มารยาทของการตักเตือนในอิสลาม
อับดุลวาเฮด สุคนธา
ความหมายของ การตักเตือน ในเชิงศัพท์บัญญัติ
อิบนุศเศาะลาห์ กล่าวว่า: การตักเตือน คือคำที่ครอบคลุมถึงการที่ผู้ตักเตือนปฏิบัติต่อผู้ถูกตักเตือนด้วยรูปแบบต่าง ๆ ของความดี ทั้งด้วยความตั้งใจและการกระทำ
อัลค็อฏฏอบีย์ กล่าวว่า: การตักเตือน คือคำที่มีความหมายครอบคลุมถึงการมอบสิ่งที่เป็นประโยชน์และความดีแก่ผู้ถูกตักเตือน
อันนะซะฟีย์ กล่าวว่า: แก่นแท้ของการตักเตือน คือการปรารถนาดีแก่ผู้อื่น เหมือนดังที่ตนปรารถนาดีแก่ตนเอง หรือคือความจริงใจสูงสุดในการเอาใจใส่
อัลญุรญานีย์ กล่าวว่า: การตักเตือน คือการเชิญชวนไปสู่สิ่งที่มีความดีงาม และการห้ามจากสิ่งที่มีความเสียหาย
ความแตกต่างระหว่าง การตักเตือน กับ การตำหนิประจาน
การตักเตือน และการตำหนิประจาน มีสิ่งที่คล้ายกัน คือทั้งสองอย่างล้วนเป็นการกล่าวถึงบุคคลในสิ่งที่เขาไม่ชอบให้ถูกกล่าวถึง
แต่ทั้งสองแตกต่างกันตรงที่:
♦ การตักเตือน มีจุดประสงค์เพื่อประโยชน์ของมุสลิมทั่วไป หรือเฉพาะบุคคล หรือเพื่อประโยชน์ของผู้ถูกตักเตือนเอง
♦ การตำหนิประจาน มีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อกล่าวโทษ จับผิด เปิดเผยความชั่ว และเผยแพร่ข้อเสียของผู้อื่น แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนเป็นการตักเตือนก็ตาม
ดังนั้น ผู้ศรัทธาที่จริงใจจะตักเตือนด้วยความเมตตา ปรารถนาดี และหวังให้เกิดการปรับปรุง ไม่ใช่เพื่อทำลายเกียรติ ดูถูก หรือทำให้ผู้อื่นอับอายต่อหน้าผู้คน
ความประเสริฐของการตักเตือนในอิสลาม
การตักเตือน คือหนึ่งในสัญลักษณ์อันโดดเด่นของภราดรภาพในอิสลาม และเป็นส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์แห่งอีหม่านและความดีงาม เพราะอีหม่านของมุสลิมจะยังไม่สมบูรณ์ จนกว่าเขาจะรักให้แก่พี่น้องของเขาในสิ่งที่เขารักให้แก่ตนเอง และเกลียดให้แก่พี่น้องของเขาในสิ่งที่เขาเกลียดให้แก่ตนเอง และนี่คือแรงผลักดันของการตักเตือน
อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ทรงใช้ในหลายอายะฮ์ให้เชิญชวนสู่ความดี ใช้ให้กระทำความดี ห้ามปรามความชั่ว และกำชับกันในสัจธรรม พร้อมทั้งทรงสรรเสริญผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว และจากบรรดาอายะฮ์เหล่านั้น คือ
1 อัลลอฮ์ ตรัสว่า:
وَلْتَكُنْ مِنْكُمْ أُمَّةٌ يَدْعُونَ إِلَى الْخَيْرِ وَيَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَيَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَأُولَئِكَ هُمُ الْمُفْلِحُونَ
“และจงให้มีกลุ่มหนึ่งจากพวกเจ้า ที่คอยเชิญชวนไปสู่ความดี
