
การยึดติดผู้รู้เพียงคนเดียวในการรับรู้ศาสนา
เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
การแสวงหาความรู้ในอิสลามตั้งอยู่บนหลักการของ “การอิงหลักฐาน” และ “การรับความรู้จากนักวิชาการที่หลากหลาย” มิใช่การผูกขาดการตีความศาสนาไว้กับบุคคลเพียงคนเดียว ปรากฏการณ์ในสังคมปัจจุบัน ที่บางกลุ่มจำกัดการรับรู้ศาสนาไว้กับผู้รู้เพียงคนเดียว จึงก่อให้เกิดคำถามเชิงวิชาการเกี่ยวกับความถูกต้องของวิธีการรับศาสนา และผลกระทบต่อความสมดุลของความเข้าใจศาสนา
อัลลอฮฺ ตรัสว่า
فَاسْأَلُوا أَهْلَ الذِّكْرِ إِن كُنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ
“จงถามบรรดาผู้รู้ หากพวกเจ้าไม่รู้”
(อันนะห์ล: 43)
อายะฮฺนี้ชี้ถึงหลักการสำคัญ คือการกลับไปหาผู้รู้ แต่ในรูปแบบ “พหุพจน์” มิใช่การจำกัดอยู่ที่บุคคลเดียว
หลักการทางวิชาการของอิสลาม การรับความรู้จากผู้รู้หลายคน
ประวัติศาสตร์อิสลามแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บรรดาอิมามและนักวิชาการรุ่นสลัฟไม่ได้จำกัดการเรียนรู้ไว้กับครูเพียงคนเดียว แต่มีการเดินทางและรับความรู้จากหลายสำนัก เพื่อให้เกิดความครอบคลุมของหลักฐาน
อิมามมาลิก رحمه الله ได้สะท้อนหลักการนี้โดยนัยว่า ความรู้มิได้มาจากบุคคลเดียว แต่เป็นผลรวมของการถ่ายทอดจากผู้รู้จำนวนมาก
เช่นเดียวกัน อิมามอัชชาฟิอีย์ رحمه الله ได้เดินทางแสวงหาความรู้ในหลายภูมิภาค ทั้งมักกะฮ์ มะดีนะฮ์ อิรัก และเยเมน ซึ่งสะท้อนถึง “ความหลากหลายทางวิชาการ” ที่เป็นรากฐานของฟิกฮฺมะซฮับของท่าน
ขณะที่อิมามอะหฺมัด บิน ฮัมบัล رحمه الله ได้รับหะดีษจากครูจำนวนมากกว่า 280 คน ซึ่งแสดงถึงความเข้มงวดในการตรวจสอบและไม่ผูกขาดความรู้
แนวคิดทางหลักการ : ความจริงไม่ผูกติดกับบุคคล
นักวิชาการอิสลามได้วางหลักสำคัญว่า “ความจริงถูกผูกไว้กับหลักฐาน ไม่ใช่ตัวบุคคล”
อิบนุลก็อยยิม رحمه الله กล่าวว่า “เรารู้จักความจริงด้วยหลักฐาน ไม่ใช่รู้จักหลักฐานด้วยบุคคล”
และอิบนุตัยมียะฮฺ رحمه الله ได้กล่าวเตือนว่า “ไม่มีผู้ใดสามารถทำให้บุคคลใดเป็นมาตรฐานของศาสนาได้ในทุกเรื่อง นอกจากท่านรอซูล ﷺ”
หลักการนี้เป็นรากฐานสำคัญที่ป้องกันการผูกขาดทางความคิดและการยึดติดบุคคลจนเกินขอบเขต
ปัญหาการยึดติดผู้รู้เพียงคนเดียว
♦ การจำกัดขอบเขตความเข้าใจศาสนา
♦ การรับศาสนาจากแหล่งเดียวอาจทำให้เกิด “มุมมองเชิงเดี่ยว” (ซึ่งไม่ครอบคลุมความหลากหลายของหลักฐานและคำอธิบายของนักวิชาการ
♦ การเกิดความสุดโต่งทางความคิด
เมื่อบุคคลยึดติดคำพูดของผู้รู้เพียงคนเดียว อาจนำไปสู่การยกคำพูดมนุษย์เทียบเท่าหลักฐานศาสนา ซึ่งขัดกับหลักการอิสลามที่ให้วะหยูเป็นศูนย์กลาง
อัลลอฮฺตรัสว่า
وَاعْتَصِمُوا بِحَبْلِ اللَّهِ جَمِيعًا وَلَا تَفَرَّقُوا
“พวกเจ้าทั้งหมดจงยึดมั่นในเชือกของอัลลอฮฺ และอย่าแตกแยกกัน”
(อาลอิมรอน: 103)
การยึดติดบุคคลหนึ่งจนเกิดการแบ่งกลุ่มความคิด ถือเป็นการขัดกับหลักเอกภาพของอุมมะฮฺ
การรับศาสนาผ่านช่องทางเดียว
ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีดิจิทัลทำให้การเข้าถึงความรู้ศาสนาง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับเกิดปรากฏการณ์ที่น่ากังวล คือ
♦ การรับศาสนาจากคลิปวิดีโอของผู้รู้เพียงคนเดียว
♦ การยึดติด “ช่องทางเดียว” หรือ “สำนักเดียว”
♦ การไม่ตรวจสอบความเห็นของนักวิชาการอื่น
ปรากฏการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การสร้าง “กรอบความเข้าใจแบบปิด” ซึ่งขัดกับวิธีการของนักวิชาการยุคแรกๆ ที่เน้นการเปรียบเทียบหลักฐานและการตรวจสอบสายรายงาน
แนวทางที่ถูกต้องตามหลักวิชาการอิสลาม
แนวทางที่ได้รับการยอมรับในหมู่นักวิชาการคือ : ยึดอัลกุรอานและสุนนะฮฺเป็นหลักสูงสุด , รับความรู้จากนักวิชาการที่มีความน่าเชื่อถือหลายท่าน , แยกแยะระหว่าง “บุคคล” และ “หลักฐาน” เข้าใจความเห็นที่แตกต่างในฐานะความหลากหลายทางฟิกฮฺ , หลีกเลี่ยงการยกบุคคลใดเป็นมาตรฐานแทนศาสนา
อิมามมาลิก رحمه الله ได้กล่าวหลักการสำคัญว่า “ทุกคำพูดสามารถถูกยอมรับหรือถูกปฏิเสธได้ ยกเว้นคำพูดของท่านนบี ﷺ”
การจำกัดการรับรู้ศาสนาไว้กับผู้รู้เพียงคนเดียวเป็นแนวทางที่ขัดต่อวิธีการของบรรพชนผู้ทรงคุณธรรม (السلف الصالح) ซึ่งเน้นการเรียนรู้จากผู้รู้หลากหลาย และยึดหลักฐานเป็นศูนย์กลางของความจริง
ในบริบทปัจจุบันที่ข้อมูลไหลเวียนอย่างรวดเร็ว การยึดหลักวิชาการที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญยิ่ง คือการเปิดรับความรู้ภายใต้กรอบของอัลกุรอานและสุนนะฮฺ ควบคู่กับการเคารพนักวิชาการโดยไม่ผูกขาดความจริงไว้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง