บันทึกแห่ง ’สัจธรรม’ 57
  จำนวนคนเข้าชม  50

 

บันทึกแห่ง ’สัจธรรม’ 57

 

แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก

 

 

เกี่ยวกับการโอ้อวดในเชื้อสายวงศ์ตระกูล

     มีชายคนหนึ่งถามท่าน ซุฮัยรฺ บิน นุอัยมฺ ว่า"ท่านเป็นคนกลุ่มไหนหรือ โอ้ อบู อับดุรเราะฮฺมาน?"

     ท่านตอบว่า"ฉันเป็นคนหนึ่งจากบรรดาผู้ที่อัลลอฮฺทรงให้เกียรติด้วยศาสนาอิสลาม"

     ชายคนนั้นจึงกล่าวว่า"ไม่ใช่อย่างนั้น... ฉันหมายถึงเชื้อสายและวงศ์ตระกูลเดิมของท่าน"

     ซุฮัยรฺจึงตอบด้วยพระดำรัสของอัลลอฮฺว่า”

     "ครั้นเมื่อสังข์ถูกเป่าขึ้นแล้ว ในวันนั้นจะไม่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างพวกเขาอีกต่อไป และพวกเขาจะไม่ถามไถ่กันอีก"

(อัลมุอฺมินูน : 101)  [ حلية الأولياء || ١٠ / ١٤٩]

     บทสนทนาสั้น ๆ นี้สะท้อนให้เห็นว่า เกียรติอันแท้จริงของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่เชื้อสาย วงศ์ตระกูล หรือชาติกำเนิด 

     หากแต่อยู่ที่การได้รับทางนำสู่อิสลาม และการยำเกรงต่ออัลลอฮฺ เพราะเมื่อถึงวันกิยามะฮฺ สิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้คนไม่ใช่สายเลือดหรือวงศ์ตระกูล แต่คือศรัทธาและการงานที่ดีของพวกเขา

 

 

 

ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

     ความแตกต่างระหว่างอะกีดะฮฺของอะฮฺลิซซุนนะฮฺกับอะกีดะฮฺของกลุ่มหลงผิดคือ... อะฮฺลิซซุนนะฮฺจะกล่าวว่า 

'เรามีความเชื่อเช่นนี้...' "...เนื่องด้วยดำรัสของอัลลอฮฺตะอาลาที่ว่าอย่างนี้"

และ 'เราศรัทธาต่อสิ่งนี้' "...เนื่องด้วยคำสอนของท่านร่อซู้ล ﷺ ที่ว่าอย่างนี้" 

     และนี่คือแนวทางที่อยู่ในตำราของอะฮฺลิซซุนนะฮฺ

     แต่หากผู้ใดพิจารณาดูในตำราของกลุ่มที่หลงผิด  เขาก็จะพบว่าบางคน เมื่อจะหยิบยกหลักฐานมาอ้างอิง เขาจะนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ

     โดยจะอ้างอิงหลักฐานกับตรรกะทางสติปัญญา , ความคิดเห็นส่วนตัว , หลักตรรกศาสตร์ , ความฝัน , นิทาน , เรื่องเล่า , หรือจากประสบการณ์ต่าง ๆ

     สรุปก็คือ ทุกความเชื่อที่ตั้งอยู่บนสิ่งอื่นนอกจากอัลกุรอ่านและซุนนะฮฺ ถือเป็นความเชื่อที่อัลลอฮฺมิได้ทรงประทานลงมาเป็นหลักฐาน

     ดังนั้น ทุกๆความเชื่อหรือข้อพิสูจน์ใดๆที่ไม่มีหลักฐานมารองรับ จึงเป็นหลักความเชื่อที่โมฆะและจะถูกตีกลับไปยังผู้ที่ยึดถือมันเอง (คือนอกจากจะไม่ได้รับผลบุญแล้ว ยังถูกปฏิเสธ และถูกส่งกลับคืนไปยังผู้กระทำเอง ไม่ถูกยอมรับ ณ ที่พระองค์)

 

 

 

อัลมาวัรดีย์  -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-

 

"อุปนิสัยที่ดีขึ้น ย่อมเกิดจากการคบหากับคนดีมีคุณธรรม

และอุปนิสัยจะเสื่อมเสียลง เมื่อคลุกคลีกับคนพาลต่ำช้า"

تسهيل النظر للماوردي ص13

 

 

 

ชัยคฺ อับดุสสลาม อัชชุวัยอิร -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-

 

     การจัดลำดับความสำคัญของผู้แสวงหาความรู้ 

     จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ศึกษาหาความรู้ที่จะไม่แต่งงานเกินกว่าหนึ่งคน  โดยพิจารณาจากดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า: 

﴿وَإِنْ خِفْتُمْ عَيْلَةً﴾    "และหากพวกเจ้ากลัวความยากจน..."