ใช้ให้กระทำความดี และห้ามปรามจากความชั่ว และชนเหล่านั้นคือผู้ที่ประสบความสำเร็จ”
(สูเราะฮ์อาลิอิมรอน : 104)
อัสสะอ์ดีย์ กล่าวว่า คำว่า เชิญชวนสู่ความดี หมายถึง ศาสนา ทั้งหลักพื้นฐาน กิ่งแขนง และบทบัญญัติต่าง ๆ ของมัน
ใช้ให้กระทำความดี’ คือสิ่งที่ศาสนาและสติปัญญาตัดสินว่าดีงาม ห้ามปรามจากความชั่ว คือสิ่งที่ศาสนาและสติปัญญาตัดสินว่าน่ารังเกียจและชั่วร้าย
ส่วนคำว่า และชนเหล่านั้นคือผู้ที่ประสบความสำเร็จ หมายถึง ผู้ที่ได้รับทุกสิ่งที่ปรารถนา และรอดพ้นจากทุกสิ่งที่น่ากลัวและกลุ่มชนที่อยู่ในอายะฮ์นี้ ครอบคลุมถึงบรรดาผู้รู้ ผู้สอนศาสนา ผู้ทำหน้าที่คุตบะฮ์และตักเตือนผู้คน ทั้งโดยทั่วไปและเฉพาะบุคคล รวมถึงผู้ที่ทำหน้าที่กำชับให้ผู้คนดำรงละหมาด จ่ายซะกาต และปฏิบัติตามบทบัญญัติของศาสนา พร้อมทั้งห้ามปรามพวกเขาจากสิ่งชั่วร้าย
2 อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ตรัสอธิบายถึงคุณลักษณะอันโดดเด่นของประชาชาตินี้ว่า:
كُنْتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ
“พวกเจ้าเป็นประชาชาติที่ดีที่สุด ซึ่งถูกให้ออกมาเพื่อมนุษยชาติ
โดยพวกเจ้าใช้ให้กระทำความดี ห้ามปรามจากความชั่ว และศรัทธาต่ออัลลอฮ์”
(สูเราะฮ์อาลิอิมรอน : 110)
อัสสะอ์ดีย์ กล่าวว่า: นี่คือการที่อัลลอฮ์ทรงให้เกียรติและยกย่องประชาชาตินี้ ด้วยสาเหตุต่าง ๆ ที่พวกเขาโดดเด่นและเหนือกว่าประชาชาติอื่นทั้งหลาย
และพวกเขาคือผู้คนที่ดีที่สุดต่อมวลมนุษย์ ทั้งในด้านความจริงใจ การรักความดี การเชิญชวน การสอน การชี้แนะ การใช้ให้กระทำความดี และการห้ามปรามจากความชั่ว
พร้อมทั้งเป็นการรวบรวมระหว่างการพัฒนามนุษย์ และการพยายามนำประโยชน์มาสู่พวกเขาตามกำลังความสามารถ
และอัลลอฮ์ ตะอาลา ยังได้ทรงสั่งใช้ให้บรรดามุสลิมร่วมมือกันในความดีและความยำเกรง และแน่นอนว่า การตักเตือนที่เป็นประโยชน์ นั้น คือหนึ่งในรูปแบบสำคัญของความดีและความยำเกรง
3 อัลลอฮ์ตรัสว่า:
وَتَعَاوَنُوا عَلَى الْبِرِّ وَالتَّقْوَى وَلَا تَعَاوَنُوا عَلَى الإِثْمِ وَالْعُدْوَانِ وَاتَّقُوا اللَّهَ إِنَّ اللَّهَ شَدِيدُ الْعِقَابِ
“และพวกเจ้าจงช่วยเหลือกันในคุณธรรมและความยำเกรง
และอย่าช่วยเหลือกันในบาปและการละเมิด
และจงยำเกรงอัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรุนแรงในการลงโทษ”
(สูเราะฮ์อัลมาอิดะฮ์ : 2)
อัลกุชัยรีย์ กล่าวว่า : การช่วยเหลือกันในความดี คือการให้คำตักเตือนที่ดีงาม และการชี้แนะที่งดงามแก่บรรดาผู้ศรัทธา
