การไม่ขอบคุณมนุษย์ คือ การไม่ขอบคุณอัลลอฮฺ
  จำนวนคนเข้าชม  46

การไม่ขอบคุณมนุษย์ คือ การไม่ขอบคุณอัลลอฮฺ

 

เรียบเรียง โดย  อิสมาอีล  กอเซ็ม 

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก  

     เมื่อคนหนึ่งเป็นสาเหตุให้เราได้รับความดี อย่าลืมขอบคุณผู้ทรงทำให้ความดีนั้นมาถึงเรา มนุษย์จำนวนไม่น้อยมีนิสัยแปลกประหลาดอย่างหนึ่ง คือ เมื่อได้รับประโยชน์จากใครสักคน กลับลืมว่าใครเป็นผู้ช่วยเหลือ แต่เมื่อไม่ได้รับสิ่งที่ตนต้องการ กลับจดจำความผิดพลาดของคนคนนั้นได้อย่างแม่นยำ

 บางคนได้รับความรู้ศาสนาเพราะมีผู้สอน

บางคนกลับสู่การละหมาดเพราะมีคนตักเตือน

บางคนรู้จักเตาฮีดเพราะมีผู้ชี้แจง

บางคนเลิกทำบาปเพราะมีผู้กล้าพูดความจริงกับเขา

บางคนมีโอกาสทำความดี เพราะมีคนเปิดประตูแห่งความดีให้แก่เขา

     แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนเหล่านั้นกลับพูดราวกับว่า “ฉันทำทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง” นี่คือสิ่งที่ผู้ศรัทธาต้องระวัง เพราะแท้จริงแล้วทุกความดีมาจากอัลลอฮฺ และในบางครั้งพระองค์ทรงใช้มนุษย์คนหนึ่งเป็น สาเหตุ سبب ให้อีกคนหนึ่งได้รับความดี

      ดังนั้น การขอบคุณผู้ที่ทำความดีแก่เรา จึงมิใช่เพียงมารยาททางสังคม แต่เป็นส่วนหนึ่งของความกตัญญูต่ออัลลอฮฺ

 

 

อัลลอฮฺทรงสั่งให้มนุษย์รู้จักขอบคุณ

      อัลลอฮฺตรัสว่า

وَوَصَّيْنَا الْإِنسَانَ بِوَالِدَيْهِ حُسْنًا

“และเราได้กำชับมนุษย์ให้ทำความดีต่อบิดามารดาของเขา”

     และในอีกโองการหนึ่ง อัลลอฮฺตรัสว่า

أَنِ اشْكُرْ لِي وَلِوَالِدَيْكَ

“จงขอบคุณข้า และขอบคุณบิดามารดาของเจ้า”

(อัลกุรอาน 31:14)

     ลองสังเกตว่า อัลลอฮฺทรงกล่าวถึง การขอบคุณพระองค์ควบคู่กับ การขอบคุณบิดามารดา นี่เป็นบทเรียนสำคัญว่า ผู้ศรัทธาจะกล่าวว่า ฉันขอบคุณอัลลอฮฺ แต่ฉันไม่จำเป็นต้องขอบคุณมนุษย์ พูดแบบนี้ไม่ได้ เพราะมนุษย์อาจเป็นสาเหตุที่อัลลอฮฺทรงกำหนดให้ความดีมาถึงเรา

 

 

หะดีษที่ต้องจารึกไว้ในหัวใจ

      ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

مَنْ لَا يَشْكُرُ النَّاسَ لَا يَشْكُرُ اللَّهَ

“ผู้ใดไม่ขอบคุณผู้คน เขาก็ไม่ได้ขอบคุณอัลลอฮฺ”

(รายงานโดยอบูดาวูดและอัตติรมิซีย์)

     หะดีษนี้สั้น แต่มีความหมายลึกซึ้งอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่รู้จักขอบคุณคนที่ทำความดีแก่ตน แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องในคุณลักษณะของการขอบคุณ เพราะถ้าหัวใจของเรารู้จักคุณค่าของความโปรดปรานจากอัลลอฮฺจริง เราก็จะรู้จักคุณค่าของผู้ที่พระองค์ทรงใช้ให้เป็นสาเหตุในการนำความโปรดปรานนั้นมาถึงเรา

 

 

ฉันขอบคุณอัลลอฮฺก็พอแล้ว” จริงหรือ?

