หน้าที่ของผู้ชายในการเลี้ยงดูครอบครัวในอิสลาม
  จำนวนคนเข้าชม  60

หน้าที่ของผู้ชายในการเลี้ยงดูครอบครัวในอิสลาม

 

เรียบเรียงโดย  อิสมาอีล  กอเซ็ม 

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก  

     ครอบครัวถือเป็นหนึ่งในสถาบันที่สำคัญที่สุดในอิสลาม เพราะเป็นรากฐานของการสร้างมนุษย์ สังคม และประชาชาติที่ดี อิสลามไม่ได้มองการแต่งงานเป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างชายและหญิง แต่เป็น พันธสัญญา ที่ประกอบด้วยสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่างกัน

 

     เมื่อชายคนหนึ่งเข้าสู่ชีวิตครอบครัว เขาไม่ได้เพียงได้รับสถานะของ “สามี” แต่ได้รับภาระอันยิ่งใหญ่จากอัลลอฮฺ นั่นคือการเป็น ผู้ดูแลและผู้รับผิดชอบ  ต่อภรรยาและบุตร โดยเฉพาะหน้าที่ในการจัดหาปัจจัยยังชีพ หรือ นาฟะเกาะฮ์ 

 

     ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน คือผู้ชายบางคนต้องการได้รับสิทธิของการเป็นผู้นำครอบครัว แต่กลับละเลยหน้าที่พื้นฐาน โดยเฉพาะการทำงานและการเลี้ยงดูครอบครัว ทำให้ภรรยาต้องแบกรับภาระทั้งหมด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความขัดแย้งและความเสื่อมถอยของครอบครัว

 

     บทความนี้จะศึกษาเรื่องหน้าที่ของผู้ชายในการเลี้ยงดูครอบครัว และสถานะทางศาสนาของผู้ที่ละเลยนาฟะเกาะฮ์ ผ่านหลักฐานจากอัลกุรอาน หะดีษ และคำอธิบายของนักวิชาการอิสลาม

 

 

ความหมายของนาฟะเกาะฮ์ในอิสลาม

 

     คำว่า นาฟะเกาะฮ์ (النفقة) หมายถึง สิ่งที่บุคคลหนึ่งมีหน้าที่ต้องจัดหาให้แก่ผู้ที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของเขา เช่น อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต

 

     ในทางฟิกฮ์ นาฟะเกาะฮ์ของภรรยาเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นจากการแต่งงานที่ถูกต้อง และเป็นหน้าที่ของสามี แม้ว่าภรรยาจะมีทรัพย์สินหรือมีรายได้ของตนเองก็ตาม

 

    บรรดานักนิติศาสตร์อิสลามทั้งสี่มัซฮับ ได้แก่ มัซฮับฮะนะฟีย์ มาลิกีย์ ชาฟิอีย์ และฮัมบะลีย์ มีความเห็นตรงกันว่า : สามีมีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูภรรยาและบุตรตามความสามารถของเขา และไม่อนุญาตให้ละเลยหน้าที่นี้โดยไม่มีเหตุผลทางศาสนา

 

 

หลักฐานจากอัลกุรอาน: ผู้ชายคือผู้รับผิดชอบครอบครัว

 

อัลลอฮฺตรัสว่า:

الرِّجَالُ قَوَّامُونَ عَلَى النِّسَاءِ بِمَا فَضَّلَ اللَّهُ بَعْضَهُمْ عَلَىٰ بَعْضٍ وَبِمَا أَنفَقُوا مِنْ أَمْوَالِهِمْ

“บรรดาชายนั้นเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบต่อบรรดาหญิง

เนื่องจากอัลลอฮฺทรงให้บางส่วนของพวกเขาเหนือกว่าอีกบางส่วน

และเนื่องจากพวกเขาใช้จ่ายจากทรัพย์สินของพวกเขา”

(อันนิสาอ์: 34)

     คำว่า قَوَّامُونَ (ก๊อววามูน) ไม่ได้หมายถึงการมีอำนาจเหนือผู้อื่นเพื่อกดขี่ แต่หมายถึง : ผู้รับผิดชอบ , ผู้ดูแล , ผู้ปกป้อง , ผู้แบกรับภาระ

     นักตัฟซีรอธิบายว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ชายได้รับบทบาทนี้ คือการที่เขามีหน้าที่ในการใช้จ่ายและดูแลครอบครัว

     ดังนั้น ความเป็นผู้นำของผู้ชายในอิสลามไม่ได้เป็น “สิทธิพิเศษ” แต่เป็น “ภาระหน้าที่”

 

 

 การหาเลี้ยงครอบครัวคืออิบาดะฮ์

 

     บางคนเข้าใจว่าการทำงานหาเงินเป็นเพียงเรื่องทางโลก แต่ในอิสลาม หากมีเจตนาเพื่อดูแลครอบครัว การทำงานนั้นกลายเป็นการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:

إذا أنفق المسلم نفقة على أهله وهو يحتسبها كانت له صدقة

“เมื่อมุสลิมใช้จ่ายแก่ครอบครัวของเขา โดยหวังผลบุญจากอัลลอฮฺ สิ่งนั้นจะเป็นเศาะดะเกาะฮ์สำหรับเขา”

(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ และมุสลิม)

     หะดีษนี้แสดงให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายที่สามีมอบให้ภรรยาและลูก ไม่ใช่เพียงภาระทางเศรษฐกิจ แต่เป็นการสะสมผลบุญ

 

 

ความผิดบาปของผู้ที่ละเลยนาฟะเกาะฮ์

 

