
ชายผู้สำนึกผิดต่ออัลลอฮฺ
อับดุลวาเฮด สุคนธา
อัลลอฮ์ผู้ทรงเกียรติและสูงส่งได้เปิดประตูแห่งการเตาบะฮ์สำนึกผิดเอาไว้สำหรับทุกคนที่ฝ่าฝืนต่อพระองค์ ตราบใดที่ความตายยังไม่มาถึงเขาก่อน แต่พระองค์ได้กำหนดว่า ผู้ใดที่ตั้งภาคีต่อพระองค์และการปฏิเสธศรัทธาถือว่าเป็นความผิดที่ไม่ได้รับการอภัย
สำหรับผู้ที่รู้แน่ชัดว่าอัลลอฮ์คือพระเจ้าองค์เดียวที่เที่ยงแท้ และได้รับหลักฐานอันชัดเจนแล้ว ทั้งจากคำเชิญชวนของบรรดาร่อซูล และหลักฐานต่าง ๆ มีตัวบทสายรายงานจากท่าน อับดุลลอฮ์ อิบนุ อับบาส
كان رجلٌ مِن الأنصارِ أسلَم ثمَّ ارتدَّ فلحِق بالشِّركِ ثمَّ ندِم فأرسَل إلى
قومِه: أنْ سَلوا رسولَ اللهِ صلَّى اللهُ عليه وسلَّم: هل لي مِن توبةٍ ؟ قال:
فنزَلت {كَيْفَ يَهْدِي اللَّهُ قَوْمًا كَفَرُوا بَعْدَ إِيمَانِهِمْ وَشَهِدُوا أَنَّ الرَّسُولَ حَقٌّ
وَجَاءَهُمُ الْبَيِّنَاتُ} إلى قولِه : {إِلَّا الَّذِينَ تَابُوا مِنْ بَعْدِ ذَلِكَ وَأَصْلَحُوا فَإِنَّ اللَّهَ
غَفُورٌ رَحِيمٌ} فأرسَل إليه قومُه فأسلَم
มีชายคนหนึ่งจากชาวอันศอร เข้ารับอิสลามแล้วภายหลังจากนั้นเขาได้ตกศาสนาและไปเข้ากับพวกตั้งภาคี (มุชริก) ต่อมาเขารู้สึกสำนึกผิด
จึงส่งข่าวไปถึงกลุ่มชนของเขาว่า : พวกท่านจงถามท่านรอซูลุลลอฮ์ ให้ฉันด้วยว่าฉันยังมีโอกาสที่จะกลับเนื้อกลับตัว (เตาบะฮ์) ได้หรือไม่?
แล้วอายะฮ์นี้ก็ถูกประทานลงมา
كَيْفَ يَهْدِي اللَّهُ قَوْمًا كَفَرُوا بَعْدَ إِيمَانِهِمْ وَشَهِدُوٓاْ أَنَّ ٱلرَّسُولَ حَقّٞ وَجَآءَهُمُ
ٱلۡبَيِّنَٰتُۚ
“อย่างไรเล่าที่อัลลอฮฺจะทรงแนะนำพวกใดพวกหนึ่งที่ปฏิเสธ ศรัทธาหลังจากที่พวกเขาศรัทธาแล้ว
และทั้งยังได้ยืนยันด้วยว่าแท้จริงร่อซูล นั้นเป็นความจริง และได้มีหลักฐานต่างๆ อันชัดแจ้งมายังพวกเขาด้วย”
(อาล อิมรอรน 86)
จนถึงอายะฮ์ที่ความว่า:
إِلَّا الَّذِينَ تَابُوا مِنْ بَعْدِ ذَلِكَ وَأَصْلَحُوا فَإِنَّ اللَّهَ غَفُورٌ رَحِيمٌ
“นอกจากบรรดาผู้ที่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวหลังจากนั้น และได้ปรับปรุงแก้ไข
แท้จริงอัลลอฮฺนั้น เป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ”
(อาล อิมรอน 89)
เมื่อกลุ่มชนของเขาส่งข่าวนี้ไปถึงเขา เขาก็กลับเข้ารับอิสลามอีกครั้ง
(บันทึกโดย อิบนุ ฮิบบาน)ผู้รายงานได้บันทึกไว้ในหนังสือ (เป็นฮะดีษศอฮีห์)
อธิบายหะดีษ
ในฮะดีษนี้ อับดุลลอฮ์ อิบนุ อับบาสได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการประทานอายะฮ์จากคัมภีร์อัลลอฮ์ ดังนี้:มีชายคนหนึ่งจากชาวอันศอร เข้ารับอิสลามแล้วภายหลังได้ออกจากศาสนา (ริดดะฮ์) และเข้าร่วมกับพวกตั้งภาคี (ชีริก)
มีผู้รายงานจากมุญาฮิดว่า ชายผู้นั้นคือ อัล-ฮาริษ บินซุไวด เขาได้เข้ารับอิสลามกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แต่ต่อมาท่านฮาริษก็ปฏิเสธศรัทธาและกลับไปหากลุ่มชนของเขาต่อมาเขารู้สึกสำนึกผิดและต้องการกลับสู่การศรัทธา
เขาจึงส่งข้อความไปถึงเผ่าของตนว่า : พวกท่านจงถามท่านรอซูลุลลอฮ์ให้ฉันว่า ฉันยังมีทางกลับตัว (เตาบะฮ์) ได้หรือไม่?
กลุ่มชนของเขาจึงไปถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และเล่าว่า ชายผู้นี้สำนึกผิดแล้ว และสั่งให้เราถามท่านว่า เขาจะมีโอกาสเตาบะฮ์หรือไม่ ? อัลลอฮ์จึงประทานอายะฮ์ดังนี้ลงมา :
كَيْفَ يَهْدِي اللَّهُ قَوْمًا كَفَرُوا بَعْدَ إِيمَانِهِمْ وَشَهِدُوٓاْ أَنَّ ٱلرَّسُولَ حَقّٞ وَجَآءَهُمُ
ٱلۡبَيِّنَٰتُۚ
“อย่างไรเล่าที่อัลลอฮฺจะทรงแนะนำพวกใดพวกหนึ่งที่ปฏิเสธศรัทธา หลังจากที่พวกเขาศรัทธาแล้ว
และทั้งยังได้ยืนยันด้วยว่าแท้จริงร่อซูล นั้นเป็นความจริง และได้มีหลักฐานต่าง ๆ อันชัดแจ้งมายังพวกเขาด้วย”
อัลลอฮ์ ตรัสต่อว่า :
وَاللَّهُ لَا يَهْدِي الْقَوْمَ الظَّالِمِينَ
"และอัลลอฮฺนั้นจะไม่ทรงแนะนำพวกที่อธรรม"
และต่อด้วย:
أُولَئِكَ جَزَاؤُهُمْ أَنَّ عَلَيْهِمْ لَعْنَةَ اللَّهِ وَالْمَلائِكَةِ وَالنَّاسِ أَجْمَعِينَ خَٰلِدِينَ فِيهَا لَا
يُخَفَّفُ عَنۡهُمُ ٱلۡعَذَابُ وَلَاهُمۡ يُنظَرُونَ
“ชนเหล่านี้แหละการตอบแทนแก่พวกเขาก็คือ การสาบแช่งจากอัลลอฮฺ จากมะลาอิกะฮฺ
และจากมนุษย์ทั้งมวลนั้น จะตกอยู่แก่พวกเขาโดยที่พวกเขาจะอยู่ในการละอฺนัตนั้นตลอดกาล
ซึ่งการลงโทษนั้นจะไม่ถูกผ่อนเบาแก่พวกเขา และทั้งพวกเขาจะไม่ถูกประวิงอีกด้วย”
หมายถึง ผู้ที่ยืนยันความปฏิเสธและไม่กลับใจ จะได้รับคำสาปจากอัลลอฮ์ ทูตสวรรค์ และมนุษย์ ทั้งยังอยู่ในโทษอย่างถาวร ไม่มีการผ่อนผันใด ๆ
อายะฮ์อันประเสริฐนี้แสดงถึงการขู่เตือนและตักเตือนว่า คนประเภทนี้มักจะถูกครอบงำด้วยความไม่สามารถได้รับการชี้นำ และว่าการได้รับทางนำอยู่ไกลจากพวกเขา
แต่ผู้ใดที่อัลลอฮ์ประทานการเตาบะฮ์แก่เขา อัลลอฮ์ก็จะทรงรับการเตาบะฮ์ของเขา
แต่ต่อมาอัลลอฮ์ตรัสว่า:
إِلَّا الَّذِينَ تَابُوا مِنْ بَعْدِ ذَلِكَ وَأَصْلَحُوا فَإِنَّ اللَّهَ غَفُورٌ رَحِيمٌ
“นอกจากบรรดาผู้ที่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวหลังจากนั้น และได้ปรับปรุงแก้ไข
แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ”
หมายถึง ผู้ที่กลับใจและปรับปรุงตัว พระองค์ทรงอภัยและเมตตาแก่พวกเขา เมื่ออายะฮ์นี้ประทานลงมาท่านนบีจึงส่งข่าวไปหาชายผู้นั้น เขาก็กลับเข้ารับอิสลามเป็นผู้สำนึกผิดอย่างแท้จริง
อัลลอฮ์ทรงยกเว้นผู้กลับใจจากคำปฏิเสธและบาปของตน พระองค์ทรงอภัยให้ทั้งอดีตและปัจจุบัน ดังนั้น สิ่งที่บ่าวจำเป็นต้องทำคือการระมัดระวัง เพราะอายะฮ์นี้มีคำเตือนที่รุนแรง จำเป็นต้องระวังไม่ให้ย้อนกลับไปสู่การปฏิเสธ ความหลงผิด และการทำบาป
หลังจากที่เขาได้รับความกระจ่างแจ้งแล้ว เพราะนั่นคืออันตรายยิ่งใหญ่ คือการที่อาจไม่ถูกรับจากเขา และไม่ถูกประทานความสำเร็จแต่จงยึดมั่นในความจริง และตั้งมั่นอยู่ในทางนั้น พร้อมทั้งวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขาให้ทรงทำให้มั่นคง และพระองค์ทรงเมตตา ทรงกรุณา ทรงโปรดปราน
แต่ผู้ใดที่ถูกทดสอบและถูกตัณหาครอบงำ ก็อย่าได้สิ้นหวัง แต่จงรีบกลับตัว และให้มีความคิดดีต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขา และกลับสู่หนทางที่ถูกต้อง และผู้ใดที่เตาบะฮ์ อัลลอฮ์ก็จะทรงรับการเตาบะฮ์ของเขา
สิ่งที่ได้รับจากตัวบทนี้
1. การเตาบะฮ์ถูกเปิดไว้เสมอ สำหรับผู้ที่ทำบาปตราบเท่าที่ความตายยังไม่มาถึง
2. การริดดะฮ์ (สิ้งสภาพจากอิสลาม) ทำให้การงานดีที่เคยทำมาก่อนเป็นโมฆะ
3. การเตาบะฮ์ที่จริงใจ สามารถลบล้างบาปทั้งหมด ไม่ว่าจะบาปประเภทใด
4. แสดงถึงความกว้างใหญ่ของพระคุณอัลลอฮ์ และความกรุณาต่อผู้สำนึกผิด