ส่วนการช่วยเหลือกันในความยำเกรง คือการยับยั้งผู้กระทำผิด ด้วยวิธีที่เหมาะสมตามสถานการณ์ ทั้งด้วยการตักเตือนที่ดี การห้ามปรามที่หนักแน่น และการป้องกันอย่างจริงจัง ทั้งหมดนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความรู้
ดังนั้น ทุกคนที่เชิญชวนผู้คนไปสู่ความดี ไม่ว่าจะโดยทั่วไปหรือเฉพาะเจาะจง หรือทำหน้าที่ตักเตือนทั้งต่อสาธารณะหรือเฉพาะบุคคล ก็ล้วนอยู่ภายใต้อายะฮ์อันประเสริฐนี้
จากญะรีรฺ บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า:
بَايَعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ عَلَى إِقَامِ الصَّلَاةِ، وَإِيتَاءِ الزَّكَاةِ، وَالنُّصْحِ لِكُلِّ مُسْلِمٍ
“ฉันได้ให้สัตยาบันต่อท่านเราะสูลุลลอฮ์ ﷺ ว่าจะดำรงการละหมาด จ่ายซะกาต และตักเตือนด้วยความจริงใจแก่ชาวมุสลิมทุกคน “
(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ และมุสลิม)
และมุสลิม ได้บันทึกจากตะมีม อัดดารีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า
الدِّينُ النَّصِيحَةُ، قُلْنَا لِمَنْ ؟، قال: لِلَّهِ وَلِكِتَابِهِ وَلِرَسُولِهِ وَلِأَئِمَّةِ الْمُسْلِمِينَ وَعَامَّتِهِمْ.
แท้จริงท่านนบี ﷺ กล่าวว่า : ศาสนาคือการตักเตือน
พวกเรากล่าวว่า : เพื่อใครหรือ?
ท่านกล่าวว่า : เพื่ออัลลอฮ์ เพื่อคัมภีร์ของพระองค์ เพื่อเราะสูลของพระองค์ เพื่อบรรดาผู้นำของมุสลิม และเพื่อมวลชนชาวมุสลิม
อิบนุลอะษีร กล่าวว่า: การตักเตือนต่อมวลชนชาวมุสลิม คือการชี้แนะพวกเขาไปสู่สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่พวกเขา
อิมามอันนะวะวีย์ กล่าวว่า : หะดีษบทนี้เป็นหะดีษที่ยิ่งใหญ่มาก และอิสลามทั้งหมดหมุนอยู่รอบหะดีษนี้
ส่วนที่บรรดานักวิชาการบางกลุ่มกล่าวว่า หะดีษนี้เป็นหนึ่งในหนึ่งส่วนสี่ของอิสลาม หรือเป็นหนึ่งในสี่หะดีษหลักที่รวบรวมหลักการของอิสลามนั้น ไม่เป็นดังที่พวกเขากล่าว แต่อิสลามนั้นหมุนอยู่รอบหะดีษนี้เพียงบทเดียว คำอธิบายเศาะฮีห์มุสลิม โดยอิมามอันนะวะวีย์
จุดประสงค์ของการยกหะดีษนี้มาในที่นี้ คือเพื่อกล่าวถึง การตักเตือนต่อบรรดาผู้นำของมุสลิม และมวลชนชาวมุสลิม
โดยความหมายของ : การตักเตือนต่อบรรดาผู้นำของมุสลิม คือ
♠ การช่วยเหลือพวกเขาในหน้าที่ที่พวกเขาได้รับมอบหมาย
♠ การเตือนพวกเขาเมื่อเผลอหรือละเลยการเติมเต็มข้อบกพร่องเมื่อเกิดความผิดพลาด
♠ การรวมใจผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียวกับพวกเขา และการทำให้หัวใจที่ห่างเหินกลับมาผูกพันกับพวกเขา
♠ และหนึ่งในรูปแบบการตักเตือนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อผู้นำ คือการป้องกันพวกเขาจากความอธรรม ด้วยวิธีที่ดีที่สุดและอ่อนโยนที่สุด
