คุณเป็นสตรีประเภทใด ?
  จำนวนคนเข้าชม  50

คุณเป็นสตรีประเภทใด ?

 

แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก

  

อิบนุ อุษัยมีน -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-

 

     คุณเป็นสตรี ผู้เปี่ยมด้วยความรัก หรือ ผู้เป็นที่น่ารังเกียจ ? 

     สตรีบางคน เมื่อสามีกลับเข้าบ้านมาในขณะที่มีความทุกข์ใจหรืออึดอัดใจ เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาสบายใจ จนกระทั่งเขารู้สึกผ่อนคลาย และความอึดอัดใจก็หายไป

     แต่สตรีอีกบางคน เมื่อสามีกลับเข้าบ้านมาในขณะที่มีความทุกข์ใจ เธอกลับทำสีหน้าบึ้งตึง จนยิ่งเพิ่มความทุกข์และความลำบากใจให้มากขึ้นไปอีก

สตรีประเภทแรก เราเรียกว่า “วะดูด” (ผู้เปี่ยมด้วยความรักและความอ่อนโยน)

ส่วนสตรีประเภทที่สอง เราเรียกว่า “บะฆูฎ” (ผู้เป็นที่น่ารังเกียจ)

     ซึ่งสตรีประเภทหลังนั้นย่อมเป็นสาเหตุที่ทำให้สามีเกิดความรู้สึกไม่ชอบในตัวนาง

  فتح_ذي_الجلال_والإكرام_بشرح_بلوغ_المرام / ص:٤٣٠ )

 

 

 

ชัยคฺ ศอและฮฺ อัลเฟาซาน -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

เป้าหมายสูงสุดของการแต่งงานและการเลือกคู่ครอง

     "หนึ่งในเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการแต่งงาน  คือการให้กำเนิดทายาทที่ดีและมีคุณธรรม" 

     ด้วยเหตุนี้ ในขั้นตอนของการทาบทาม ผู้เป็นสามีจึงจำเป็นต้องเลือกภรรยาที่ดีมีคุณธรรม

"ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวไว้ว่า: 

'ดังนั้น จงเลือกผู้ที่มีศาสนาเถิดแล้วท่านจะประสบความสำเร็จ และจะได้รับในสิ่งที่ดี'

     และท่าน ﷺ ยังได้กล่าวอีกว่า: 'เมื่อมีผู้ที่ท่านพึงพอใจในศาสนาของเขาและความซื่อสัตย์ของเขา 

     และในอีกสายรายงานหนึ่งระบุว่า: และจริยธรรมของเขามาสู่ขอ (ลูกสาวหรือสตรีในปกครองของท่าน) ก็จงแต่งงานให้เขาไปเถิด 

     เพราะหากพวกท่านไม่ทำเช่นนั้น ก็จะเกิดฟิตนะฮฺขึ้นบนหน้าแผ่นดินและความเสียหายอันใหญ่หลวง"

     ดังนั้น ผู้ที่มาสู่ขอจึงไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ตำแหน่งหน้าที่การงานหรือวงศ์ตระกูลของสตรี 

     และไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ความสวยงามหรือทรัพย์สินเงินทองของนาง 

     แต่เขาจะต้องพิจารณาถึงความดีงามและหลักการศาสนาของนาง  เพราะสิ่งนี้คือรากฐานสำคัญในการสร้างทายาทที่ดีและมีคุณธรรม"

 

 

 

ชัยคฺ อับดุรร็อซซาก อัลบัดรฺ  -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

     เพื่อนที่เราคบคือกระจกสะท้อนหัวใจและศาสนา

     "พี่น้องมุสลิมะฮฺ ไม่ควรคบค้าสมาคมกับผู้หญิงทุกคน แต่ควรร่วมเป็นมิตรกับผู้หญิงที่การคบหากับพวกนางจะนำมาซึ่งความดีงาม ประโยชน์ และผลดีต่ออีหม่านของตนเอง 

     อยู่ร่วมกับผู้หญิงที่จะคอยดูแลเอาใจใส่เรื่องศรัทธา ร่วมกันศึกษาเรียนรู้ความดีงาม และสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่ตนเอง ณ ที่อัลลอฮฺ

     มุสลิมหรือมุสลิมะฮฺไม่ได้มีหน้าที่ไปปะปนคบหากับทุกคน หากแต่ควรร่วมปะปนกับผู้ที่การคบหาด้วยนั้นก่อให้เกิดประโยชน์เท่านั้น"

 

