หนทางแห่งการรอดพ้น ฟิตนะฮ์ในยุคปัจจุบัน 
  จำนวนคนเข้าชม  34

หนทางแห่งการรอดพ้น ฟิตนะฮ์ในยุคปัจจุบัน 

 

เรียบเรียงโดย  อิสมาอีล กอเซ็ม  

 

     การดำรงชีวิตของมนุษย์บนโลกดุนยาไม่เคยปราศจากการทดสอบ อัลลอฮ์ทรงสร้างโลกนี้ให้เป็นสนามแห่งการทดสอบศรัทธา มิใช่สถานที่แห่งความสุขอันสมบูรณ์ ผู้ศรัทธาจึงต้องเผชิญกับ ฟิตนะฮ์ (الفتن) ทั้งในด้านศาสนาและด้านโลก ไม่ว่าจะเป็นฟิตนะฮ์แห่งความสงสัย (الشبهات) หรือฟิตนะฮ์แห่งตัณหาและกิเลส (الشهوات) ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่สามารถทำลายศรัทธาของมนุษย์ได้ หากปราศจากความรู้และการยึดมั่นในคำสอนของอัลลอฮ์

 

     ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ได้แจ้งข่าวล่วงหน้าว่า เมื่อใกล้วันกิยามะฮ์ ฟิตนะฮ์จะเพิ่มมากขึ้น มีความหลากหลาย และสร้างความสับสนแก่ผู้คน ดังหะดีษที่ว่า

 

"เวลาจะสั้นลง ความรู้จะถูกยกขึ้น ฟิตนะฮ์จะปรากฏ ความตระหนี่จะถูกโยนลงในหัวใจ และการฆ่าฟันจะมีมากขึ้น"

 

    ซึ่งสะท้อนภาพของโลกในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน ทั้งสงคราม ความแตกแยก ความเสื่อมทางศีลธรรม และการหลงผิดในหลักศรัทธา

 

ความหมายของฟิตนะฮ์

 

     ฟิตนะฮ์ ในทางศาสนา หมายถึง สิ่งที่ทำให้มนุษย์เบี่ยงเบนออกจากการศรัทธา การเชื่อฟังอัลลอฮ์ และการปฏิบัติตามแนวทางของท่านรอซูล ﷺ

 

     ส่วนฟิตนะฮ์ทางโลก ได้แก่ สงคราม , ความหวาดกลัว , การฆ่าฟัน , ความอธรรม , การแพร่หลายของสิ่งลามก , การบริโภคทรัพย์สินที่หะรอม , ความวุ่นวายในสังคม สิ่งเหล่านี้หากไม่มีหลักยึด จะนำมนุษย์ไปสู่ความพินาศทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

 

 

เหตุใดฟิตนะฮ์จึงอันตราย

 

     ฟิตนะฮ์ไม่เพียงทำลายคนที่ก่อความชั่วเท่านั้น แต่อาจส่งผลกระทบต่อคนดีทั้งสังคม หากไม่มีการห้ามปรามและป้องกัน

อัลลอฮ์ตรัสว่า

وَاتَّقُوا فِتْنَةً لَا تُصِيبَنَّ الَّذِينَ ظَلَمُوا مِنْكُمْ خَاصَّةً

"และจงระวังฟิตนะฮ์ที่ไม่ได้ประสบเฉพาะผู้ที่อธรรมในหมู่พวกเจ้าเท่านั้น"

(อัลอันฟาล : 25)

     นั่นหมายความว่า เมื่อความชั่วแพร่หลาย ผลของมันอาจครอบคลุมทั้งสังคม ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ ความแตกแยก หรือการลงโทษจากอัลลอฮ์

 

 

สาเหตุแห่งการรอดพ้นจากฟิตนะฮ์

 

     หลีกหนีสถานที่และสาเหตุของฟิตนะฮ์ อิสลามไม่ได้สอนให้มนุษย์ท้าทายฟิตนะฮ์ แต่สอนให้หลีกเลี่ยงมัน

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า "ผู้ที่เข้าไปหา ฟิตนะฮ์ ...  ฟิตนะฮ์ก็จะดึงเขาเข้าไป"

และกล่าวอีกว่า

"ผู้ที่นั่งอยู่ในฟิตนะฮ์ ดีกว่าผู้ที่ยืน ผู้ที่ยืนดีกว่าผู้ที่เดิน และผู้ที่เดินดีกว่าผู้ที่วิ่งเข้าไปหา"

 

     ในยุคปัจจุบัน การหลีกหนีฟิตนะฮ์อาจหมายถึง ไม่เข้าไปในวงสนทนาที่สร้างความแตกแยก , ไม่ติดตามสื่อที่ปลุกปั่น , ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งบาป , ไม่เสพเนื้อหาที่ทำลายศีลธรรมและศรัทธา , ยึดมั่นในอัลกุรอานและซุนนะฮ์

อัลลอฮ์ตรัสว่า

فَإِنْ تَنَازَعْتُمْ فِي شَيْءٍ فَرُدُّوهُ إِلَى اللَّهِ وَالرَّسُولِ

"หากพวกเจ้าขัดแย้งกันในเรื่องใด ก็จงนำกลับไปยังอัลลอฮ์และรอซูล"

(อันนิสาอ์ : 59) 

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า 

"ฉันทิ้งไว้แก่พวกเจ้าสองสิ่ง หากยึดมั่นไว้ จะไม่มีวันหลงทาง คือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์และซุนนะฮ์ของฉัน"

