
หัวใจที่อัลลอฮฺทรงรัก
แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก
ความสุขของการปล่อยวาง (ตัดใจ)
ท่าน อุมัร บิน ค็อฏฏอบ -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ- กล่าวว่า: "มนุษย์เราเมื่อสิ้นหวังจากสิ่งใดแล้ว เขาก็จะพอเพียงได้โดยไม่ต้องมีสิ่งนั้น !"
สหายเอ๋ย...
ความสุขของการปล่อยวางและพอเพียงได้โดยไม่ต้องมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น หอมหวานไม่แพ้ความสุขจากการได้รับมันมาเลย!
เมื่อใดที่เจ้ารู้ว่า การพยายามต่อไปจะมีแต่ความเสียหาย เจ้าก็จงหยุดเสีย
ในชีวิตนี้...ทุกสิ่งล้วนมีสิ่งทดแทนได้
สิ่งใดที่ไม่สามารถหามาทดแทนได้ ก็ยังพอจะหาสิ่งอื่นมาแทนที่กันได้
และสิ่งที่ไม่อาจแทนที่ได้ ก็ยังอาจหาสิ่งอื่นมาชดเชยได้
แต่สิ่งที่ไม่อาจทดแทนได้ และไม่อาจหาสิ่งใดมาชดเชยได้เลย ก็คือ "อายุขัยของเรา"
ดังนั้น...
อย่าปล่อยให้ตัวเองยืนรออยู่หน้าประตูที่ปิดตายเป็นเวลานาน
เพราะการเฝ้ารอนั้น กำลังพรากช่วงชีวิตของเราไปทีละน้อย
ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน...หากคนๆหนึ่งต้องใช้ชีวิตไปกับการไขว่คว้าสิ่งที่หมดความหมายไปแล้ว
كتاب الزهد لعبد الله ابن المبارك
อิบนุ ตัยมียะฮฺ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
หัวใจที่อัลลอฮฺทรงรัก
ฉันได้ยินผู้คนมากมายพูดกันว่า...
อย่าเป็นคนดีเกินไป !?
อย่าเป็นคนอ่อนโยน !?
อย่าเป็นคนมีเมตตา !?
อย่าเป็นคนใสซื่อบริสุทธิ์ !?
อย่าเป็นคนอ่อนหวานและมีน้ำใจ !?
เพราะเราอยู่ในยุคสมัยที่แตกต่างไปแล้ว...
แต่สิ่งที่ถูกต้องก็คือ..
♥ จงคงไว้ซึ่งอ่อนโยน ความดีงาม ความบริสุทธิ์ใจ ความเมตตา และความเห็นอกเห็นใจของคุณเอาไว้
♥ จงเป็นตัวของตัวเอง... อย่าเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะอันงดงามของคุณเลย
♥ จงรักษาความบริสุทธิ์ของหัวใจเอาไว้ และจงถอยห่างจากผู้ที่มีจิตใจแข็งกระด้าง
เพราะ...อัลลอฮฺทรงรักหัวใจที่บริสุทธิ์และอ่อนโยน
#إيثار_الأثر
"หัวใจทั้งหลายเปรียบดั่งภาชนะ (ที่บรรจุความศรัทธา ความรัก และความรู้ของอัลลอฮฺ) บนผืนแผ่นดินของพระองค์
ดังนั้น หัวใจที่อัลลอฮฺทรงรักมากที่สุด คือหัวใจที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์ที่สุด"
مجموع الفتاوى ٣١٥/٩
การละหมาดกิยามุลลัยลฺไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของกำลังร่างกาย แต่เป็นเรื่องของ หัวใจ ความจริงใจ ความมุ่งมั่น และการต่อสู้กับตนเอง
อิบนุ ร่อญับ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- กล่าวว่า: บรรดาคนรุ่นก่อนจำนวนมาก เคยละหมาดศุบฮิ ด้วยน้ำละหมาดเดียวกับที่ได้ทำไว้สำหรับละหมาดอิชา เป็นเวลาถึง 20 ปี และบางท่านก็ปฏิบัติเช่นนั้นยาวนานถึง 40 ปี
บางท่านกล่าวว่า:
"ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ไม่มีสิ่งใดทำให้ฉันเศร้าใจ ได้เท่ากับการมาถึงของรุ่งอรุณ (เพราะนั่นหมายถึงเวลาของการละหมาดกิยามุลลัยลฺได้สิ้นสุดลงแล้ว)"
ท่านษาบิต กล่าวว่า
"ฉันอดทนฝึกฝนและฝืนใจในการตื่นมาละหมาดกลางคืนอยู่ถึง 20 ปี และหลังจากนั้น ฉันได้ลิ้มรสความสุขกับมันอีก 20 ปี"
คนดีบางคนในยุคก่อน จะลุกขึ้นละหมาดในยามค่ำคืน และเมื่อถึงช่วงใกล้รุ่ง เขาจะร้องเรียกด้วยเสียงอันดังว่า:
"โอ้คณะเดินทางที่หยุดพักค้างคืนเอ๋ย! พวกท่านจะนอนตลอดทั้งคืนเลยหรือ? พวกท่านไม่ลุกขึ้นเพื่อออกเดินทางกันหรือ?"
