ความชั่วไม่ได้เกิดขึ้นในหัวใจเพียงชั่วข้ามคืน
  จำนวนคนเข้าชม  60

ความชั่วไม่ได้เกิดขึ้นในหัวใจเพียงชั่วข้ามคืน

 

เรียบเรียงโดย  อิสมาอีล  กอเซ็ม  

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก  

     ความชั่วเล็ก ๆ ที่สะสม จนกลืนกินหัวใจ ....ความชั่วไม่ได้เกิดขึ้นในหัวใจของมนุษย์เพียงชั่วข้ามคืน แต่ส่วนมากมันเริ่มจาก “ความผิดเล็ก ๆ” ที่มนุษย์มองข้าม ปล่อยผ่าน หรือให้เหตุผลกับตัวเองว่า “แค่นิดเดียว” “ไม่เป็นไร” “ใคร ๆ ก็ทำกัน” จนกระทั่งบาปเล็กนั้นถูกทำซ้ำ สะสม และค่อย ๆ กลายเป็นความเคยชิน

 

     เมื่อมนุษย์ทำบาปครั้งแรก หัวใจอาจยังรู้สึกเจ็บปวด ละอาย และหวาดกลัว แต่เมื่อทำซ้ำหลายครั้ง หัวใจก็เริ่มด้านชา ความรู้สึกเกลียดความชั่วค่อย ๆ ลดลง และท้ายที่สุดเขาอาจเห็นความผิดเป็นเรื่องปกติ นี่คืออันตรายใหญ่ของบาปเล็ก เพราะมันไม่ได้ทำลายหัวใจด้วยเสียงดัง แต่ค่อย ๆ กัดกินหัวใจอย่างเงียบ ๆ

อัลลอฮฺตรัสว่า

 

كَلَّا بَلْ رَانَ عَلَىٰ قُلُوبِهِم مَّا كَانُوا يَكْسِبُونَ

 “มิใช่เช่นนั้น หากแต่สิ่งที่พวกเขาเคยกระทำนั้น ได้ปกคลุมหัวใจของพวกเขาไว้

 (สูเราะฮฺอัลมุฏ็อฟฟิฟีน 83:14)

 

    อายะฮ์นี้ชี้ให้เห็นว่า การกระทำบาปซ้ำ ๆ มิได้หยุดอยู่แค่การเป็นพฤติกรรมภายนอก แต่ส่งผลโดยตรงต่อหัวใจ คำว่า رَانَ  หมายถึง สิ่งปกคลุมหรือสนิมที่เกาะหัวใจ จนหัวใจมืดบอดจากการรับความจริง

 

     ท่านอิบนุ กะษีร رحمه الله อธิบายว่า เมื่อคนหนึ่งทำบาป จุดดำจะเกิดขึ้นในหัวใจของเขา หากเขาเตาบะฮฺ จุดดำนั้นจะถูกลบออก แต่หากเขายังคงทำบาปต่อไป จุดดำนั้นจะเพิ่มขึ้นจนปกคลุมหัวใจของเขา และนี่คือความหมายของคำว่า **رَانَ** ในอายะฮ์นี้

 

     ท่านนบี ﷺ ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า

 

      “เมื่อบ่าวคนหนึ่งทำความผิด จุดดำจะถูกแต้มลงบนหัวใจของเขา หากเขาละทิ้ง ขออภัยโทษ และเตาบะฮฺ หัวใจของเขาจะถูกขัดให้สะอาด แต่หากเขากลับไปทำอีก จุดดำนั้นก็จะเพิ่มขึ้น จนกระทั่งปกคลุมหัวใจของเขา”²

 

     นี่คือกฎของหัวใจ บาปไม่ได้หายไปโดยไม่มีผล หากไม่รีบลบด้วยเตาบะฮฺ อิสติฆฟาร และความสำนึกผิด มันจะกลายเป็นคราบดำที่สะสมอยู่ภายใน จนกระทั่งหัวใจไม่รู้สึกเกลียดความชั่วอีกต่อไป

 

 

บาปเล็ก เมื่อสะสมย่อมกลายเป็นภัยใหญ่

 