ท่านอัลฟุฎ็อยลฺ บิน อิย้าฎ -ร่อฮิมาฮุลลอฮฺ- กล่าวว่า: "ผู้ศรัทธาไม่ควรที่จะไปนั่งร่วมกับใครก็ได้ตามใจชอบ"

 

     ท่านซุฟยาน กล่าวว่า: "ไม่มีสิ่งใดจะมีอิทธิพลต่อความเสื่อมเสียหรือความดีงามของชายคนหนึ่ง ได้มากไปกว่าสหายที่เขาคบหา"

 

     ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ- กล่าวว่า: "จงพิจารณาผู้คนจากมิตรสหายของพวกเขา เพราะแท้จริงแล้ว คนเราจะไม่เลือกใครเป็นมิตร เว้นแต่คนที่เขาชื่นชอบและพึงพอใจเท่านั้น"

 

     และสลัฟ บางท่านกล่าวว่า: "ผู้ศรัทธาไม่ควรที่จะร่วมเดินทางหรือไปไหนมาไหนกับใครก็ได้ตามใจชอบ"

 

  

 

ดุอาของแม่...

     หญิงคนหนึ่งได้แต่งงานกับชายที่ชื่อว่า... อิสมาอีล เขาคือนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเคยศึกษากับท่านอิหม่ามมาลิก 

     จากชีวิตคู่ที่เปี่ยมด้วยความจำเริญนั้น ทั้งสองมีบุตรชายคนหนึ่ง และตั้งชื่อว่า 'มุฮัมมัด'

     แต่ไม่นานนัก สามีของนางก็เสียชีวิตลง ทิ้งทรัพย์สินมากมายไว้ให้ภรรยาและลูกน้อย

     ผู้เป็นแม่จึงทุ่มเทอบรมเลี้ยงดูลูกชายด้วยการอบรมตามแบบอย่างอิสลามอย่างดีงาม โดยหวังให้เขาเติบโตเป็นหนึ่งในนักวิชาการอิสลาม

     ทว่า...ด้วยพระประสงค์ของอัลลอฮฺ เด็กคนนี้กลับ ตาบอดตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้การเดินทางไปศึกษากับบรรดาอาจารย์ในเมืองต่าง ๆ เป็นเรื่องยาก

 

     อย่างไรก็ตาม อัลลอฮฺทรงเปิดประตูแห่ง "การดุอา" ให้แก่นาง..นางจึงวิงวอนต่ออัลลอฮฺด้วยความจริงใจและศรัทธาอันแน่วแน่ ขอให้พระองค์ทรงคืนการมองเห็นแก่บุตรของนาง

     จนกระทั่งในคืนหนึ่ง ขณะที่นางกำลังนอนหลับ...นางฝันเห็นท่านนบีอิบรอฮีม -อะลัยฮิสสลาม- ได้กล่าวกับนางว่า:

     "โอ้สตรีเอ๋ย... แท้จริงอัลลอฮฺได้ทรงคืนการมองเห็นให้แก่บุตรชายของเจ้าแล้ว เนื่องด้วยการขอดุอาอย่างมากมายของเจ้า"

     เมื่อหญิงคนนั้นตื่นขึ้นมา นางก็พบว่าลูกชายของนางกลับมามองเห็นได้อีกครั้งจริงๆ !! หลังจากนั้น นางจึงส่งเสริมให้เขาแสวงหาความรู้ และมุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียน

     ด้วยดุอาอันจริงใจของผู้เป็นแม่ และความตั้งใจอันดีงาม อัลลอฮฺทรงเปิดประตูแห่งวิชาความรู้ให้แก่เขา จนกระทั่งเขากลายเป็นนักวิชาการผู้ยิ่งใหญ่ 

     และได้ประพันธ์หนังสือที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น  หนังสือที่ถูกต้องที่สุดรองจากอัลกุรอาน  นั่นคือหนังสือ "อัลญาเมียะอฺ อัศศ่อเฮียะฮฺ"  หรือที่รู้จักกันดีในนาม  "ศ่อเฮียะฮฺ อัลบุคอรีย์"

     ใช่แล้ว... บุคคลผู้นั้นคือ  ท่าน มุฮัมมัด อิบนุ อิสมาอีล อัลบุคอรีย์  ผู้เป็นทั้งผู้จดจำและเชี่ยวชาญการรายงานฮะดีษ และเป็นนักนิติศาสตร์อิสลาม...

" سير أعلام النبلاء" للذهبي(١٢/٣٩٢)

"البداية والنهاية" لابن كثير (١٤/٥٢٧)

 

 

 

•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•