว้แล้วกล่าวว่า:
ท่านจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด และอย่าได้นำสิ่งใดมาให้พวกเราทานนอกจากสิ่งที่ดีเท่านั้น
หากท่านนำกลับมาเพียงเล็กน้อย เราจะทำให้มันดูมาก (ด้วยความพอเพียง) และหากท่านหาอะไรกลับมาไม่ได้เลย เราก็จะช่วยท่านด้วยการปั่นด้ายของเราเอง"
"المجالسة وجواهر العلم" (2091) للدينوري
ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-
อย่าสาปแช่งลูกในวันที่เขาหลงทาง แต่จงขอทางนำให้เขาในวันที่ทำให้เรามีน้ำตา
มีเรื่องเล่าจากนายทหารท่านหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยอยู่บริเวณหินดำ ณ มัสยิดอัลฮะรอม เขาเล่าว่า:
"ในช่วงเริ่มทำงานใหม่ๆ ณ สถานที่แห่งนั้น ผมได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหนักจากชายคนหนึ่งที่กำลังเกาะอยู่ที่ 'บ๊าบมุลตะซัม' (บริเวณที่อยู่ระหว่างหินดำกับประตูกะอฺบะฮฺ) ผมจึงตั้งใจฟังว่าเขาขอดุอาว่าอะไร ?
ชายคนนั้นรำพันว่า:
"โอ้พระผู้เป็นเจ้า คนอื่นเขามีลูกกันหมดแล้ว แต่ข้าพระองค์ยังไม่มีลูกเลย ขอพระองค์ทรงประทานลูกให้ข้าพระองค์ด้วยเถิด"
เขากล่าวประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาพร้อมน้ำตาที่ไหลพราก จนผมจำเสียงและใบหน้าของเขาได้ติดหูติดตา
เวลาผ่านไป 18 หรือ 20 ปี ทหารท่านเดิมเล่าว่า : ซุบฮานัลลอฮฺ ! ในขณะที่ผมยังทำงานอยู่ที่เดิม วันหนึ่งผมก็ได้ยินเสียงเดิมและท่าทางการร้องไห้แบบเดิมที่ 'บ๊าบมุลตะซัม' ผมจำหน้าเขาได้ทันที แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือประโยคที่เขาขอดุอา
ชายคนเดิมร้องไห้อย่างหนักและกล่าวว่า:
'โอ้พระผู้เป็นเจ้า ขอพระองค์ทรงทำลายลูกคนนี้ด้วยเถิด' เขาวิงวอนต่ออัลลอฮฺอย่างแรงกล้าให้ลูกของเขาตายหรือพินาศเสีย
เมื่อเห็นดังนั้น ทหารจึงเดินลงไปหาชายคนนั้นแล้วดึงเขาออกมาจาก 'บ๊าบมุลตะซัม' พร้อมถามว่า : ท่านใช่คนเดียวกับที่เคยมาที่นี่เมื่อ 18 ปีก่อน ที่ร้องไห้ขอลูกจากอัลลอฮฺใช่ไหม ?
ชายคนนั้น: ใช่ครับ ผมเอง
ทหาร : ท่านกำลังทำร้ายลูกของท่านเป็นครั้งที่สองแล้วนะ !
ครั้งแรกที่ท่านมาขอลูก ท่านขอเพียงแค่ ขอให้มีลูก ท่านไม่ได้ขอว่า ขอให้มีลูกที่ดี (ลูกที่ศอและฮฺ)
ท่านเอาแต่ขอลูก แล้วอัลลอฮฺก็ให้ตามที่ขอ แต่มาวันนี้ท่านกลับมาที่เดิมเพื่อขอดุอาแช่งให้เขาตาย ! ท่านไม่ได้ทำดีต่อเขาเลยทั้งครั้งแรกและครั้งนี้
ทหารกล่าวต่อว่า: "จงกลับไปที่เดิม แล้วขอดุอาให้อัลลอฮฺประทานฮิดายะฮฺให้แก่เขาเถิด จงร้องไห้เหมือนที่ท่านเคยร้อง และขอให้ลูกกลับตัวเป็นคนดี"
ชายคนนั้นยอมรับผิดและกลับไปขอดุอาให้ลูกที่ 'บ๊าบมุลตะซัม' ด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและการให้อภัย
ทหารเล่าว่า : หลังจากนั้นเพียง 1 ปี ชายคนเดิมกลับมาพร้อมกับลูกชายวัยรุ่นที่ดูสง่างามและมีกิริยามารยาทดี
เขาพาลูกมาสลามผม และบอกให้ลูกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง
ลูกชายเล่าด้วยความศรัทธาว่า ในวินาทีที่พ่อของผมยืนอยู่ที่ 'บ๊าบมุลตะซัม' เพื่อขอดุอาให้ผมกลับตัว (ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เขากำลังทำตัวไม่ดี) เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างมากระทบที่ใจอย่างแรง จนทำให้เขาเปลี่ยนจากเด็กที่ดื้อรั้น กลายเป็นคนที่อยากทำความดีและกตัญญูต่อพ่อแม่ในทันที ราวกับเป็นคนละคน"
•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•