     ท่านนบี ﷺ ได้เตือนอย่างหนักแน่นว่า

إِيَّاكُمْ وَمُحَقَّرَاتِ الذُّنُوبِ

 “พวกท่านจงระวังบาปเล็ก ๆ ที่ถูกมองว่าเล็กน้อย”

 

     เพราะบาปเล็กเมื่อถูกทำซ้ำ ๆ จะกลายเป็นกองใหญ่เหมือนกิ่งไม้เล็ก ๆ ที่ถูกรวบรวมจนกลายเป็นเชื้อไฟกองใหญ่ ท่านนบี ﷺ ยกตัวอย่างว่า กลุ่มคนลงพักในหุบเขา แต่ละคนไปเก็บกิ่งไม้เล็ก ๆ มาคนละนิด จนในที่สุดพวกเขาก็สามารถก่อไฟทำอาหารได้ เช่นเดียวกัน บาปเล็กเมื่อถูกรวบรวมย่อมนำมนุษย์ไปสู่ความพินาศ

 

     ท่านอิบนุลก็อยยิม رحمه الله กล่าวว่า “บาปมีผลกระทบที่น่ารังเกียจและเป็นอันตรายต่อหัวใจและร่างกาย ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้ขอบเขตของมันได้นอกจากอัลลอฮฺ”⁴

 

     คำพูดนี้แสดงให้เห็นว่า บาปไม่ใช่เพียงการละเมิดคำสั่งของอัลลอฮฺเท่านั้น แต่ยังเป็นโรคที่ทำลายหัวใจ ความคิด ความสงบ ความละอาย และความสามารถในการแยกแยะระหว่างความจริงกับความเท็จ

     อัลลอฮฺตรัสว่า

 

فَلَمَّا زَاغُوا أَزَاغَ اللَّهُ قُلُوبَهُمْ

 “เมื่อพวกเขาเอนเอียง อัลลอฮฺก็ทรงทำให้หัวใจของพวกเขาเอนเอียง”

( สูเราะฮฺอัศศ็อฟ 61:5)

 

     อายะฮ์นี้เป็นคำเตือนที่ลึกซึ้งว่า เมื่อมนุษย์เลือกเดินออกจากความจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของเขาอาจถูกปล่อยให้หลงต่อไป เพราะเขาเป็นผู้เริ่มต้นการเอนเอียงก่อน แล้วผลของมันคือหัวใจถูกทำให้ห่างไกลจากทางนำ

 

     ท่านอัสสะอฺดีย์ رحمه الله อธิบายว่า เมื่อพวกเขาละทิ้งความจริงด้วยความตั้งใจของตนเอง อัลลอฮฺจึงทรงลงโทษพวกเขาด้วยการทำให้หัวใจของพวกเขาเอนเอียง ไม่ยอมรับความดี และไม่กลับสู่ทางนำ

 

     ดังนั้น การปล่อยให้ตนเองคุ้นชินกับความผิด จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันอาจนำไปสู่การถูกปิดกั้นจากเตาฟีกของอัลลอฮฺ

 

 

 หัวใจที่มีชีวิต ต้องรักความดีและเกลียดความชั่ว

 

     หัวใจของผู้ศรัทธาที่มีชีวิต คือหัวใจที่ยังรักความดี ยังดีใจเมื่อได้เชื่อฟังอัลลอฮฺ ยังรู้สึกละอายเมื่อทำผิด และยังเจ็บปวดเมื่อฝ่าฝืนพระองค์

     อัลลอฮฺตรัสว่า

 

وَلَـٰكِنَّ اللَّهَ حَبَّبَ إِلَيْكُمُ الْإِيمَانَ وَزَيَّنَهُ فِي قُلُوبِكُمْ وَكَرَّهَ إِلَيْكُمُ الْكُفْرَ وَالْفُسُوقَ وَالْعِصْيَانَ ۚ أُولَـٰئِكَ هُمُ الرَّاشِدُونَ

 

