
มารยาทของมุสลิมะฮ์
อุ ม มุ อั ฟ ว์ ...คัดมาแปล
ไม่สมควรอย่างยิ่งที่ผู้หญิงมุสลิมะฮฺจะโพสต์ข้อความในเชิงเสน่หา หลงใหลเป็นปลื้มในตัวครูบาอาจารย์ หรือชื่นชมเยินยอบรรดาครูบาอาจารย์จนเกินเลยขอบเขต
เช่น แสดงความคิดเห็นต่อรอยยิ้ม รูปลักษณ์บุคลิกภาพ สุ้มเสียง หรือสิ่งอื่นในทำนองนี้
เพราะถึงแม้ว่าเชค (ครู , อาจารย์) ท่านนั้นจะมีเกียรติคุณสูงส่ง หรือล่วงเข้าสู่วัยชราเพียงใด ท่านก็ยังคงเป็นชายอื่นสำหรับเรา
ดังนั้น หน้าที่ที่พึงปฏิบัติคือ..ลดสายตาลงต่ำและยำเกรงต่ออัลลอฮฺทั้งในที่ลับและที่เปิดเผย
ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านอัลกุรอานที่มีเสียงไพเราะ นักขับร้องอนาชี้ดที่กินใจ หรือเชคผู้ทรงคุณวุติท่านใด ก็ไม่อาจใช้เป็นข้ออ้างให้เราละเมิดขอบเขตที่ศาสนากำหนดไว้ได้
เราให้ความเคารพ ให้เกียรติ และรับเอาความรู้จากบรรดาครูบาอาจารย์ แต่ไม่ใช่การแสดงออกเชิงเสน่หา หรือการส่งรูปหัวใจให้กับภาพถ่ายของพวกท่าน ซึ่งในความเป็นจริงนั้นยังมีข้อห้ามในประเด็นของการถ่ายภาพเป็นทุนเดิม
พี่น้องมุสลิมะฮฺทั้งหลาย..จงยำเกรงต่ออัลลอฮฺในเรื่องของตนเอง และใคร่ครวญถ้อยคำให้ถี่ถ้วนก่อนจะโพสต์สิ่งใดออกไป
เพราะแท้จริงแล้ว "ความละอาย" คือส่วนหนึ่งของความศรัทธา
cr: على الأثر العراقيةَ -أهل التوحيد للنساء فقط
ผู้หญิงสามารถดึงดูดใจผู้ชายโดยผ่านทุกบานประตูของหัวใจ ทั้งทางสายตา การได้ยิน หรือกระทั่งการได้กลิ่น
ด้วยเหตุนี้ อัลลอฮฺ ตะอาลา จึงทรงสั่งห้ามไม่ให้ให้พวกเธอเปิดเผยเครื่องประดับที่ดึงดูดสายตา ห้ามการประพรมน้ำหอม
และทรงห้ามในเรื่องของ 'เสียง' สองลักษณะ คือ
การใช้ถ้อยคำที่อ่อนหวานไพเราะเพราะพริ้งจนเกินงาม
และการเดินลงส้นเท้าให้เกิดเสียงดัง (เพื่อดึงดูดความสนใจ)
แต่ทุกวันนี้... กลับมีการปรุงแต่งเพื่อกระตุ้นสัมผัสในทุกๆ ด้าน ทั้งการเปิดเผยความงาม ประพรมน้ำหอม เดินกระทืบเท้าเพื่อให้เกิดเสียง และการเจรจาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลชวนหลงใหล...
ยกเว้นแต่ผู้ที่อัลลอฮฺทรงเมตตา (ให้รักษาตนอยู่ในกรอบอันดีงาม) เท่านั้น
- การทำอาหารเป็นเรื่องที่ฝึกหัดเรียนรู้กันได้ง่ายเมื่ออาศัยเวลา เพราะสูตรอาหารมีอยู่ทั่วไป
- การจัดบ้านหรือทำความสะอาดก็ไม่จำเป็นเสมอไป ที่ต้องหาหลักสูตรเข้าเรียน
- เสื้อผ้าเครื่องประดับ หากมีสตางค์ก็สามารถซื้อหาสิ่ง ที่ต้องการได้ในวันเดียว
แต่สิ่งที่เราจำเป็นต้องทุ่มเทศึกษาเรียนรู้ให้มากก็คือ 'เรื่องราวศาสนา'
เพราะความล้มเหลวของคนรุ่นหลัง และความเสื่อมเสียทางศีลธรรมที่พบเห็นกันนั้น ส่วนหนึ่งมาจากครอบครัวที่พวกผู้หญิงให้ความสำคัญแต่กับเรื่อง โอ้อวดอาหารการกิน เน้นแต่เรื่องแต่งตัว รสนิยม และข้าวของเครื่องใช้ในวงสังคม... โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเอาใจใส่เรื่องศาสนาเลย
ความดีงาม ความสำเร็จ และความสุขที่แท้จริงของเรานั้น ขึ้นอยู่กับการได้ศึกษาเรียนรู้และทำความเข้าใจกับศาสนาของเราต่างหาก
cr: أم حمزة
✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