ส่วนหนึ่งของ ผู้นำของมุสลิม นั้น รวมถึงบรรดาอิมามนักวินิจฉัยศาสนา (อุละมาอ์มุจญ์ตะฮิด) ด้วย
·♣ การตักเตือนต่อพวกเขา คือการเผยแพร่ความรู้ของพวกเขา
·♣ การเผยแพร่คุณงามความดีของพวกเขา
·♣ และการมีทัศนะที่ดีต่อพวกเขา
ส่วน การตักเตือนต่อมวลชนชาวมุสลิม คือ
·♥ การมีความเมตตาและห่วงใยต่อพวกเขา
·♥ พยายามทำสิ่งที่เกิดประโยชน์แก่พวกเขา
·♥ สอนสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่พวกเขา
·♥ ป้องกันอันตรายต่าง ๆ จากพวกเขา
·♥ รักให้แก่พวกเขาในสิ่งที่ตนรักให้แก่ตนเอง
( ฟัตหุลบารีย์ คำอธิบายเศาะฮีห์อัลบุคอรีย์ อิบนุ หะญัร)
จากอันนุอ์มาน บิน บะชีร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา รายงานว่า ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:
مثلُ القائِمِ على حُدودِ اللهِ والواقِعِ فيها، كمَثلِ قومٍ استَهَموا على سفينةٍ، فأصاب بعضُهم أعلاها وبعضُهم أسفَلَها، فكان الذين في أسفَلِها إذا استَقَوا مِن الماءِ مرُّوا على مَن فَوقَهم، فقالوا: لو أنَّا خرَقْنا في نَصيبِنا خَرقًا ولم نُؤذِ مَن فَوقَنا، فإن يترُكوهم وما أرادوا هلَكوا جميعًا، وإن أخَذوا على أيديهم نجَوا، ونجَوا جميعًا
“ อุปมาของผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนขอบเขตของอัลลอฮ์ และผู้ที่ละเมิดมัน เปรียบเสมือนกลุ่มชนที่จับฉลากกันบนเรือลำหนึ่ง บางคนได้อยู่ชั้นบน และบางคนได้อยู่ชั้นล่าง คนที่อยู่ชั้นล่าง เมื่อจะตักน้ำ ก็ต้องเดินผ่านคนที่อยู่ชั้นบน
พวกเขาจึงพูดว่า : หากพวกเราจะเจาะรูในส่วนของพวกเราเอง ก็จะได้ไม่รบกวนคนข้างบน ดังนั้น หากคนชั้นบนปล่อยพวกเขาทำตามที่ต้องการ ทุกคนก็จะพินาศทั้งหมด แต่หากพวกเขาจับยับยั้งมือของคนเหล่านั้นไว้ พวกเขาทั้งหมดก็จะรอด และรอดกันทั้งหมด
(บันทึกโดย บุคคอรี)
หะดีษนี้สอนว่า การห้ามปรามความชั่วและการตักเตือนกันในสังคม เป็นสาเหตุแห่งความปลอดภัยของส่วนรวม หากปล่อยให้ความผิดแพร่กระจายโดยไม่มีใครยับยั้ง ความเสียหายจะเกิดแก่ทุกคน ดังนั้น ในหะดีษบทนี้ ท่านเราะสูล ﷺ ได้อธิบายถึงความรับผิดชอบของสังคมมุสลิม และหน้าที่ของการตักเตือนกันระหว่างพวกเขา รวมถึงผลของสิ่งนั้น ในการช่วยให้บรรดามุสลิมรอดพ้นจากฟิตนะฮ์และเหตุการณ์ความวุ่นวายต่าง ๆ
หะดีษนี้ชี้ให้เห็นว่า สังคมมุสลิมจะเข้มแข็งและปลอดภัยได้ ด้วยการช่วยกันดูแล ตักเตือน และห้ามปรามความชั่วด้วยความจริงใจและปัญญา หากต่างคนต่างปล่อยปละละเลย ความเสียหายก็อาจครอบคลุมทุกคนได้เหมือนผู้โดยสารทั้งลำในเรือเดียวกัน