การลดทอนเกียรติผู้รู้และผลกระทบต่อเยาวชนผู้แสวงหาความรู้
  จำนวนคนเข้าชม  38

การลดทอนเกียรติผู้รู้ และผลกระทบต่อเยาวชนผู้แสวงหาความรู้

 

เรียบเรียงโดย  อิสมาอีล  กอเซ็ม 

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก  

     การแสวงหาวิชาความรู้ในอิสลามถือเป็นอิบาดะฮฺที่มีเป้าหมายเพื่อเข้าถึงความจริงและการปฏิบัติตามหลักฐานจากอัลกุรอานและซุนนะฮฺ อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในบริบทสื่อสังคมออนไลน์ ได้เกิดปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการวิพากษ์ผู้รู้อย่างรุนแรง การลดทอนคุณค่าของครูบาอาจารย์ และการสร้างความยึดติดกับบุคคลหรือกลุ่มความคิดบางกลุ่ม ส่งผลให้เยาวชนจำนวนไม่น้อยเกิดทัศนคติที่ไม่เหมาะสมต่อผู้มีบทบาททางวิชาการด้านศาสนา

 

 

 รากฐานทางหลักการความยุติธรรมและการรักษาเกียรติในอิสลาม

 

     อัลกุรอานวางหลักความยุติธรรมเป็นรากฐานของการประเมินบุคคลและการตัดสินทางวิชาการ ดังนี้

“จงยืนหยัดเพื่อความยุติธรรม เป็นพยานเพื่ออัลลอฮฺ แม้จะขัดกับตัวพวกเจ้าเอง...”

(อัลนิสาอ์ 4:135)

“และอย่าให้ความเกลียดชังของกลุ่มหนึ่ง ทำให้พวกเจ้าละเมิดความยุติธรรม จงยุติธรรมเถิด”

(อัลมาอิดะฮฺ 5:8)

     หลักการดังกล่าวชี้ว่า การประเมินผู้คนในทางวิชาการต้องอยู่บนความเป็นธรรม ไม่ใช่อคติหรือการยึดอารมณ์เป็นตัวนำ

 

 

 สถานะของผู้รู้และครูในทัศนะอิสลาม

 

     ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

“อุละมาอ์คือผู้สืบทอดของบรรดานบี”

(อบูดาวูด, อัตติรมิซีย์)

     อิบนุญะมาอะฮฺ رحمه الله กล่าวว่า:

“การให้เกียรติผู้รู้เป็นส่วนหนึ่งของการให้เกียรติศาสนา เพราะพวกเขาคือผู้แบกรับชะรีอะฮฺ”

     ในทำนองเดียวกัน การให้เกียรติครูบาอาจารย์ในระบบการศึกษาทั่วไปก็อยู่ภายใต้หลักการของอิสลามที่ส่งเสริมความถ่อมตนและการเคารพผู้ถ่ายทอดความรู้

 

 

หลักสลัฟ ความจริงอยู่เหนือบุคคล

 

อิหม่ามมาลิก رحمه الله กล่าวว่า: “ทุกคนสามารถถูกปฏิเสธได้ ยกเว้นผู้ที่อยู่ในหลุมนี้”

     หลักการนี้สะท้อนว่า ความจริงทางวิชาการไม่ถูกผูกขาดโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

อิหม่ามอัช-ชาฟิอีย์ رحمه الله กล่าวว่า: “ฉันไม่โต้แย้งใครเพื่อชัยชนะ แต่เพื่อให้ความจริงปรากฏ”³

 

 

ปรากฏการณ์ร่วมสมัยการบิดทิศทางของการเรียนรู้

 

     ในปัจจุบัน พบปรากฏการณ์ที่น่าพิจารณา ได้แก่

♦ การยึดติดผู้รู้เพียงกลุ่มเดียว

♦ การนำข้อผิดพลาดของนักวิชาการมาเผยแพร่โดยขาดความยุติธรรม

♦ การสร้างภาพว่าความจริงจำกัดอยู่ในกลุ่มของตน

♦ การลดทอนสถานะของครูบาอาจารย์ทั้งทางศาสนาและทางโลก

     ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้กระบวนการเรียนรู้เปลี่ยนจาก “การแสวงหาความจริง” ไปสู่ “การสร้างอัตลักษณ์ของกลุ่ม”

 

 

ผลกระทบต่อเยาวชนผู้แสวงหาความรู้

 

     เยาวชนที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดที่ขาดสมดุล อาจเกิดผลกระทบดังนี้:

♦ ลดทอนเกียรติครูและผู้สอนในระบบการศึกษา

♦ ขาดความสามารถในการแยกแยะระหว่างหลักฐานกับอคติบุคคล

♦ เกิดทัศนคติสุดโต่งต่อผู้รู้ที่เห็นต่าง

♦ ความสับสนในแหล่งความรู้และมาตรฐานวิชาการ

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:

“ไม่ใช่พวกเรา ผู้ที่ไม่เคารพผู้ใหญ่ของเรา และไม่เมตตาเด็กของเรา”

(อะหฺมัด และอัตติรมิซีย์)

 

 

หลักจริยธรรมของการวิจารณ์ในอิสลาม

 

     นักวิชาการสลัฟได้วางกรอบสำคัญไว้ว่า : ต้องอาศัยหลักฐาน الدليل , ต้องมีความยุติธรรม الإنصاف , ต้องรักษาอาดับในการพูดและการเขียน , ต้องไม่มุ่งทำลายเกียรติบุคคล

 

     อิบนุตัยมียะฮฺ رحمه الله กล่าวว่า : “ผู้ที่กล่าวถึงผู้รู้ด้วยเจตนาทำลายเกียรติ เขามิใช่ผู้แสวงหาความจริง แต่เป็นผู้แสวงหาอำนาจเหนือผู้คน”

 

 

 แนวทางแก้ไขเชิงวิชาการ

 

     แนวทางที่นักวิชาการเสนอ ได้แก่:

♦ การยึดความจริงเป็นหลัก ไม่ยึดบุคคล

♦ การรักษาอาดับต่อผู้รู้ทุกระดับ

♦ การเรียนรู้จากหลายแหล่งที่น่าเชื่อถือ

♦ การแยกแยะระหว่าง “การวิจารณ์เชิงหลักฐาน” และ “การลดทอนบุคคล”

♦ การปลูกฝังวัฒนธรรมความถ่อมตนทางวิชาการในหมู่เยาวชน

          ปรากฏการณ์การลดทอนเกียรติผู้รู้และการส่งผลต่อทัศนคติของเยาวชน เป็นประเด็นสำคัญในเชิงจริยธรรมวิชาการอิสลาม ซึ่งขัดต่อหลัก ความยุติธรรม และมารยาทของผู้เรียน 

 

          อิสลามวางหลักไว้อย่างสมดุลว่า ความรู้ต้องนำไปสู่ความยุติธรรม ความถ่อมตน และการเคารพผู้มีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้ ไม่ใช่การสร้างความแตกแยกหรือการลดทอนเกียรติผู้อื่น ดังนั้น การฟื้นฟูจริยธรรมทางวิชาการจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้กระบวนการแสวงหาความรู้กลับสู่ความบริสุทธิ์ใจและความถูกต้องตามแนวทางสลัฟ