     “แต่อัลลอฮฺทรงทำให้พวกเจ้ารักอีมาน และทรงประดับมันไว้ในหัวใจของพวกเจ้า

     และทรงทำให้พวกเจ้าเกลียดการปฏิเสธศรัทธา การฝ่าฝืน และการดื้อดึง คนเหล่านั้นคือผู้ดำเนินอยู่บนทางที่ถูกต้อง”

( สูเราะฮฺอัลหุญุรอต 49:7)

 

     อายะฮ์นี้เป็นหลักฐานสำคัญว่า หนึ่งในนิอฺมัตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การที่อัลลอฮฺทำให้หัวใจของบ่าว “รักอีมาน” และ “เกลียดความชั่ว” เพราะความรอดของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่การรู้ว่าความดีคืออะไรเท่านั้น แต่อยู่ที่หัวใจรักความดี และไม่ยอมสงบอยู่กับความชั่ว

 

     ท่านอิบนุ กะษีร رحمه الله กล่าวว่า อัลลอฮฺทรงทำให้อีมานเป็นที่รักแก่หัวใจของผู้ศรัทธา และทำให้พวกเขารู้สึกงดงามกับมัน พร้อมทั้งทำให้พวกเขาเกลียดกุฟรฺ ฟุสูก และการฝ่าฝืน

 

     นี่คือหัวใจที่ได้รับทางนำ ไม่ใช่เพียงหัวใจที่รู้ข้อมูลศาสนา แต่คือหัวใจที่มีรสนิยมทางอีมาน รักสิ่งที่อัลลอฮฺรัก และเกลียดสิ่งที่อัลลอฮฺทรงเกลียด

 

 

หากหัวใจไม่เกลียดความชั่ว ความชั่วจะเริ่มเกาะกินหัวใจ

 

     เมื่อหัวใจไม่เกลียดความชั่ว ความชั่วจะเริ่มมีพื้นที่ในหัวใจ จากสิ่งที่เคยปฏิเสธ กลายเป็นสิ่งที่ยอมรับ จากสิ่งที่เคยละอาย กลายเป็นสิ่งที่เปิดเผย จากสิ่งที่เคยกลัว กลายเป็นสิ่งที่ภูมิใจ

 

     นี่คือสภาพอันตรายอย่างยิ่ง เพราะความพินาศของมนุษย์ไม่ได้เริ่มเมื่อเขาทำบาปเท่านั้น แต่อาจเริ่มตั้งแต่วันที่เขา “เลิกเกลียดบาป”

 

     ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ มัสอูด رضي الله عنه กล่าวว่า “แท้จริงผู้ศรัทธามองเห็นบาปของตนเหมือนกับเขานั่งอยู่ใต้ภูเขา กลัวว่าภูเขานั้นจะถล่มลงมาทับเขา ส่วนคนชั่วมองเห็นบาปของตนเหมือนแมลงวันที่บินผ่านจมูก แล้วเขาปัดมันออกไปเท่านั้น”⁷

 

     คำพูดนี้เป็นเครื่องวัดหัวใจอย่างดี ผู้ศรัทธาไม่ได้วัดบาปจากขนาดภายนอกเท่านั้น แต่เขาวัดจากความยิ่งใหญ่ของผู้ที่เขาฝ่าฝืน นั่นคืออัลลอฮฺ ส่วนหัวใจที่ป่วยจะมองบาปเป็นเรื่องเล็ก เพราะความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺในหัวใจของเขาลดลง

     อัลลอฮฺตรัสว่า

 

وَلَا تَتَّبِعُوا خُطُوَاتِ الشَّيْطَانِ**

 “และพวกเจ้าอย่าเดินตามย่างก้าวของชัยฏอน”

( สูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ 2:168)

 

     อัลลอฮฺไม่ได้ตรัสเพียงว่า “อย่าตามชัยฏอน” แต่ตรัสว่า “อย่าตามย่างก้าวของชัยฏอน” เพราะชัยฏอนไม่จำเป็นต้องลากมนุษย์ลงสู่บาปใหญ่ในก้าวเดียว แต่มันค่อย ๆ พาไปทีละก้าว เริ่มจากสิ่งเล็ก สิ่งคลุมเครือ สิ่งที่ดูไม่ร้ายแรง จนสุดท้ายมนุษย์ตกลงสู่ความชั่วที่เขาเคยปฏิเสธ

