การอดทนต่อการเชื่อฟังอัลลอฮฺ
  จำนวนคนเข้าชม  99

การอดทนต่อการเชื่อฟังอัลลอฮฺ

 

อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

     มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮ์ ขอความสันติและความศานติจงมีแด่ท่านรอซูลุลลอฮ์ และต่อจากนี้: แท้จริงความอดทนเป็นอิบาดะฮ์อันยิ่งใหญ่ ที่อัลลอฮ์ทรงบัญชาและทรงกำหนดแก่บ่าวทั้งหลายของพระองค์ เป็นทั้งวิธีการและเป็นทั้งเป้าหมาย

     เพราะบ่าวจะไม่สามารถยืนหยัดต่อการอิบาดะฮ์และการเชื่อฟังต่ออัลลอฮ์ได้ นอกจากเขาต้องประดับและยืนหยัดด้วยความอดทน แท้จริงในคำว่า ‘ตักลีฟ’ (การมอบหมายภาระทางศาสนา) จากชื่อของมันเองก็มีนัยของความเหนื่อยยากและความลำบาก ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละฟัรฎูและแต่ละอิบาดะฮ์กับสิ่งอื่น ๆ

      จากท่านอบูสะอี๊ด อัล-คุดรี ว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ กล่าวว่า:

 

وَمَنْ يَتَصَبَّرْ يُصَبِّرْهُ اللَّهُ، وَمَا أُعْطِيَ أَحَدٌ عَطَاءً خَيْرًا وَأَوْسَعَ مِنَ الصَّبْرِ

 

     “ผู้ใดพยายามทำตนให้มีความอดทน อัลลอฮ์จะประทานความอดทนแก่เขา และไม่เคยมอบของขวัญใดแก่ผู้ใด ที่ดียิ่งกว่าและกว้างขวางยิ่งกว่าความอดทน”

(บันทึกโดยอัล-บุคอรีและมุสลิม)

 

     การเชื่อฟังอัลลอฮ์นั้น โอ้พี่น้องที่รัก จำเป็นต้องมีความอดทนอยู่ 3 ประเภท คือ:

     1. ความอดทนก่อนปฏิบัติ ด้วยการตั้งเจตนาที่ดี มีความมุ่งมั่นที่จะกระทำ และปฏิบัติตามเงื่อนไขของอิบาดะฮ์นั้น ๆ

     2. ความอดทนขณะปฏิบัติ ด้วยการระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ มีความเกรงกลัวพระองค์ ปฏิบัติรุก่น วาจิบ และสุนนะฮ์ของมันให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งอาจเกิดขึ้นในการปฏิบัติ

     3. ความอดทนหลังจากปฏิบัติ ด้วยการปกปิดอิบาดะฮ์ ไม่พูดโอ้อวด และมีความหวั่นกลัวว่าจะไม่ถูกรับจากอัลลอฮ์

 

     และจากบรรดาข้อความในอัลกุรอานและหะดีษของท่านนบี ﷺ ที่ส่งเสริมให้มีความอดทนในการเชื่อฟังอัลลอฮ์คือ

     พระดำรัสของอัลลอฮ์:

وَاصْبِرْ نَفْسَكَ مَعَ الَّذِينَ يَدْعُونَ رَبَّهُمْ بِالْغَدَاةِ وَالْعَشِيِّ يُرِيدُونَ وَجْهَهُ وَلَا تَعْدُ عَيْنَاكَ عَنْهُمْ تُرِيدُ زِينَةَ

الْحَيَاةِ الدُّنْيَا وَلَا تُطِعْ مَنْ أَغْفَلْنَا قَلْبَهُ عَنْ ذِكْرِنَا وَاتَّبَعَ هَوَاهُ وَكَانَ أَمْرُهُ فُرُطًا

 

 

     “และจงอดทนอยู่กับบรรดาผู้ที่วิงวอนต่อพระเจ้าของพวกเขา ในเวลาเช้าและเวลาเย็น โดยหวังพระพักตร์ของพระองค์

     และอย่าให้สายตาของเจ้ามองข้ามพวกเขาไป โดยต้องการเครื่องประดับของชีวิตโลก

     และอย่าเชื่อฟังผู้ที่เราได้ทำให้หัวใจของเขาละเลยจากการรำลึกถึงเรา และ (เขา) ตามอำนาจใฝ่ต่ำของตน

     และกิจการของเขานั้นเหลวแหลก”

