ความรู้ที่ขาดการปฏิบัติ กับ การปฏิบัติที่ขาดความรู้
  จำนวนคนเข้าชม  47

ความรู้ที่ขาดการปฏิบัติ กับ การปฏิบัติที่ขาดความรู้

 

By One Muslimah

 

          ในสังคมมุสลิมทุกวันนี้ เรามักพบคนอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกคือ “รู้มาก แต่ทำไม่ได้” และอีกประเภทหนึ่ง คือ “ขยันทำ แต่ไม่ยอมเรียนรู้” ทั้งสองแบบดูเหมือนจะอยู่คนละด้าน แต่แท้จริงแล้ว ทั้งสองประเภทต่างก็มีอันตรายต่อศาสนาและหัวใจไม่ต่างกัน

 

          อิสลามไม่ต้องการเพียง “ความรู้” และไม่ต้องการเพียง “การลงมือทำ” แต่อิสลามต้องการ “ความรู้ที่นำไปสู่การปฏิบัติ” และ “การปฏิบัติที่ตั้งอยู่บนความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง” เพราะเมื่อสองสิ่งนี้แยกออกจากกัน ศาสนาจะเหลือเพียง “รูปแบบ”ที่ไร้จิตวิญญาณ

 

1. ความรู้ที่ขาดการปฏิบัติ

 

     เมื่อศาสนาอยู่แค่ในสมอง แต่ไม่ลงสู่หัวใจ บางคนเรียนศาสนามาก อ่านหนังสือจำนวนมาก จำหลักฐานได้มาก

     อภิปรายเก่ง สอนคนอื่นได้ แต่ชีวิตจริงกลับไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือพัฒนาตนเองไปในทิศทางที่ดีขึ้น

     กล่าวคือ ยังโกหก ยังนินทา ยังอวดดี ยังละเลยละหมาด ยังทำบาปลับ ยังทำร้ายคนอื่นด้วยลิ้นและอารมณ์ ความรู้ของเขาอาจเพิ่มขึ้น แต่ตักวาความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นี่คือหนึ่งในโรคที่อันตรายที่สุด 

 

     เพราะ “ความรู้” ควรทำให้มนุษย์ถ่อมตน ไม่ใช่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเหนือกว่าคนอื่น ความรู้ที่ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม อาจกลายเป็นหลักฐานย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง ยิ่งรู้มาก ความรับผิดชอบก็ยิ่งมาก คนไม่รู้ อาจมีข้ออ้างแก้ตัวบางประการ แต่คนที่รู้แล้วไม่ปฏิบัติไม่ทำตามในสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้มา กำลังใช้ “ความรู้” เป็นพยานต่อตัวเอง 

 

     บางครั้ง คนที่พูดเรื่องศาสนาเก่งที่สุด อาจกำลังพ่ายแพ้กิเลสตัวเองมากที่สุด และสิ่งที่น่ากลัวคือ หัวใจอาจค่อยๆ คุ้นชินกับการพูดความดี โดยที่ไม่เคยลงมือทำจริง จนสุดท้าย ศาสนากลายเป็นเพียง “ข้อมูล” ไม่ใช่ “แสงสว่างนำทางชีวิต”

สัญญาณของคนที่มีความรู้ แต่ขาดการปฏิบัติ

พูดมากเรื่องศาสนา แต่ … ไม่ปรับปรุงตัวเอง

วิจารณ์คนอื่นง่าย แต่ … ไม่เคยตรวจสอบหัวใจตัวเอง

สนใจข้อถกเถียง มากกว่า … ความบริสุทธิ์ของหัวใจ

จำคำพูดอุลามาอ์ผู้รู้ได้มาก แต่ … ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

      เรียนศาสนาเพื่อเอาชนะ มากกว่า … เพื่อแสวงหาความใกล้ชิดอัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ความรู้แบบนี้ อาจเพิ่ม “อีโก้” มากกว่า “อีหม่าน”

 

 

2. การปฏิบัติที่ขาดความรู้

 

     เมื่อความตั้งใจดี ไม่เพียงพอ หากไร้ทางนำ อีกด้านหนึ่ง มีคนจำนวนมากที่รักศาสนา ขยันทำอิบาดะห์ มีความตั้งใจดีแต่ไม่ยอมเรียนรู้ เขาทำตามความเคยชิน ตามวัฒนธรรมตามสิ่งที่บรรพบุรุษหรือคนอื่นทำต่อๆ กันมา โดยไม่เคยถามว่า “สิ่งนี้ถูกต้องตามอัลกุรอานและซุนนะฮ์หรือไม่” ความศรัทธาที่ไม่มีความรู้ที่ถูกต้อง อาจพาไปสู่ความหลงผิด