     แน่นอนว่า อัลลอฮฺคือผู้ประทานความโปรดปรานที่แท้จริง ครูไม่ได้สร้างความรู้ขึ้นมาเอง , พ่อแม่ไม่ได้สร้างเราเอง , เพื่อนไม่ได้เป็นผู้กำหนดทางนำให้เรา , ผู้เผยแพร่ศาสนาไม่ได้เป็นเจ้าของหัวใจของเรา ทุกสิ่งอยู่ภายใต้การกำหนดของอัลลอฮฺ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะละทิ้งการขอบคุณมนุษย์ 

     ตรงกันข้าม เราขอบคุณมนุษย์ เพราะเรารู้ว่าอัลลอฮฺทรงใช้เขาเป็นสาเหตุ จึงมีความสมดุลระหว่างสองสิ่งคือ หัวใจขอบคุณอัลลอฮฺ ลิ้นขอบคุณมนุษย์ และเรารู้ว่าทั้งสองสิ่งอยู่ภายใต้พระมหากรุณาของอัลลอฮฺ

 

 

ผู้ที่เป็นสาเหตุให้เราได้รับความดี มีสิทธิได้รับคำขอบคุณ

      ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

مَنْ صَنَعَ إِلَيْكُمْ مَعْرُوفًا فَكَافِئُوهُ، فَإِنْ لَمْ تَجِدُوا مَا تُكَافِئُونَهُ فَادْعُوا لَهُ حَتَّى تَرَوْا أَنَّكُمْ قَدْ كَافَأْتُمُوهُ

     “ผู้ใดทำความดีแก่พวกท่าน จงตอบแทนความดีแก่เขา และหากพวกท่านไม่พบสิ่งใดที่จะตอบแทนเขา ก็จงขอดุอาอ์ให้แก่เขา จนกระทั่งพวกท่านเห็นว่าพวกท่านได้ตอบแทนเขาแล้ว”

(รายงานโดยอบูดาวูดและอันนะสาอีย์)

     นี่คือจริยธรรมของอิสลาม ถ้ามีคนช่วยเหลือเรา เราตอบแทน  ถ้าตอบแทนไม่ได้ เราก็ดุอาอ์ให้เขา ถ้าเราไม่สามารถให้ทรัพย์สินแก่เขา เราก็ให้คำขอบคุณ ถ้าเราไม่สามารถตอบแทนด้วยสิ่งใดได้ อย่างน้อยอย่าทำเหมือนว่าเขาไม่เคยทำอะไรให้เราเลย 

     น่ากลัวกว่าการ “ไม่ขอบคุณ” คือการตอบแทนความดีด้วยความชั่ว

     บางคนไม่ได้เพียงแต่ไม่ขอบคุณ แต่ยัง ทำร้ายคนที่เคยทำดีกับตน

     เขาเคยได้รับความรู้จากคนคนหนึ่ง แต่วันหนึ่งเมื่อมีความเห็นแตกต่างกัน กลับโจมตีผู้ที่เคยสอนเขา

     เขาเคยได้รับความช่วยเหลือ แต่เมื่อหมดความจำเป็น กลับทำเหมือนไม่เคยรู้จักกัน

     เขาเคยได้รับโอกาส แต่เมื่อประสบความสำเร็จ กลับลืมคนที่เคยเปิดประตูให้เขา

     เขาเคยได้รับคำตักเตือนที่ทำให้เขาห่างจากบาป แต่กลับจดจำเพียง “น้ำเสียงที่ไม่ถูกใจ” แล้วลืม “ประโยชน์ที่ได้รับ”

     นี่เป็นโรคของหัวใจที่ต้องรักษา เพราะผู้ศรัทธาไม่ควรเป็นคนที่ จำความผิดของผู้อื่นเก่ง แต่ลืมความดีของผู้อื่นง่าย

 

 

อย่าลืมคนที่เป็นเหตุให้คุณรู้จักอัลลอฮฺ

     ลองย้อนกลับไปในชีวิตของเรา ใครเป็นคนสอนอัลกุรอานให้เรา? ใครเป็นคนสอนให้เราละหมาด? ใครเป็นคนเตือนเราว่าการละหมาดมีความสำคัญ? ใครเป็นคนแนะนำหนังสือศาสนาเล่มแรกให้เรา? ใครเป็นคนพาเราเข้าสู่มัสญิด? ใครเป็นคนพูดกับเราในวันที่เรากำลังจะหลงทาง? ใครเป็นคนช่วยให้เราเข้าใจเตาฮีด? ใครเป็นคนทำให้เรารู้จักซุนนะฮฺ?

     บางทีคนเหล่านั้นอาจไม่ได้อยู่กับเราแล้ว บางทีเขาอาจเสียชีวิตไปแล้ว บางทีเราอาจไม่ได้ติดต่อเขามาหลายปี แต่ความดีที่เขาเคยทำไว้ อาจยังคงอยู่ในสมุดบันทึกของเรา และเราไม่ควรลืมเขา จงขอดุอาอ์ให้เขา

“โอ้อัลลอฮฺ โปรดตอบแทนเขาด้วยความดี เพราะเขาเคยเป็นสาเหตุให้ข้าพระองค์ได้รับความดี”

 

 

ตัวอย่างจากสลัฟ : พวกเขารู้จักบุญคุณของผู้ที่มีคุณต่อพวกเขา

 

     คนรุ่นแรกของอิสลามมีความละเอียดอ่อนในเรื่องนี้อย่างมาก พวกเขาไม่ได้มองว่าความรู้และความดีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากตัวเองเท่านั้น แต่รู้จักให้เกียรติแก่ผู้ที่เป็นสาเหตุแห่งความดี 

     ท่านอิบนุอับบาส رضي الله عنهما เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นในเรื่องการให้เกียรติผู้มีความรู้และผู้ที่มีคุณต่อเขา