(อัลกะฮ์ฟ์ : 28)

     และพระดำรัสของพระองค์: 

رَبُّ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ وَمَا بَيْنَهُمَا فَاعْبُدْهُ وَاصْطَبِرْ لِعِبَادَتِهِ هَلْ تَعْلَمُ لَهُ سَمِيًّا

 

“พระผู้อภิบาลแห่งชั้นฟ้าและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสอง ดังนั้นจงอิบาดะฮ์ต่อพระองค์

และจงอดทนมั่นคงในการอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ เจ้าไม่รู้จักใครที่มีชื่อเหมือนกับพระองค์บ้างหรือ? “

(มัรยัม : 65)

     และอีกพระดำรัสว่า: 

وَأْمُرْ أَهْلَكَ بِالصَّلَاةِ وَاصْطَبِرْ عَلَيْهَا لَا نَسْأَلُكَ رِزْقًا نَحْنُ نَرْزُقُكَ وَالْعَاقِبَةُ لِلتَّقْوَى

 

“และจงสั่งครอบครัวของเจ้าให้ทำการละหมาด และจงอดทนมั่นคงกับมัน

เรามิได้เรียกร้องปัจจัยยังชีพจากเจ้า เราต่างหากที่ให้ปัจจัยยังชีพแก่เจ้า และบั้นปลายอันดีนั้นเป็นของผู้มีตักวา"

(ฏอฮา : 132)

     และพระดำรัสของพระองค์ว่า:

يَابُنَيَّ أَقِمِ الصَّلَاةَ وَأْمُرْ بِالْمَعْرُوفِ وَانْهَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَاصْبِرْ عَلَى مَا أَصَابَكَ إِنَّ ذَلِكَ مِنْ عَزْمِ الْأُمُورِ

 

“โอ้ลูกรักของฉัน จงดำรงละหมาด จงใช้ให้กระทำความดี และห้ามปรามความชั่ว 

และจงอดทนต่อสิ่งที่ประสบแก่เจ้า แท้จริงนั่นคือหนึ่งในกิจการที่ต้องใช้ความมุ่งมั่นอย่างยิ่ง”

(ลุกมาน : 17)

     และพระดำรัสของพระองค์ว่า:

يَاأَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اصْبِرُوا وَصَابِرُوا وَرَابِطُوا وَاتَّقُوا اللَّهَ لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُونَ

 

“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอดทน จงแข่งกันอดทน และจงประจำอยู่แน่วแน่

และจงยำเกรงอัลลอฮ์ เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความสำเร็จ”

(อาลิอิมรอน : 200)

     และในเรื่องการอดทนต่อการงาน พระองค์ตรัสว่า: 

إِلَّا الَّذِينَ صَبَرُوا وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ أُولَئِكَ لَهُمْ مَغْفِرَةٌ وَأَجْرٌ كَبِيرٌ

 

“นอกจากผู้ที่อดทนและกระทำความดี ซึ่งชนเหล่านั้นจะได้รับอภัยโทษและรางวัลอันใหญ่หลวง”

(ฮูด : 11)

     และพระดำรัสของอัลลอฮ์:

قُلْ إِنَّ صَلَاتِي وَنُسُكِي وَمَحْيَايَ وَمَمَاتِي لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ * لَا شَرِيكَ لَهُ وَبِذَلِكَ أُمِرْتُ وَأَنَا أَوَّلُ الْمُسْلِمِينَ}

 

“จงกล่าวเถิด แท้จริงการละหมาดของฉัน การเชือดพลีของฉัน การมีชีวิตอยู่ของฉัน และการตายของฉันนั้น เป็นของอัลลอฮ์

พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกไม่มีภาคีกับพระองค์ และด้วยสิ่งนี้ฉันถูกบัญชา

และฉันคือผู้แรกแห่งบรรดาผู้มอบตนเป็นมุสลิม” 

(อัลอันอาม :162–163)

     และพระดำรัสของพระองค์ว่า: 

{وَالَّذِينَ آمَنُوا وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ لَنُبَوِّئَنَّهُمْ مِنَ الْجَنَّةِ غُرَفًا تَجْرِي مِنْ تَحْتِهَا الْأَنْهَارُ خَالِدِينَ فِيهَا نِعْمَ

أَجْرُ الْعَامِلِينَ * الَّذِينَ صَبَرُوا وَعَلَى رَبِّهِمْ يَتَوَكَّلُونَ

 

“และบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดี เราจะให้พวกเขาได้พักพิงในบรรดาห้องหับแห่งสวนสวรรค์ 

ซึ่งมีลำน้ำไหลอยู่เบื้องล่าง โดยพวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นเป็นนิจ 

นั่นคือบำเหน็จอันงดงามสำหรับบรรดาผู้กระทำงาน คือบรรดาผู้ที่อดทน 

และพวกเขามอบความไว้วางใจของพวกเขาแด่พระเจ้าของพวกเขา” 

(อัลอันกะบูต : 58–59)

      จากอัล-มุฆีเราะฮ์ อิบนุ ชุอฺบะฮ์ ว่า:

قَامَ النَّبِيُّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ حَتَّى تَوَرَّمَتْ قَدَمَاهُ، فَقِيلَ لَهُ: غَفَرَ اللَّهُ لَكَ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِكَ وَمَا تَأَخَّرَ،

قَالَ: «أَفَلا أَكُونُ عَبْدًا شَكُورًا

 

     ท่านนบี ﷺ ลุกยืน (ละหมาดกลางคืน) จนเท้าของท่านบวม 

     แล้วมีคนกล่าวแก่ท่านว่า : อัลลอฮ์ทรงอภัยให้แก่ท่านแล้ว ทั้งสิ่งที่ผ่านไปและสิ่งที่จะมาถึง 

     ท่านตอบว่า : แล้วฉันจะไม่เป็นบ่าวผู้ขอบคุณดอกหรือ ? 

(บันทึกโดยอัล-บุคอรีและมุสลิม)

     จากหุซัยฟะฮ์ กล่าวว่า:

 

صَلَّيْتُ مَعَ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ذَاتَ لَيْلَةٍ، فَافْتَتَحَ الْبَقَرَةَ، فَقُلْتُ: يَرْكَعُ عِنْدَ الْمِائَةِ، ثُمَّ مَضَى،

فَقُلْتُ: يُصَلِّي بِهَا فِي رَكْعَةٍ، فَمَضَى، فَقُلْتُ: يَرْكَعُ بِهَا، ثُمَّ افْتَتَحَ النِّسَاءَ، فَقَرَأَهَا، ثُمَّ افْتَتَحَ آلَ عِمْرَانَ،

فَقَرَأَهَا، يَقْرَأُ مُتَرَسِّلًا، إِذَا مَرَّ بِآيَةٍ فِيهَا تَسْبِيحٌ سَبَّحَ، وَإِذَا مَرَّ بِسُؤَالٍ سَأَلَ، وَإِذَا مَرَّ بِتَعَوُّذٍ تَعَوَّذَ، ثُمَّ رَكَعَ،

فَجَعَلَ يَقُولُ: سُبْحَانَ رَبِّيَ الْعَظِيمِ، فَكَانَ رُكُوعُهُ نَحْوًا مِنْ قِيَامِهِ، ثُمَّ قَالَ: سَمِعَ اللهُ لِمَنْ حَمِدَهُ، ثُمَّ قَامَ

طَوِيلًا قَرِيبًا مِمَّا رَكَعَ، ثُمَّ سَجَدَ، فَقَالَ: سُبْحَانَ رَبِّيَ الْأَعْلَى، فَكَانَ سُجُودُهُ قَرِيبًا مِنْ قِيَامِهِ

 

     ฉันได้ละหมาดร่วมกับท่านนบี ﷺ คืนหนึ่ง ท่านเปิดอ่านสูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ ฉันจึงกล่าวในใจว่า :

     ท่านจะรุกูอ์เมื่อครบหนึ่งร้อย (อายะฮ์) แต่ท่านก็อ่านต่อไป

     ฉันจึงคิดว่า: ท่านคงละหมาดด้วยสูเราะฮ์นี้ในหนึ่งร็อกอะฮ์ แต่ท่านก็ยังคงอ่านต่อไป 

     ฉันคิดว่า: ท่านจะรุกูอ์พร้อมกับสูเราะฮ์นี้ จากนั้นท่านเปิดสูเราะฮ์อันนิสาอ์แล้วอ่านมัน