 

ในอิสลาม “ความตั้งใจดี” เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอ เพราะการอิบาดะห์จะถูกตอบรับ ต้องมีทั้ง 

(1) อิคลาศ หรือความบริสุทธ์จริงใจต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา และ 

(2) ปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง

     บางคนทำอิบาดะห์หนักมาก แต่เต็มไปด้วยความหลงผิด (บิดอะฮ์) ความงมงาย หรือความเข้าใจผิด

     บางคนแชร์หรือส่งต่อคำพูดศาสนาโดยไม่ตรวจสอบ ส่งต่อฮะดิษปลอม เชื่อทุกอย่างที่ฟังดู “ซาบซึ้ง” นี่คือผลของ “การปฏิบัติที่ไม่มีฐานความรู้ที่ถูกต้อง”

 

     อันตรายของศรัทธาที่ไร้ความเข้าใจ เมื่อคนขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เขาจะถูกอารมณ์ชี้นำควบคุมได้ง่าย วันนี้ตามคนนี้ พรุ่งนี้ตามอีกคน เชื่อทุกคลิป เปลี่ยนความเชื่อตามกระแส ศาสนาจะกลายเป็นเพียง “ความรู้สึก” ไม่ใช่ “ทางนำ” และบางครั้ง ความกระตือรือร้นที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง อาจสร้างความเสียหายมากกว่าความเฉยเมย

 

 

3. อิสลามต้องการ “สมดุล” ระหว่างความรู้และการปฏิบัติ

 

     อุลามาอ์ผู้รู้ในอดีตไม่ได้เรียนเพื่อสะสมข้อมูล แต่เรียนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต พวกเขามองว่า ความรู้คือความรับผิดชอบหรือ “อะมานะฮ์” ไม่ใช่เครื่องประดับทางปัญญา และพวกเขาก็ไม่ปฏิบัติโดยไร้หลักฐาน แต่ศึกษาก่อนลงมือปฏิบัติเสมอ เพราะในอิสลาม ความรู้และการปฏิบัติ คือ“สองปีก” ของผู้ศรัทธา หากขาดข้างใดข้างหนึ่ง ย่อมไม่สามารถโบยบินไปสู่อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ได้อย่างสมบูรณ์

 

     คนที่อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา รัก คือคนแบบไหน?

     คนที่อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา รัก ไม่ใช่คนที่รู้มากที่สุดเพียงอย่างเดียว และไม่ใช่คนที่ปฏิบัติหรือทำมากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือคนที่ “เรียนรู้ด้วยความถ่อมตน และปฏิบัติด้วยความจริงใจ”

เมื่อเรียนรู้แล้วก็รีบนำไปปฏิบัติ เมื่อทำผิดก็รีบสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว

เมื่อไม่รู้ก็รีบถาม หัวใจแบบนี้ต่างหาก ที่ความรู้จะกลายเป็น “แสงสว่างนำทาง”(นูร)

 

 

บทสรุปส่งท้าย

 

     ความรู้ที่ไม่ถูกนำไปปฏิบัติ อาจกลายเป็นภาระ และการปฏิบัติที่ไม่มีความรู้ อาจกลายเป็นความหลงผิด มุสลิมจึงไม่ควรหยุดแค่ “เรียน” และก็ไม่ควรรีบ“ปฏิบัติหรือทำ” โดยไม่เรียนรู้ แต่ต้องทำให้เกิดทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน คือ เรียนรู้ด้วยความเข้าใจ เพื่อนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง และ ปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่ได้เรียนรู้ เพื่อให้ความรู้ เป็นแสงสว่างนำทางชีวิต

 

     เพราะศาสนาอิสลาม ไม่ใช่ศาสนาของข้อมูล และไม่ใช่ศาสนาของอารมณ์ แต่คือศาสนาแห่ง “ความจริงที่ถูกเรียนรู้ และถูกนำไปใช้ปฏิบัติ เพื่อขัดเกลาหัวใจและเปลี่ยนแปลงชีวิต