ความอิจฉา โรคหัวใจที่ทำลายบุคคล องค์กร และสังคม
  จำนวนคนเข้าชม  78

ความอิจฉา โรคหัวใจที่ทำลายบุคคล องค์กร และสังคม

 

เรียบเรียงโดย  อิสมาอีล กอเซ็ม 

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก 

     ความอิจฉา หรือ อัล-หะสัด (الحسد) มิใช่เพียงอารมณ์ชั่ววูบของมนุษย์ หากแต่เป็นโรคของหัวใจที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกชนชั้น ตั้งแต่พี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน ผู้ทำงานศาสนา ไปจนถึงกลุ่มนักวิชาการศาสนา เพราะตราบใดที่หัวใจยังถูกทดสอบด้วยความอยากเด่น อยากเหนือกว่า และไม่พอใจต่อการจัดสรรของอัลลอฮฺ ความอิจฉาย่อมสามารถแทรกซึมเข้าสู่หัวใจได้

 

     อัลลอฮฺทรงสอนให้ผู้ศรัทธาขอความคุ้มครองจากภัยของผู้ริษยา เมื่อความริษยาของเขาเริ่มแสดงผลออกมา พระองค์ตรัสว่า

وَمِنْ شَرِّ حَاسِدٍ إِذَا حَسَدَ

“และจากความชั่วของผู้ริษยา เมื่อเขาริษยา”

(อัล-ฟะลัก 113:5)

 

     อายะฮฺนี้ชี้ชัดว่า ความอิจฉามี “ความชั่ว” ที่อาจแปรสภาพจากความรู้สึกภายในไปสู่การกระทำภายนอก เช่น การใส่ร้าย การลดคุณค่าผู้อื่น การปิดกั้นความดี การทำลายชื่อเสียง การสร้างข่าวลือ และการทำให้สังคมแตกแยก

     ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

«لَا تَحَاسَدُوا، وَلَا تَبَاغَضُوا، وَلَا تَدَابَرُوا، وَكُونُوا عِبَادَ اللهِ إِخْوَانًا»

“พวกท่านอย่าอิจฉาริษยากัน อย่าเกลียดชังกัน อย่าหันหลังให้กัน และจงเป็นบ่าวของอัลลอฮฺที่เป็นพี่น้องกัน”

 

     หะดีษนี้วางลำดับทางสังคมไว้อย่างลึกซึ้ง เพราะความอิจฉามักเป็นจุดเริ่มต้นของความเกลียดชัง เมื่อเกลียดชังแล้วก็หันหลังให้กัน และเมื่อหันหลังให้กัน ความเป็นพี่น้องก็ถูกทำลาย

 

 

คำกล่าวของสลัฟเกี่ยวกับความอิจฉา

 

ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ มัสอูด رضي الله عنه กล่าวว่า. «لَا تُعَادُوا نِعَمَ اللهِ»

“พวกท่านอย่าเป็นศัตรูกับความโปรดปรานของอัลลอฮฺ”

มีผู้ถามว่า “ใครเล่าที่เป็นศัตรูกับความโปรดปรานของอัลลอฮฺ?”

ท่านตอบว่า “คือบรรดาผู้ที่อิจฉาผู้คนต่อสิ่งที่อัลลอฮฺ ประทานแก่พวกเขาจากความโปรดปรานของพระองค์”

     คำกล่าวนี้ลึกซึ้งมาก เพราะผู้ริษยามักคิดว่าตนกำลังไม่พอใจ “มนุษย์” แต่แท้จริงแล้วเขากำลังไม่สงบใจต่อ “การจัดสรรของอัลลอฮฺ” เพราะความรู้ ความสามารถ ทรัพย์สิน ตำแหน่ง เกียรติยศ และการยอมรับของผู้คน ล้วนเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺ ประทานตามพระปรีชาญาณของพระองค์

 

 

ท่านอบู อัด-ดัรดาอ์ رضي الله عنه กล่าวว่า «مَا أَكْثَرَ عَبْدٌ ذِكْرَ الْمَوْتِ إِلَّا قَلَّ فَرَحُهُ وَقَلَّ حَسَدُهُ»

     “ไม่มีบ่าวคนใดรำลึกถึงความตายมาก เว้นแต่ความหลงระเริงของเขาจะลดลง และความอิจฉาของเขาจะลดลง”