     จากนั้นท่านเปิดสูเราะฮ์อาลิอิมรอน แล้วอ่านมัน ท่านอ่านอย่างช้า ๆ มีจังหวะ

’เมื่อท่านผ่านอายะฮ์ที่มีการตัสบีฮ์ ท่านก็กล่าวตัสบีฮ์ 

และเมื่อท่านผ่านอายะฮ์ที่มีการวิงวอน ท่านก็วิงวอน 

และเมื่อผ่านอายะฮ์ที่มีการขอความคุ้มครอง ท่านก็ขอความคุ้มครอง 

     จากนั้นท่านรุกูอ์ แล้วกล่าวว่า: “ซุบฮานะ ร็อบบิยัลอัฎีม” และการรุกูอ์ของท่านยาวพอ ๆ กับการยืนของท่าน 

     แล้วท่านกล่าวว่า: ซามิอัลลอฮุ ลิมันฮะมิดะฮ์ จากนั้นท่านยืนอยู่นานใกล้เคียงกับเวลารุกูอ์

     แล้วท่านสุญูดและกล่าวว่า: ซุบฮานะร็อบบิยัลอะอ์ลา และการสุญูดของท่านก็ยาวใกล้เคียงกับการยืนของท่านเช่นกัน 

(บันทึกโดยมุสลิม)

 

     และสิ่งที่บ่งบอกถึงความประเสริฐของความอดทนในการเชื่อฟังอัลลอฮ์ คือสิ่งที่ อบูฮุร็อยเราะฮ์ รายงานว่า:ท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ กล่าวว่า:

 

أَلَا أَدُلُّكُمْ عَلَى مَا يَمْحُو اللَّهُ بِهِ الْخَطَايَا، وَيَرْفَعُ بِهِ الدَّرَجَاتِ ؟ قَالُوا: بَلَى يَا رَسُولَ اللَّهِ، قَالَ: «إِسْبَاغُ

الْوُضُوءِ عَلَى الْمَكَارِهِ، وَكَثْرَةُ الْخُطَا إِلَى الْمَسَاجِدِ، وَانْتِظَارُ الصَّلَاةِ بَعْدَ الصَّلَاةِ، فَذَلِكُمُ الرِّبَاطُ،

فَذَلِكُمُ الرِّبَاطُ

     พวกท่านจะไม่ให้ฉันบอกสิ่งที่จะลบล้างบาปและยกฐานะให้สูงขึ้นบ้างหรือ?

     พวกเขากล่าวว่า : แน่นอน โอ้รอซูลุลลอฮ์

     ท่านกล่าวว่า : การทำวุฎูอ์ให้สมบูรณ์ในสภาพที่ยากลำบาก การก้าวเดินมาก ๆ ไปยังมัสยิด และการรอคอยละหมาดหนึ่งหลังจากละหมาดหนึ่ง นั่นแหละคืออัล-ริบาฏ์ นั่นแหละคืออัล-ริบาฏ์ 

(บันทึกโดยอัล-บุคอรี)

 

     และในบรรดารูปแบบของความอดทนในการเชื่อฟัง คือการถือศีลอดในวันที่อากาศร้อนจัด เพราะมีผลบุญยิ่งใหญ่

     จากอบูสะอี๊ด อัลคุดรี กล่าวว่า:ท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ กล่าวว่า:

 

مَا مِنْ عَبْدٍ يَصُومُ يَوْمًا فِي سَبِيلِ اللَّهِ، إِلَّا بَاعَدَ اللَّهُ بِذَلِكَ الْيَوْمِ وَجْهَهُ عَنِ النَّارِ سَبْعِينَ خَرِيفًا

 

“ไม่มีบ่าวคนใดที่ถือศีลอดหนึ่งวันเพื่ออัลลอฮ์ นอกจากอัลลอฮ์จะทรงทำให้ใบหน้าของเขาห่างไกลจากไฟนรกเจ็ดสิบปี“

(บันทึกโดยมุสลิม)

     จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ กล่าวว่า:

 

شَهْرُ الصَّبْرِ، وَثَلَاثَةُ أَيَّامٍ مِنْ كُلِّ شَهْرٍ صَوْمُ الدَّهْرِ

 

“เดือนแห่งความอดทน (เดือนเราะมะฎอน) และการถือศีลอดสามวันในทุกเดือน คือเสมือนการถือศีลอดตลอดกาล “

(บันทึกโดย)

     อิมามอะหมัดและอันนะสาอีย์ได้บันทึก และชัยคฺอัลอัลบานีย์ให้สถานะซอเฮียะฮ์

     และในบรรดาความอดทนต่อการเชื่อฟังอัลลอฮ์ คือการทำอิบาดะฮ์อย่างสม่ำเสมอ อัลลอฮ์ตรัสแก่ท่านนบี ﷺ ว่า:

