
แด่ผู้ที่มีชีวิตแต่หัวใจตายด้าน
โดย.....อบูชากิร อัลมะดานีย์
قال تعالى:
﴿ أَوَمَنْ كَانَ مَيْتًا فَأَحْيَيْنَاهُ وَجَعَلْنَا لَهُ نُورًا يَمْشِي بِهِ فِي النَّاسِ كَمَنْ مَثَلُهُ فِي الظُّلُمَاتِ لَيْسَ بِخَارِجٍ مِنْهَا ﴾ [الأنعام: 122]
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า
“ผู้ที่เคยเป็นดั่งคนตาย แล้วเราได้ให้เขามีชีวิต
และเราได้มอบแสงสว่างแก่เขา เพื่อให้เขาเดินท่ามกลางผู้คนด้วยแสงนั้น
จะเหมือนกับผู้ที่อยู่ในความมืดมิดและไม่อาจออกจากมันได้กระนั้นหรือ?”
(สูเราะฮ์อัลอันอาม 6:122)
นี่คืออุปมาที่อัลลอฮ์ทรงยกขึ้นเพื่อเปรียบเทียบผู้ที่พระองค์ทรงชี้นำหลังจากที่เขาหลงผิด พระองค์ทรงเปรียบเขาเสมือนคนตาย แล้วทรงทำให้เขามีชีวิตขึ้นมา และทรงมอบแสงสว่างให้แก่เขา เพื่อใช้เดินท่ามกลางผู้คน โดยอาศัยแสงนั้นในการมองเห็นและแยกแยะสิ่งต่าง ๆ ได้
เขาสามารถแยกแยะผู้คน รู้ผิดชอบชั่วดี แยกความดีออกจากความชั่ว ความงามออกจากความอัปลักษณ์ รู้จักผู้คน รู้จักหนทาง ไม่สะดุดล้มหรือหลงทาง อีกทั้งยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้รู้จักทางที่ถูกต้อง ชี้ทางแก่คนตาบอด และนำทางแก่ผู้ที่กำลังหลงทาง แล้วคนเช่นนี้จะเหมือนกับผู้ที่ยังคงจมอยู่ในความหลงผิด คลำทางอยู่ในความมืด และไม่สามารถหลุดพ้นจากมันได้อย่างไร ?
เพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างคนทั้งสองกลุ่ม และเห็นถึงช่องว่างอันกว้างไกลระหว่างสองหนทางนี้ ลองพิจารณาคำอธิบายของ ซัยด์ อิบนุ อัสลัม และ อิมามอัซ-ซุดดี ที่อธิบายโองการนี้ว่า
“คำว่า ‘แล้วเราได้ให้เขามีชีวิต’ หมายถึง ท่านอุมัร อิบนุ อัลค็อฏฏอบ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ)
ส่วนคำว่า ‘ผู้ที่อยู่ในความมืดมิด’ หมายถึง อบูญะฮัล ขออัลลอฮ์ทรงสาปแช่งเขา”
นี่คือความแตกต่างที่ห่างไกลราวกับฟ้ากับดิน
อย่างไรก็ตาม ความหมายที่ถูกต้องคือ โองการนี้ครอบคลุมถึงมุสลิมและผู้ปฏิเสธศรัทธาทุกคน หรือผู้ได้รับทางนำและผู้หลงผิดทุกคน
การที่อัลลอฮ์ทรงเรียกผู้ปฏิเสธศรัทธาว่า “คนตาย” นั้น เป็นหนึ่งในหลายลักษณะที่พระองค์ทรงใช้บรรยายหัวใจของพวกเขาในอัลกุรอาน
อิมามอัลกุรฏุบีย์ กล่าวว่า บรรดานักวิชาการด้านความหมายกล่าวว่า อัลลอฮ์ทรงบรรยายหัวใจของผู้ปฏิเสธศรัทธาไว้ 10 ประการ ได้แก่
1- ถูกปิดผนึก (الختم)
2-ถูกประทับตรา (الطبع)
3-คับแคบ (الضيق)
4-ป่วย (المرض)
5-ถูกสนิมเกาะ (الرين)
6- ตาย (الموت)
7- แข็งกระด้าง (القساوة)
8-เบี่ยงเบนออกจากความจริง (الانصراف)
9-ความเย่อหยิ่งดื้อรั้น (الحمية)
10- การปฏิเสธ (الإنكار)
จากนั้นท่านได้ยกโองการต่าง ๆ ที่กล่าวถึงลักษณะเหล่านี้ เช่น
فقال في الإنكار: ﴿ قُلُوبُهُمْ مُنْكِرَةٌ وَهُمْ مُسْتَكْبِرُونَ ﴾ [النحل: 22]،
การปฏิเสธ : “หัวใจของพวกเขาปฏิเสธ และพวกเขาเป็นผู้หยิ่งยโส”
(อันนะห์ล : 22)
وقال في الحميّة: ﴿ إِذْ جَعَلَ الَّذِينَ كَفَرُوا فِي قُلُوبِهِمُ الْحَمِيَّةَ ﴾ [الفتح: 26]
ความดื้อรั้น : “เมื่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาทำให้เกิดความดื้อรั้นในหัวใจของพวกเขา”
(อัลฟัตห์ : 26)
وقال في الانصراف: ﴿ ثُمَّ انْصَرَفُوا صَرَفَ اللَّهُ قُلُوبَهُمْ بِأَنَّهُمْ قَوْمٌ لَا يَفْقَهُونَ ﴾ [التوبة: 127]،
การเบี่ยงเบน : “แล้วพวกเขาก็ผินหลัง อัลลอฮ์จึงทรงทำให้หัวใจของพวกเขาเบี่ยงเบน เพราะพวกเขาเป็นชนที่ไม่เข้าใจ”
(อัตเตาบะฮ์ : 127)
وقال في القساوة: ﴿ فَوَيْلٌ لِلْقَاسِيَةِ قُلُوبُهُمْ مِنْ ذِكْرِ اللَّهِ ﴾ [الزمر: 22]،
ความแข็งกระด้าง : “ความวิบัติจงประสบแก่ผู้ที่หัวใจแข็งกระด้างจากการรำลึกถึงอัลลอฮ์”
(อัซซุมัร : 22)
وقال في الموت: ﴿ أَوَمَنْ كَانَ مَيْتًا فَأَحْيَيْنَاهُ ﴾ [الأنعام: 122]،
ความตายของหัวใจ : “ผู้ที่เคยเป็นดั่งคนตาย แล้วเราได้ให้เขามีชีวิต...”