 

 

ดุอา คืออาวุธในการรักษาหัวใจ

 

     หัวใจเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ผู้ศรัทธาจึงต้องขอดุอาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ให้หัวใจเอนเอียง ไม่ให้หัวใจชินกับบาป และไม่ให้หัวใจสูญเสียความเกลียดชังต่อความชั่ว

     อัลลอฮฺทรงสอนดุอาแก่บรรดาผู้ศรัทธาว่า

 

رَبَّنَا لَا تُزِغْ قُلُوبَنَا بَعْدَ إِذْ هَدَيْتَنَا وَهَبْ لَنَا مِن لَّدُنكَ رَحْمَةً ۚ إِنَّكَ أَنتَ الْوَهَّابُ**

 

     “โอ้พระเจ้าของเรา ขอพระองค์อย่าทรงทำให้หัวใจของเราเอนเอียง หลังจากที่พระองค์ได้ทรงชี้นำเราแล้ว

     และขอพระองค์ทรงประทานความเมตตาจากพระองค์แก่เรา แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงประทานอย่างมากมาย”

( สูเราะฮฺอาลิอิมรอน 3:8)

 

     และท่านนบี ﷺ เคยขอดุอาบ่อยครั้งว่า

 

يَا مُقَلِّبَ الْقُلُوبِ ثَبِّتْ قَلْبِي عَلَى دِينِكَ

 

“โอ้ผู้ทรงพลิกผันหัวใจทั้งหลาย ขอพระองค์ทรงทำให้หัวใจของข้าพระองค์มั่นคงอยู่บนศาสนาของพระองค์"

 

     เมื่อท่านหญิงอุมมุสะละมะฮฺ رضي الله عنها ถามว่า เหตุใดท่านจึงขอดุอานี้บ่อย

     ท่านนบี ﷺ ตอบว่า หัวใจของลูกหลานอาดัมอยู่ระหว่างนิ้วสองนิ้วจากนิ้วทั้งหลายของอัลลอฮฺ พระองค์ทรงพลิกผันมันตามที่พระองค์ประสงค์⁹

 

     หากท่านนบี ﷺ ผู้เป็นมนุษย์ที่ดีที่สุดยังขอดุอาให้หัวใจมั่นคง แล้วเราผู้มีความอ่อนแอ ย่อมยิ่งจำเป็นต้องขอดุอานี้มากกว่า

 

     ในยุคสื่อออนไลน์ ความชั่วจำนวนมากไม่ได้เข้ามาในรูปแบบที่น่ากลัวเสมอไป แต่มันอาจมาในรูปแบบของภาพ เสียง คลิปสั้น การล้อเลียน การนินทา การเปิดเผยเอาเราะฮฺ การดูถูกผู้อื่น การโอ้อวด หรือเนื้อหาที่ทำให้หัวใจชินกับสิ่งหะรอม

 

     สิ่งเหล่านี้อาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นซ้ำ ฟังซ้ำ อ่านซ้ำ และหัวเราะกับมันซ้ำ หัวใจก็จะค่อย ๆ สูญเสียความไวต่อบาป จากเดิมที่เคยปิดตา กลายเป็นดูได้ จากเดิมที่เคยรังเกียจ กลายเป็นเฉย ๆ จากเดิมที่เคยเตือนคนอื่น กลายเป็นผู้เผยแพร่เสียเอง

 

     นี่คือความอันตรายของ “การทำให้บาปกลายเป็นเรื่องปกติ” เพราะเมื่อสังคมไม่เกลียดความชั่ว ความชั่วจะกลายเป็นวัฒนธรรม และเมื่อหัวใจไม่เกลียดความชั่ว ความชั่วจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน

 