 

{وَاعْبُدْ رَبَّكَ حَتَّى يَأْتِيَكَ الْيَقِينُ}

 

“โอ้มุฮัมมัดจงอิบาดะฮ์ต่อพระเจ้าของเจ้าไปจนกว่าความตายจะมาถึงเจ้า”

[อัลหิจร์: 99]

     และท่านนบีอีซา กล่าวว่า:

وَأَوْصَانِي بِالصَّلَاةِ وَالزَّكَاةِ مَا دُمْتُ حَيًّا

 

“พระองค์ทรงกำชับฉัน ให้ดำรงละหมาด และจ่ายซะกาต ตราบที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ “

[มัรยัม: 31]

     ท่านอัลฮะซัน อัลบัศรี กล่าวว่า : แท้จริงอัลลอฮ์มิได้กำหนดเวลาสิ้นสุดสำหรับการงานของผู้ศรัทธานอกจากความตายเท่านั้น

     ได้รายงานจากอบีสะอีด อัล-คุดรี เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า:

 

إنَّ نَاسًا مِنَ الأنْصَارِ سَأَلُوا رَسولَ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عليه وسلَّمَ، فأعْطَاهُمْ، ثُمَّ سَأَلُوهُ، فأعْطَاهُمْ، ثُمَّ سَأَلُوهُ،

فأعْطَاهُمْ حتَّى نَفِدَ ما عِنْدَهُ، فَقَالَ: «ما يَكونُ عِندِي مِن خَيْرٍ فَلَنْ أدَّخِرَهُ عَنْكُمْ، ومَن يَسْتَعْفِفْ يُعِفَّهُ

اللَّهُ، ومَن يَسْتَغْنِ يُغْنِهِ اللَّهُ، ومَن يَتَصَبَّرْ يُصَبِّرْهُ اللَّهُ، وما أُعْطِيَ أحَدٌ عَطَاءً خَيْرًا وأَوْسَعَ مِنَ الصَّبْ

 

“มีผู้คนจากหมู่ชาวอันศอรได้ขอ(ทรัพย์)จากท่านรอซูลุลลอฮฺ ﷺ แล้วท่านก็ให้แก่พวกเขา

ต่อมาพวกเขาขอกับท่านอีก ท่านก็ให้

ต่อมาพวกเขาขอกับท่านอีก ท่านก็ให้ จนกระทั่งสิ่งที่อยู่กับท่านหมดสิ้นไป

แล้วท่านกล่าวว่า : สิ่งใดจากความดีที่มีอยู่กับฉัน ฉันจะไม่เก็บมันไว้จากพวกท่านอย่างแน่นอน

ผู้ใดพยายามรักษาความละอาย (ไม่ขอผู้อื่น) อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขามีความละอาย

ผู้ใดพยายามทำให้ตัวเองพอเพียง อัลลอฮฺจะทำให้เขาพอเพียง

และผู้ใดพยายามอดทน อัลลอฮฺก็จะทำให้เขามีความอดทน

และไม่มีใครได้รับของขวัญใดที่ดีกว่าและกว้างขวางกว่า ความอดทน’

(บันทึกโดยบุคอรี)

     รายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า: 

أَنَّ رَسُولَ اللهِ- صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ- سُئِلَ: أَيُّ الْعَمَلِ أَحَبُّ إِلَى اللهِ؟ قَالَ: أَدْوَمُهُ وَإِنْ قَلَّ.

 

“มีผู้ถามท่านรอซูลุลลอฮฺ ﷺ ว่าการงานใดที่เป็นที่รักยิ่งที่สุดต่ออัลลอฮฺ ?

ท่านตอบว่า : คือการงานที่ทำอย่างสม่ำเสมอแม้จะมีปริมาณเล็กน้อยก็ตาม”

(บันทึกโดย มุสลิม) 

     และรายงานจากอับดุลลอฮฺ บิน อัมรฺ อิบนิลอาศ เราะฎิยัลลอฮุมาว่า:ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:

 

يا عبدَ الله، لا تَكُنْ مثل فلان؛ كان يقوم من الليل، فتَرَك قيامَ الليل

 

“โอ้อับดุลลอฮฺเอ๋ย อย่าเป็นเหมือนชายคนหนึ่ง ซึ่งเขาเคยลุกขึ้นละหมาดกลางคืน แต่แล้วเขาก็ละทิ้งการลุกขึ้นกลางคืนนี้ไป”

(บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)