     นี่คือวิธีบำบัดหัวใจอย่างสำคัญ เพราะผู้ที่ระลึกถึงความตายจะไม่เสียเวลาเผาหัวใจตนเองด้วยความสำเร็จของผู้อื่น เขาจะรู้ว่าทุกคนกำลังเดินทางสู่หลุมฝังศพ และสิ่งที่ควรแข่งขันกันจริง ๆ คือความยำเกรง ความบริสุทธิ์ใจ และการงานที่อัลลอฮฺทรงพอพระทัย

 

 

ท่านมุอาวิยะฮฺ رضي الله عنه กล่าวว่า «كُلُّ النَّاسِ أَقْدِرُ عَلَى رِضَاهُ إِلَّا حَاسِدَ نِعْمَةٍ، فَإِنَّهُ لَا يُرْضِيهِ إِلَّا زَوَالُهَا»

      “มนุษย์ทุกคนยังพอทำให้พอใจได้ เว้นแต่ผู้ที่อิจฉาความโปรดปราน เพราะไม่มีสิ่งใดทำให้เขาพอใจ นอกจากการที่ความโปรดปรานนั้นสูญสิ้นไป”

     คำกล่าวนี้สะท้อนธรรมชาติของผู้ริษยาอย่างชัดเจน ผู้ริษยาไม่ได้ต้องการเพียงให้ตนเองได้ดี แต่ในระดับที่อันตราย เขาต้องการให้ผู้อื่นหมดดี ดังนั้น ความอิจฉาจึงมิใช่เพียงความรู้สึก แต่เป็นพลังทำลายที่ซ่อนอยู่ในหัวใจ

 

 

อัล-หะสัน อัล-บัศรี رحمه الله กล่าวว่าในความหมายว่า

     “โอ้ลูกหลานอาดัม เหตุใดเจ้าจึงอิจฉาพี่น้องของเจ้า? 

     หากสิ่งที่เขาได้รับเป็นเพราะอัลลอฮฺ ทรงให้เกียรติเขา แล้วเหตุใด เจ้าจึงอิจฉาผู้ที่อัลลอฮฺทรงให้เกียรติ? 

     และหากมิใช่เช่นนั้น แล้วเหตุใดเจ้าจึงอิจฉาผู้ที่ปลายทางของเขาอาจเป็นไฟนรก?”

     นี่คือการวิเคราะห์เชิงอีมานที่ทำลายรากของความอิจฉา เพราะไม่ว่าผู้อื่นจะได้รับความโปรดปรานด้วยเหตุใด ผู้ศรัทธาก็ไม่มีเหตุผลที่จะเผาหัวใจตนเอง หากเขาเป็นคนดี การอิจฉาเขาคือการไม่พอใจต่อการให้เกียรติของอัลลอฮฺ และหากเขาใช้ความโปรดปรานไปในทางผิด เขาก็กำลังถูกทดสอบ ไม่ใช่บุคคลที่ควรอิจฉา

 

 

ความอิจฉาในสังคมปัจจุบัน

 

     ในยุคปัจจุบัน ความอิจฉามีพื้นที่แสดงออกมากขึ้นผ่านโซเชียลมีเดีย ผู้คนเห็นความสำเร็จของผู้อื่นทุกวัน เห็นบ้าน รถ ตำแหน่ง การเดินทาง จำนวนผู้ติดตาม ยอดไลก์ ยอดแชร์ และคำชื่นชม จนหัวใจบางดวงเริ่มเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง 

 

     เมื่อขาดอีมานและขาดความพอใจต่อการกำหนดของอัลลอฮฺ ความอิจฉาจึงเปลี่ยนเป็นการเหน็บแนม การด้อยค่า การขุดอดีต การตั้งข้อสงสัยในเจตนา และการทำลายเกียรติผู้อื่นอย่างเป็นระบบในหมู่พี่น้อง 

 

     ความอิจฉาอาจเกิดจากการได้รับความรัก ความสำเร็จ หรือทรัพย์สินไม่เท่ากัน ในหมู่เพื่อนฝูง อาจเกิดจากการเรียน การงาน รายได้ หรือการยอมรับทางสังคม ในองค์กร อาจเกิดจากตำแหน่ง อำนาจ หรือความใกล้ชิดกับผู้บริหาร ส่วนในวงการศาสนา 

 