     ท่านรสูลุลลอฮ์ ﷺ กล่าวว่า:

كَفَى بِالْمَرْءِ إِثْمًا أَنْ يُضَيِّعَ مَنْ يَقُوتُ

“เพียงพอแล้วสำหรับความผิดของบุคคลหนึ่ง เมื่อเขาทำให้ผู้ที่เขามีหน้าที่เลี้ยงดูต้องถูกทอดทิ้ง”

(บันทึกโดยอบูดาวูด)

     หะดีษนี้เป็นหลักฐานสำคัญว่า การละเลยผู้ที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นบาป เพราะมนุษย์ไม่ได้รับผิดชอบเพียงต่อตนเอง แต่รับผิดชอบต่อผู้ที่อัลลอฮฺมอบหมายไว้กับเขา

 

 

การละเลยนาฟะเกาะฮ์เป็นบาปใหญ่หรือไม่?

 

     นักวิชาการอธิบายว่า การละเลยนาฟะเกาะฮ์อาจเข้าข่าย บาปใหญ่ (الكبائر) หากมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้:

     ผู้ชายมีความสามารถในการทำงานและหาเลี้ยงครอบครัว เขาจงใจละทิ้งหน้าที่ , เขาปล่อยให้ภรรยาและลูกขาดปัจจัยจำเป็น , เขาใช้ทรัพย์สินกับเรื่องส่วนตัว แต่ไม่สนใจครอบครัว

     เหตุผลที่ถือว่าเป็นบาปหนัก เพราะเกี่ยวข้องกับ : การละเมิดสิทธิของมนุษย์ (حقوق العباد) สิทธิของภรรยาและลูกเป็นสิทธิที่อัลลอฮฺทรงกำหนด เมื่อถูกละเมิด ผู้ละเมิดต้องรับผิดชอบในวันกิยามะฮ์

 

 

การทรยศต่ออะมานะฮ์

 

     อัลลอฮฺตรัสว่า:

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُكُمْ أَنْ تُؤَدُّوا الْأَمَانَاتِ إِلَىٰ أَهْلِهَا

“แท้จริงอัลลอฮฺทรงบัญชาแก่พวกเจ้าให้คืนอะมานะฮ์แก่ผู้ที่มีสิทธิ”

(อันนิสาอ์: 58)

ครอบครัวคืออะมานะฮ์ที่ยิ่งใหญ่

 

 

ความแตกต่างระหว่างความยากจนกับการละเลยหน้าที่

 

     อิสลามมีความยุติธรรม ไม่ได้ตำหนิผู้ชายที่ไม่มีรายได้เพียงพอ หากเขาพยายามอย่างเต็มกำลัง

     ชายคนหนึ่งอาจ ตกงาน , ประสบปัญหาเศรษฐกิจ , เจ็บป่วย , มีรายได้น้อย แต่หากเขายังต่อสู้และรับผิดชอบตามกำลัง เขาไม่ได้เป็นผู้ละเลย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน แต่อยู่ที่ ความตั้งใจและความรับผิดชอบ

อัลลอฮฺตรัสว่า:

لَا يُكَلِّفُ اللَّهُ نَفْسًا إِلَّا وُسْعَهَا

“อัลลอฮฺจะไม่ทรงมอบภาระแก่ชีวิตใด นอกจากตามความสามารถของมัน”

(อัลบะเกาะเราะฮ์: 286)

 

 

 แบบอย่างของท่านนบี ﷺ ในการดูแลครอบครัว

 

     ท่านนบี ﷺ เป็นผู้นำสูงสุดของประชาชาติ แต่ท่านก็เป็นสามีและสมาชิกครอบครัวที่ดีที่สุด ท่านหญิงอาอิชะฮ์ رضي الله عنها กล่าวว่า:

كان في مهنة أهله

“ท่านนบี ﷺ เคยช่วยเหลืองานของครอบครัวท่าน”

(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์)

     นี่เป็นบทเรียนว่า ผู้นำที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงผู้ที่ให้ผู้อื่นรับใช้เขา แต่หมายถึงผู้ที่พร้อมรับใช้และเสียสละเพื่อคนของเขา

 

 

บทสรุป

 

     ความเป็นชายในอิสลามไม่ได้วัดจากคำพูด อำนาจ หรือสถานะ แต่ถูกวัดจาก ความรับผิดชอบ

     ผู้ชายที่แต่งงานแล้วได้รับเกียรติให้เป็น قَوَّام (ผู้ดูแลครอบครัว) แต่เกียรตินี้มาพร้อมกับหน้าที่ในการเลี้ยงดู ปกป้อง และดูแลครอบครัว และการที่ภรรยาออกไปทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนั้นเป็นความร่วมมือที่มีคุณค่า แต่ไม่สามารถยกเลิกหน้าที่หลักของสามีในการนาฟะเกาะฮ์ได้

     ผู้ชายที่พยายามหาเลี้ยงครอบครัว แม้มีรายได้น้อย เขาคือผู้มีเกียรติ แต่ผู้ชายที่มีความสามารถและจงใจทอดทิ้งหน้าที่ เขากำลังละเมิดอะมานะฮ์และเผชิญกับบาป

ดังที่ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:

كلكم راعٍ وكلكم مسؤول عن رعيته

“พวกท่านทุกคนคือผู้ดูแล และทุกคนจะถูกสอบสวนเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขา”

(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ และมุสลิม)

     เพราะครอบครัวไม่ใช่เพียงสิ่งที่เราครอบครอง แต่คือ อะมานะฮ์ที่เราจะต้องตอบต่อหน้าอัลลอฮฺ