 

    เมื่อฟิตนะฮ์เกิดขึ้น ความคิดเห็นของผู้คนไม่ใช่มาตรฐาน แต่สิ่งที่ต้องกลับไปคืออัลกุรอานและซุนนะฮ์ตามความเข้าใจของบรรดาสะลัฟ

 

 

ยึดมั่นกับญะมาอะฮ์ของมุสลิม

 

อัลลอฮ์ตรัสว่า

وَاعْتَصِمُوا بِحَبْلِ اللَّهِ جَمِيعًا وَلَا تَفَرَّقُوا

"และพวกเจ้าจงยึดมั่นต่อเชือกของอัลลอฮ์พร้อมกันทั้งหมด และอย่าแตกแยก"

(อาลิอิมรอน : 103)

     การแตกออกเป็นกลุ่ม เป็นพรรค เป็นพวก ยึดติดบุคคลมากกว่าหลักฐาน ล้วนเป็นช่องทางที่ชัยฏอนใช้สร้างฟิตนะฮ์ในหมู่มุสลิม  

 

     อดทนและไม่รีบร้อน ฟิตนะฮ์มักทำให้คนตัดสินใจด้วยอารมณ์ อัลลอฮ์ตรัสว่า

إِنَّ اللَّهَ مَعَ الصَّابِرِينَ

"แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่กับบรรดาผู้อดทน"

     และท่านนบี ﷺ ได้สั่งให้มีความอดทนเมื่อเผชิญกับยุคแห่งความวุ่นวาย ผู้ศรัทธาจะไม่รีบแชร์ข่าว ไม่รีบด่าผู้อื่น ไม่รีบตัดสินคนจากข้อมูลเพียงด้านเดียว แต่จะตรวจสอบก่อนทุกครั้ง

 

 

กลับไปหาบรรดาอุละมาอ์ผู้รู้

 

     เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ผู้ที่ควรอธิบายคือผู้รู้ มิใช่ผู้มีชื่อเสียงในสื่อ อัลลอฮ์ตรัสว่า

فَاسْأَلُوا أَهْلَ الذِّكْرِ

     และอีกโองการหนึ่งระบุให้คืนเรื่องสำคัญแก่ผู้มีอำนาจและผู้รู้ เพื่อให้ผู้ที่มีความสามารถในการวินิจฉัยได้อธิบายอย่างถูกต้อง

 

อิบนุตัยมียะฮ์กล่าวว่า "เมื่อฟิตนะฮ์เกิดขึ้น แม้แต่คนฉลาดก็ยากที่จะหยุดยั้งคนโง่ และไม่มีผู้ใดรอดพ้น นอกจากผู้ที่อัลลอฮ์ทรงคุ้มครอง"

 

 

วิงวอนต่ออัลลอฮ์ให้ทรงปกป้องจากฟิตนะฮ์

 

     หนึ่งในดุอาอ์ที่ท่านนบี ﷺ สอนคือ

اللهم إنا نعوذ بك من الفتن ما ظهر منها وما بطن

"โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงพวกเราขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากฟิตนะฮ์ ทั้งที่เปิดเผยและที่ซ่อนเร้น"

 

     และท่านยังสอนให้ขอความคุ้มครองจากฟิตนะฮ์ของชีวิต ความตาย และฟิตนะฮ์ของอัลมะสีหุดดัจญาลหลังตะชะฮ์ฮุดสุดท้ายในทุกละหมาด

 

     ในยุคที่ประชาชาติอิสลามเผชิญสงคราม ความรุนแรง และการย้ายถิ่นฐาน ผู้คนจำนวนมากกลับใช้เวลาติดตามข่าวสาร วิเคราะห์การเมือง และถกเถียงเหตุการณ์ต่าง ๆ จนละเลยการอิบาดะฮ์และการขอดุอาอ์ ทั้งที่ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

"การอิบาดะฮ์ในช่วงที่เกิดความวุ่นวาย มีผลบุญเสมือนการอพยพมาหาฉัน"

 

     พร้อมทั้งเน้นย้ำให้เยาวชนแสวงหาความรู้ศาสนาที่ถูกต้อง และระวังการหมกมุ่นกับข่าวสารหรือการวิเคราะห์ประเด็นใหญ่ที่เกินขอบเขตความรู้ของตน

 

      ฟิตนะฮ์เป็นบททดสอบที่ทุกยุคสมัยต้องเผชิญ แต่ในยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านสื่อและเทคโนโลยี ผู้ศรัทธาจะรอดพ้นได้ด้วยการหลีกเลี่ยงสาเหตุแห่งฟิตนะฮ์ ยึดมั่นในอัลกุรอานและซุนนะฮ์ รักษาความเป็นเอกภาพของประชาคมมุสลิม อดทน ไม่รีบร้อน กลับไปหาบรรดาอุละมาอ์ผู้รู้ และหมั่นวิงวอนต่ออัลลอฮ์ให้ทรงคุ้มครองอยู่เสมอ 

 

     เมื่อยึดมั่นในหลักการเหล่านี้ มุสลิมย่อมมีภูมิคุ้มกันทั้งต่อฟิตนะฮ์แห่งความสงสัยและฟิตนะฮ์แห่งกิเลส พร้อมดำรงชีวิตบนแนวทางที่มั่นคงจนได้พบกับพระองค์ด้วยศรัทธาอันสมบูรณ์