(อัลอันอาม : 122)
وقال في الرين: ﴿ كَلَّا بَلْ رَانَ عَلَى قُلُوبِهِمْ مَا كَانُوا يَكْسِبُونَ ﴾ [المطففين: 14]،
สนิมของบาป : “หาใช่เช่นนั้นไม่ แต่สิ่งที่พวกเขาได้กระทำได้เคลือบคลุมหัวใจของพวกเขาไว้”
(อัลมุฏอฟฟิฟีน : 14)
وقال في المرض: ﴿ فِي قُلُوبِهِمْ مَرَضٌ ﴾ [البقرة: 10]،
โรคในหัวใจ : “ในหัวใจของพวกเขามีโรค”
(อัลบะเกาะเราะฮ์ : 10)
وقال في الضيق: ﴿ وَمَنْ يُرِدْ أَنْ يُضِلَّهُ يَجْعَلْ صَدْرَهُ ضَيِّقًا حَرَجًا ﴾ [الأنعام: 125]،
ความคับแคบของหัวใจ : “ผู้ใดที่พระองค์ประสงค์ให้หลงทาง พระองค์จะทรงทำให้หน้าอกของเขาคับแคบและอึดอัด”
(อัลอันอาม : 125)
وقال في الطبع: ﴿ وَطُبِعَ عَلَى قُلُوبِهِمْ فَهُمْ لَا يَفْقَهُونَ ﴾ [التوبة: 87]،
ถูกประทับตรา : “หัวใจของพวกเขาถูกประทับตรา จึงไม่เข้าใจ”
(อัตเตาบะฮ์ : 87)
وقال في الختم: ﴿ خَتَمَ اللَّهُ عَلَى قُلُوبِهِمْ ﴾ [البقرة: 7] ".
ถูกปิดผนึก : “อัลลอฮ์ทรงปิดผนึกหัวใจของพวกเขา”
(อัลบะเกาะเราะฮ์ : 7)
ในทางตรงกันข้าม ตรงข้ามกับคำว่า “คนตาย” อัลลอฮ์ทรงเรียกผู้ที่ถูกสังหารในหนทางของพระองค์ว่า “ผู้มีชีวิต” และยังทรงห้ามมิให้เราเรียกพวกเขาว่า “คนตาย” เพราะหัวใจของพวกเขาเต็มเปี่ยมด้วยชีวิตแห่งอีหม่าน
พระองค์ตรัสว่า
فقال: ﴿ وَلَا تَقُولُوا لِمَنْ يُقْتَلُ فِي سَبِيلِ اللَّهِ أَمْوَاتٌ بَلْ أَحْيَاءٌ وَلَكِنْ لَا تَشْعُرُونَ ﴾ [آل عمران: 154]
“และพวกเจ้าอย่าได้กล่าวแก่ผู้ที่ถูกสังหารในหนทางของอัลลอฮ์ว่า ‘พวกเขาเป็นคนตาย’ แต่แท้จริงพวกเขามีชีวิตอยู่ ทว่าพวกเจ้าไม่อาจรับรู้ได้”
(อาลิอิมรอน : 169)
ดังนั้น อัลลอฮ์จึงทรงห้ามเราเรียกผู้เสียสละในหนทางของพระองค์ว่า “คนตาย” เพราะพวกเขาเป็นผู้มีชีวิต ทั้งในช่วงที่ยังอยู่บนโลกนี้ และหลังจากจากโลกนี้ไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้เอง ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ จึงกล่าวถึง ฏ็อลหะฮ์ อิบนุ อุบัยดิลลาฮ์ ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ว่า
“ฏ็อลหะฮ์เป็นผู้ที่ได้ทำพันธสัญญาของตนสำเร็จแล้ว”
♥ ผู้ที่หัวใจมีชีวิต ย่อมเป็นผู้มีชีวิตทั้งในยามมีชีวิตอยู่และหลังเสียชีวิต
♥ ส่วนผู้ที่หัวใจตาย ก็เป็นผู้ตายทั้งในขณะที่ยังมีชีวิตและหลังจากเสียชีวิต
การที่ผู้เสียสละในหนทางของอัลลอฮ์ถูกเรียกว่า “ชะฮีด (ผู้พลีชีพ)” นั้น ยังสะท้อนถึงความหมายที่ว่า เขาเป็นผู้ที่เชื่อมั่นในสิ่งเร้นลับ (อัลฆ็อยบ์) จนประหนึ่งว่าได้เห็นด้วยตาของตนเอง เพราะเขามองเห็นด้วยหัวใจในสิ่งที่ผู้คนทั่วไปจะได้เห็นก็ต่อเมื่อเสียชีวิตแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงยอมสละสิ่งที่มีค่าที่สุดของตน คือชีวิตของเขา และอัลลอฮ์จึงทรงตอบแทนเขาด้วยการให้คงไว้ซึ่งสถานะ “ผู้มีชีวิต” แม้ภายหลังจากที่เขาเสียชีวิตแล้วก็ตาม