     ท่านอิบนุลก็อยยิม رحمه الله กล่าวว่า  “ในบรรดาผลของบาป คือมันทำให้หัวใจอ่อนแอจากการต้องการความดี และทำให้ความต้องการต่อบาปแข็งแรงขึ้น จนกระทั่งความตั้งใจที่จะเตาบะฮฺค่อย ๆ อ่อนแรงลง”

 

     ดังนั้น มนุษย์ต้องรีบรักษาหัวใจก่อนที่หัวใจจะหมดแรงในการกลับตัว เพราะบางคนไม่ได้ไม่รู้ว่าบาปคือบาป แต่เขาไม่มีแรงใจพอที่จะออกจากมัน เนื่องจากหัวใจถูกบาปสะสมจนกดทับไว้

 

 

วิธีรักษาหัวใจไม่ให้ความชั่วเกาะกิน

 

     หนึ่ง คือ รีบเตาบะฮฺทันทีเมื่อทำผิด อย่าปล่อยให้บาปค้างอยู่ในหัวใจนาน เพราะบาปที่ไม่ถูกลบจะกลายเป็นคราบดำ

 

     สอง คือ อย่าดูถูกบาปเล็ก เพราะบาปเล็กเมื่อทำซ้ำอาจกลายเป็นบาปใหญ่ และอาจทำให้หัวใจคุ้นชินกับการฝ่าฝืน

 

     สาม คือ หมั่นขอดุอาให้อัลลอฮฺทำให้หัวใจรักอีมาน และเกลียดความชั่ว 

 

     สี่ คือ คบหาคนดี เพราะหัวใจรับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อม คนที่อยู่กับผู้รักความดี ย่อมได้รับแรงผลักไปสู่ความดี ส่วนคนที่อยู่กับผู้ชินกับบาป ย่อมค่อย ๆ ชินกับบาปตามไปด้วย

 

     ห้า คือ ปิดประตูที่นำไปสู่บาป เพราะชัยฏอนทำงานเป็นขั้นตอน มันไม่ได้เริ่มจากปลายทางเสมอไป แต่มันเริ่มจาก “ย่างก้าวแรก” ที่มนุษย์ยอมเปิดให้มัน

 

     ความชั่วใหญ่จำนวนมากเริ่มต้นจากความชั่วเล็ก ๆ ที่ถูกมองข้าม บาปเล็กเมื่อสะสมย่อมปกคลุมหัวใจ ทำให้หัวใจด้านชา ไม่ละอาย ไม่เกรงกลัว และไม่เกลียดความชั่วอีกต่อไป

 

     หัวใจที่ปลอดภัยไม่ใช่หัวใจที่ไม่เคยพลาด แต่คือหัวใจที่เมื่อพลาดแล้วรีบกลับตัว เมื่อทำผิดแล้วรีบเตาบะฮฺ และเมื่อเห็นความชั่วแล้วยังรู้สึกรังเกียจมันเพราะอัลลอฮฺ

 

     ดังนั้น เราต้องขอดุอาต่ออัลลอฮฺเสมอว่า

 

اللَّهُمَّ حَبِّبْ إِلَيْنَا الْإِيمَانَ، وَزَيِّنْهُ فِي قُلُوبِنَا، وَكَرِّهْ إِلَيْنَا الْكُفْرَ وَالْفُسُوقَ وَالْعِصْيَانَ، وَاجْعَلْنَا مِنَ الرَّاشِدِينَ

 

      “โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงทำให้อีมานเป็นที่รักแก่เรา และประดับมันไว้ในหัวใจของเรา และขอพระองค์ทรงทำให้เรารังเกียจกุฟรฺ การฝ่าฝืน และการดื้อดึง และขอพระองค์ทรงทำให้เราอยู่ในหมู่ผู้ดำเนินตามทางที่ถูกต้อง”

 

     เพราะเมื่อหัวใจยังรักความดีและเกลียดความชั่ว นั่นคือสัญญาณว่าหัวใจยังมีชีวิต

     แต่เมื่อใดที่หัวใจอยู่กับความชั่วโดยไม่รู้สึกเจ็บปวด เมื่อนั้นเราต้องรีบรักษาหัวใจ ก่อนที่ความชั่วจะกลืนกินมันจนหมดสิ้น