     นักวิชาการบางท่านกล่าวว่าสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้แสวงหาความรู้ คือการไม่ปล่อยให้ตนเองหมกมุ่นอยู่กับภาระด้านครอบครัวมากจนเกินไป

     ท่านอิมามอัชชาฟิอีย์ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- กล่าวว่า

     "แท้จริง ผู้แสวงหาความรู้นั้นควรแต่งงานเพียงคนเดียว เพื่อที่เขาจะได้ไม่หมกมุ่นหรือเสียสมาธิจากการศึกษาหาความรู้ เนื่องจากการดูแลภรรยาคนที่สองหรือคนที่สาม"

     เช่นเดียวกับความกังวลเกี่ยวกับความยากจนหรือการมีบุตรจำนวนมาก อาจกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้คนๆหนึ่งต้องทุ่มเทเวลาไปกับการแสวงหารายได้ การดูแลความเป็นอยู่ของครอบครัว และภารกิจอื่นๆที่คล้ายคลึงกัน จนทำให้มีเวลาสำหรับการแสวงหาความรู้น้อยลง

 

 

 

อิบนุ อุษัยมีน -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-

 

     อย่าลืมขอดุอาให้แก่บิดามารดาทั้งยามมีชีวิตและหลังจากท่านทั้งสองไป

     "ขอแนะนำพี่น้องของเราให้ขอดุอาให้แก่บิดามารดาของพวกเขาให้มาก ไม่ว่าท่านทั้งสองจะยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม

     เพราะสิ่งนี้เป็นแนวทางของลูกที่ศอและฮฺ ผู้ซึ่งปฏิบัติตามพระดำรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ว่า:

'และจงนอบน้อมถ่อมตนต่อบิดามารดาทั้งสองด้วยความเมตตา'

     และจงกล่าวว่า 

‘โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์! โปรดเมตตาท่านทั้งสอง เช่นเดียวกับที่ท่านทั้งสองได้เลี้ยงดูข้าพระองค์เมื่อครั้งยังเล็ก' 

(อัลกุรอาน17:24)  فتاوى نور على الدرب ١/٢٧٠

 

 

 

     จงวางใจในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนด

     ท่าน อุมัร บิน ค็อฏฏอบ -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ- กล่าวว่า:

     "ฉันไม่กังวลเลยว่า เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วฉันจะอยู่ในสภาพใด ไม่ว่าจะพบเจอสิ่งที่ชอบ หรือสิ่งที่เกลียดชัง... 

     เพราะฉันไม่อาจรู้ได้เลยว่า ความดีนั้นซ่อนอยู่ในสิ่งที่ฉันชอบ หรือสิ่งที่ฉันไม่ชอบกันแน่"

     โอ้สหายของฉันเอ๋ย...มีหลายครั้งที่สิ่งภายนอกดูเหมือนเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ภายในกลับซ่อนความดีอันยิ่งใหญ่เอาไว้

     หากไม่มีการเจาะเรือของคนยากจน กษัตริย์ก็คงยึดเรือลำนั้นไปแล้ว  (อ้างอิงจากเรื่องเล่าในอัลกุรอ่าน)

     และหากเด็กคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ เขาก็คงนำความทุกข์มาสู่บิดามารดาของเขา (เรื่องราวของท่านคิฎิรในซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟิ)

     ดังนั้น พระองค์จึงทรงทดสอบเราด้วยเรื่องเล็กน้อย เพื่อปกป้องเราให้พ้นจากเรื่องที่ใหญ่กว่า

     และทรงทำให้เราสูญเสียบางสิ่งในดุนยา เพื่อแก้ไขและตอบแทนเราในอาคิเราะฮฺให้ดียิ่งกว่า

     เช่นเดียวกัน มีหลายครั้งที่สิ่งภายนอกดูเหมือนเป็นความดี แต่ภายในกลับซ่อนความชั่วร้ายเอาไว้

     ท่านไม่เห็นดอกหรือว่า "กอรูน" (ผู้มั่งคั่ง) ต้องถูกธรณีสูบลงไปพร้อมกับบ้านเรือนของเขาเอง !

الفرج بعد الشدة لابن أبي الدنيا

 

 

 

•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•