     ความอิจฉาอาจแฝงตัวมาในรูปของการไม่ยอมรับความดีของผู้อื่น การลดคุณค่าผู้ที่ได้รับความนิยม การกล่าวหาผู้ที่มีผลงาน หรือการโจมตีผู้ที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน

อันตรายที่สุดคือ เมื่อความอิจฉาถูกห่อหุ้มด้วยถ้อยคำทางศาสนา 

ผู้ริษยาอาจอ้างว่าตนกำลัง “ตักเตือน” ทั้งที่หัวใจเต็มไปด้วยความไม่พอใจ 

อ้างว่ากำลัง “ปกป้องสัจธรรม” ทั้งที่เจตนาแท้จริง คือการทำลายบุคคล 

อ้างว่ากำลัง “รักษามาตรฐานวิชาการ” ทั้งที่ลึก ๆ ไม่สามารถทนเห็นผู้อื่นได้รับการยอมรับได้

 

     ดังนั้น ผู้ทำงานศาสนา นักเรียนศาสนา ครู อุสตาซ และนักวิชาการ จำเป็นต้องตรวจสอบหัวใจของตนเองอย่างสม่ำเสมอว่า การวิจารณ์ของเราตั้งอยู่บนความจริง ความยุติธรรม และความเมตตา หรือแท้จริงแล้วมีความอิจฉา ความคับแคบ และความต้องการเอาชนะซ่อนอยู่

 

      เมื่อเห็นผู้อื่นได้รับความดี ให้กล่าวดุอาอ์ว่า “اللهم بارك له” คือ “โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ประทานความจำเริญแก่เขา” เพราะการขอดุอาอ์ให้ผู้อื่นเป็นการฝืนอารมณ์อิจฉา และเปลี่ยนหัวใจจากการแข่งขันที่ป่วยไข้ ไปสู่ความเป็นพี่น้องในอีมาน

 

      ให้ฝึกยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น เพราะหัวใจที่สะอาดจะไม่ทุกข์เมื่อเห็นพี่น้องได้รับความดี แต่จะดีใจที่ความโปรดปรานของอัลลอฮฺ ปรากฏแก่บ่าวของพระองค์

 

      อย่าเปรียบเทียบชีวิตตนเองกับภาพที่ผู้อื่นนำเสนอในโลกออนไลน์ เพราะสิ่งที่เห็นอาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของชีวิต มิใช่ความจริงทั้งหมด ผู้ศรัทธาควรเปรียบเทียบตนเองกับหน้าที่ที่อัลลอฮฺมอบหมาย มิใช่กับสิ่งที่ผู้คนแสดงให้เห็น

 

      ในวงการศาสนา ต้องแยกระหว่าง “การตักเตือนด้วยหลักฐาน” กับ “การทำลายด้วยความอิจฉา” การตักเตือนที่ถูกต้อง ต้องมีความบริสุทธิ์ใจ ความยุติธรรม ความรู้ มารยาท และความปรารถนาดี 

      แต่การตักเตือนที่เกิดจากความอิจฉามักเต็มไปด้วยการเลือกโจมตี การขยายความผิด การปิดบังความดี และการไม่ยินดีเมื่อผู้อื่นได้รับการแก้ไขหรือประสบความสำเร็จ

 

      ให้รำลึกถึงความตายเสมอ เพราะผู้ที่รู้ว่าตนจะต้องยืนต่อหน้าอัลลอฮฺ จะไม่กล้าใช้ลิ้น ปากกา หรือแป้นพิมพ์ทำลายเกียรติของผู้ศรัทธาเพียงเพราะหัวใจของตนไม่สงบ

 

      ความอิจฉาเป็นโรคหัวใจที่ต้องรีบบำบัด ไม่ใช่สิ่งที่ควรปล่อยไว้ เพราะจุดจบของมันไม่งดงาม มันเริ่มจากหัวใจที่ไม่พอใจ แล้วลุกลามไปสู่คำพูด การกระทำ ความแตกแยก และการทำลายความดีของตนเอง 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้ศรัทธาจึงต้องฝึกหัวใจให้พอใจต่อการจัดสรรของอัลลอฮฺ ยินดีต่อความดีของผู้อื่น และขอความคุ้มครองจากความชั่วของความอิจฉา ทั้งจากผู้อื่นและจากหัวใจของตนเอง