ศาสตร์และศิลป์ในการเลี้ยงลูก
  จำนวนคนเข้าชม  63

ศาสตร์และศิลป์ในการเลี้ยงลูก

 

อุ ม มุ อั ฟ ว์ แปลเรียบเรียง

 

     โดย ชัยเคาะฮ์ ฮิศเศาะฮ์ อับดิลลาฮ์ อะฮ์มัด ฮะฟิศ่อฮัลลอฮ์ อาจารย์ผู้สอนอัลกุรอาน จากสาธารณรัฐอาหรับอิมิเรต

 

1) มีความอ่อนโยน

 

          ประเด็นสำคัญในเรื่องของการอบรมเลี้ยงดูลูกนั้น คือ การมีความอ่อนโยนมีเมตตา พยายามใช้การสนับสนุนส่งเสริมให้เข้าใกล้แทนการข่มขวัญให้เตลิดหนี ทำอย่างไรให้เขารักที่จะละหมาด คลุมฮิญาบ อ่านกุรอาน อย่างสมัครใจและต้องการที่จะทำ ไม่ใช่ทำเพราะถูกบังคับ ถูกข่มขู่ให้ต้องฝืนใจทำ 

 

         ดังตัวอย่างที่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาขออนุญาตท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัมเพื่อทำซินา

ท่านนบีจึงตอบกลับว่า 

"เจ้าต้องการให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับแม่ของเจ้าไหม ?

เจ้าต้องการให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับลูกของเจ้าไหม ?

เจ้าต้องการให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับพี่น้องของเจ้าไหม ?" 

 

       เหตุใดเด็กหนุ่มคนนี้จึงกล้าที่จะมาพูดในสิ่งที่เป็นบาปมหันต์กับท่าน เพราะเขารู้ว่าท่านนบีจะไม่โมโหใส่เขา ไม่ตวาดใส่เขา ไม่แสดงอากัปกิริยาที่ไม่ดีใส่เขา และรู้ว่าท่านจะให้คำตอบและให้คำปรึกษาที่ดีแก่เขา เช่นกันกับศ่อฮาบะฮฺท่านอื่นๆ ที่เข้ามาสารภาพผิดกับท่าน

        ทำนองเดียวกัน ในกรณีของพ่อแม่หากทำให้ลูกหวาดกลัวไม่กล้าเข้าหา เขาก็จะหนีห่าง ไม่กล้าพูดความจริง และไม่กล้าปรึกษาหารือ

 

 

2) ต้องรู้เท่าทัน

 

     นอกจากความอ่อนโยนแล้วสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ต้องมีคือ "ไหวพริบที่รู้เท่าทัน" ไม่เผลอเรอ ไม่ปล่อยปละละเลย

      ครั้งหนึ่ง แม่ของเด็กคนหนึ่ง ได้เก็บพวงองุ่นจากสวน แล้วมอบหมายให้ลูกชายตัวน้อยนำองุ่นไปมอบให้แก่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม แต่ระหว่างทาง เด็กน้อยแอบเด็ดองุ่นกินไปหลายผลก่อนองุ่นจะไปถึงมือท่านนบี 

 

    เมื่อท่านนบีได้รับพวงองุ่น ท่านสังเกตเห็นว่าพวงองุ่นมีรอยเด็ดกินและไม่สมบูรณ์ ท่านจึงรู้ว่าเด็กน้อยแอบกินระหว่างทาง ท่านนบีไม่ได้ต่อว่าด้วยความหงุดหงิดไม่พอใจ แต่ได้ดึงหูเด็กน้อยเบาๆ ด้วยความเอ็นดูและสั่งสอนอย่างนุ่มนวล พร้อมกับกล่าวฉายาหยอกล้อเด็กน้อยคนนั้นว่า:

 

     «غُدَرُ» "เจ้าคนเจ้าเล่ห์น้อย" เป็นการแสดงให้เห็นว่า ท่านสอดส่องดูแลและเอาผิดในพฤติกรรมของเด็ก ซึ่งเป็นวิธีกระตุกจิตสำนึกของเด็กให้รู้ว่าผู้ใหญ่รู้ทัน เพื่อว่าเมื่อเขาโตขึ้นเขาจะเป็นคนที่รักษาอมานะฮ์ไม่บิดพลิ้วคดโกง และมีสัจจะ