เมื่อผู้คนได้ยินเสียงของเขา ต่างก็รีบเด้งตัวขึ้นจากที่นอน แล้วจะได้ยินเสียงคนสะอื้นไห้จากทางนี้ เสียงคนขอพรจากทางนั้น เสียงคนอ่านอัลกุรอาน และเสียงคนกำลังอาบน้ำละหมาด
และเมื่อแสงอรุณขึ้น เขาก็จะส่งเสียงตะโกนอีกครั้งว่า: "เมื่อถึงยามเช้า ผู้คนก็จะสรรเสริญการเดินทางในยามค่ำคืน"
หมายถึง ผู้ที่อดทนและพากเพียรเดินทางในยามค่ำคืน ย่อมได้รับผลดีและความภาคภูมิใจเมื่อถึงรุ่งเช้า
และมีคำกล่าวว่า:
"โอ้บรรดาผู้ที่ยืนละหมาดในยามค่ำคืน ! จงวิงวอนขอความดีให้แก่ผู้ที่หลับใหล
โอ้บรรดาผู้มีหัวใจที่มีชีวิต ! จงเมตตาต่อบรรดาผู้ที่หัวใจตายด้านเถิด"
บาปอาจเป็นสิ่งที่ขวางกั้นเราจากกิยามุลลัยลฺ
มีผู้ถาม ท่านอิบนุ มัสอูด -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ- ว่า: “ทำไมพวกเราจึงไม่สามารถละหมาดในยามค่ำคืนได้?”
ท่านตอบว่า: "บาปทั้งหลายของพวกท่านได้ทำให้พวกท่านนั่งไม่สามารถลุกขึ้นละหมาดได้"
มีผู้ถาม ท่าน ฮะซัน อัลบัศรีย์ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- ว่า: "การละหมาดในยามค่ำคืนทำให้พวกเราอ่อนแรงเหลือเกิน เราไม่สามารถทำได้"
ท่านตอบว่า : "ความผิดของพวกท่านได้พันธนาการพวกท่านเอาไว้"
ท่าน ฟุฎ็อยลฺ บิน อิยาฎ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- กล่าวว่า:
"หากเจ้าไม่สามารถละหมาดในยามค่ำคืนและถือศีลอดในเวลากลางวันได้ ก็จงรู้เถิดว่าเจ้าคือผู้ถูกกีดกัน เพราะความผิดของเจ้าได้พันธนาการตัวท่านไว้"
ท่าน อัลฮะซัน กล่าวว่า:
"แท้จริงแล้ว บ่าวคนหนึ่งอาจก่อบาปเพียงบาปเดียว แต่บาปนั้นกลับส่งผลให้เขาถูกขัดขวางจากการตื่นมาละหมาดกลางคืน"
บรรพชนยุคแรกบางท่านกล่าวว่า:
"ฉันได้ทำบาปไปเพียงประการเดียว แต่บาปนั้นกลับทำให้ฉันถูกขัดขวางจากการตื่นมาละหมาดกลางคืนยาวนานถึง 6 เดือน"
لطائف المعارف فيما لمواسم العام من الوظائف
•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•