 

 

3) ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์

 

     อิมามมุกบิ้ล อัลวาดิอีย์ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ ท่านไม่มีเวลาพอในการทบทวนอัลกุรอานกับลูก ท่านใช้วิธีอัดเสียงของท่านใส่เทปในตอนกลางคืน เพื่อให้ลูกได้ท่องจำไปพร้อมกับเสียงของท่านเอง ในยุคที่ยังไม่มีอินเตอร์เนตหรือยูทูป

 

     อีกวิธีหนึ่งคือ ให้ลูกฟังไฟล์เสียงชุดบทเรียนวิชาการหรือเนื้อหาศาสนาที่ต่อเนื่องกันเป็นตอนๆ อาทิ เรื่อง ความสะอาด การละหมาด หรือ สัญญาณวันกิยามะฮฺ ระหว่างทางไปโรงเรียนหรือขณะนั่งรถ ซึ่งดีกว่าการฟังบรรยายในเรื่องที่สลับสับเปลี่ยนกันไป 

 

 

ขอปิดท้ายด้วยเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ติดต่อถามเชคอัลอัลบานีย์ทางโทรศัพท์ว่า 

 

     ก่อนแต่งงาน ฉันเป็นผู้หญิงที่ถือศีลอดและละหมากิยามุลลัยลฺ เป็นประจำ... ฉันสัมผัสได้ถึงอรรถรสของการอ่านอัลกุรอาน... แต่ตอนนี้ ฉันกลับสูญเสียความหวานชื่นในการทำอิบาดะฮฺเหล่านั้นไปแล้ว!"

     ท่านเชค - ร่อฮิมะฮุลลอฮ์ - จึงถามกลับว่า: "แล้วเรื่องการดูแลเอาใจใส่สามีของเธอเป็นอย่างไรบ้าง?!"

     เธอจึงถามว่า: ฉันกำลังถามท่านถึงเรื่องอัลกุรอาน การถือศีลอด การละหมาด และอรรถรสของการทำอิบาดะฮฺ แต่ท่านกลับถามฉันถึงเรื่องสามีหรือคะ?"

     ท่านเชคตอบว่า: "ใช่แล้ว... เธอรู้ไหมว่าทำไมผู้หญิงบางคนถึงไม่พบรสชาติอันหวานชื่นแห่งอีหม่าน ไม่พบกับความสุขในการทำอิบาดะฮ์ และไม่สามารถสัมผัสถึงผลลัพธ์ของการเคารพภักดี?

     เพราะร่อซู้ล ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า:

     " ผู้หญิงจะยังไม่พบกับความหวานชื่นรื่นรมย์ ของการมีศรัทธาที่แท้จริง จนกว่าเธอจะปฏิบัติในสิทธิของสามีของเธอเสียก่อน"

(ศ่อฮีฮุตตัรฆีบ 1939)

 

     การสร้างความสมดุลในเรื่องราวของอิบาดะฮฺกับการรักษาอมานะฮฺความรับผิดชอบในหน้าที่ของผู้หญิง จึงมีมาตรวัดอยู่ที่ "ความพึงพอใจของสามี"เป็นสำคัญ

     หากอยากรู้ว่า หน้าที่ของเราที่มีต่ออัลลอฮฺสมบูรณ์ดีพอหรือยัง ก็จงตรวจสอบการกระทำของเราที่มีต่อสามีของเรา

     หากสามีพอใจ อัลลอฮฺก็จะทรงพอพระทัย เพราะการทำหน้าที่ภรรยาที่ดีต่อสามี ปรณนิบัติอย่างดีต่อสามี คือ เครื่องบ่งชี้ ถึงบั้นปลายอันถาวรของเรา 

     จงตระหนักและสำรวจตัวเองให้ดี ว่าสำหรับเขาแล้วเราเป็นอย่างไร ? เพราะเขา คือ (หนทางสู่)สวรรค์ ไม่ก็คือ (หนทางสู่) นรกสำหรับเรา !! 

 

وصلى الله وسلم وبارك على نبينا محمد وعلى آله وصحبه وسلم تسليماً كثيراً