     ท่านให้ความสำคัญกับผู้ที่สอนความรู้แก่ท่าน และให้เกียรติผู้มีสิทธิในความรู้

 

     นี่คือวัฒนธรรมของคนรุ่นแรก : ยิ่งได้รับความรู้มาก ก็ยิ่งรู้จักถ่อมตน , ยิ่งได้รับความดีมาก ก็ยิ่งรู้จักขอบคุณ , ยิ่งได้รับประโยชน์จากใคร ก็ยิ่งไม่ลืมบุญคุณของเขา

 

     อย่าให้ความสำเร็จของเรา ทำให้เราลืมคนที่เคยช่วยเรา นี่เป็นบททดสอบที่ร้ายแรง ตอนยังไม่มีอะไร เรารู้จักขอบคุณทุกคน เมื่อยังเป็นนักเรียน เราเคารพครู เมื่อยังไม่มีความรู้ เราฟังผู้รู้ เมื่อยังไม่มีโอกาส เราขอบคุณผู้เปิดโอกาส แต่เมื่อวันหนึ่งเราประสบความสำเร็จ... เรากลับคิดว่า “ฉันทำเองทั้งหมด” นี่คือจุดเริ่มต้นของความหลงตัวเอง

 

     ผู้ศรัทธาต้องเตือนตัวเองว่า ฉันไม่ได้เดินมาถึงวันนี้ด้วยกำลังของฉันเพียงคนเดียว อัลลอฮฺทรงให้พ่อแม่ อัลลอฮฺทรงให้ครู อัลลอฮฺทรงให้เพื่อน อัลลอฮฺทรงให้ผู้สนับสนุน อัลลอฮฺทรงให้ผู้ตักเตือน อัลลอฮฺทรงให้ผู้เปิดโอกาส และอัลลอฮฺทรงกำหนดให้พวกเขาเป็นสาเหตุ ดังนั้นอย่าหลงลืมพระองค์ และอย่าลืมผู้คนที่พระองค์ทรงใช้เป็นสาเหตุแห่งความดี

 

     โดยเฉพาะ “นักทำงานศาสนา” ต้องระวังเรื่องนี้ คนทำงานศาสนาต้องระวังอย่างมาก เพราะบางครั้งคนที่เรากำลังสอนวันนี้ อาจเคยได้รับประโยชน์จากเรา วันหนึ่งเขาอาจมีความรู้มากขึ้น มีผู้ติดตามมากขึ้น มีตำแหน่งมากขึ้น หรือกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง แล้วเขาอาจเริ่มคิดว่า “ฉันมาถึงจุดนี้ด้วยตัวเอง”

 

     จงหยุดและถามตัวเองว่า ใครเป็นคนสอนเรา? ใครเป็นคนเปิดหนังสือให้เรา? ใครเป็นคนแนะนำเรา? ใครเป็นคนตักเตือนเรา? ใครเป็นคนยืนอยู่ข้างเราในวันที่ยังไม่มีใครรู้จักเรา? อย่ากลายเป็นคนที่เมื่อเติบโตแล้ว กลับดูถูกบันไดที่ตนเคยใช้ขึ้นมา

 

     การให้เกียรติผู้ที่เคยสอนเรา ไม่ได้ทำให้เราต่ำลง แต่ทำให้เราแสดงถึงระดับของผู้แสวงหาความรู้ แต่อย่าขอบคุณมนุษย์จนลืมอัลลอฮฺ

 

อิสลามไม่ได้สอนให้เราผูกพันหัวใจกับมนุษย์จนลืมพระผู้เป็นเจ้า 

เราต้องเข้าใจว่า มนุษย์คือสาเหตุ แต่อัลลอฮฺคือผู้ทรงสร้างสาเหตุและผลลัพธ์

ครูสอนเรา แต่อัลลอฮฺทรงเปิดหัวใจให้เราเข้าใจ

แพทย์รักษาเรา แต่อัลลอฮฺทรงให้การรักษาเกิดขึ้น

เพื่อนช่วยเรา แต่อัลลอฮฺทรงทำให้ความช่วยเหลือนั้นมาถึงเรา

ผู้เผยแพร่ศาสนาสอนเรา แต่อัลลอฮฺทรงประทานทางนำ

ดังนั้นหัวใจของเราต้องอยู่กับอัลลอฮฺ ขณะเดียวกันเราก็ต้องรู้จักขอบคุณผู้คน

 

 

คนที่ไม่รู้จักบุญคุณ กำลังทำร้ายหัวใจของตัวเอง

 

     การไม่ขอบคุณไม่ได้ทำร้ายเฉพาะคนที่ทำดีแก่เรา แต่ยังทำร้ายตัวเราเองด้วย เพราะมันทำให้หัวใจค่อย ๆ กลายเป็นคนที่ รับความดี แต่ไม่เคยยอมรับ ขอความช่วยเหลือ แต่ไม่เคยขอบคุณ จำความผิดของคนอื่น แต่ลืมความดี ต้องการให้คนอื่นเห็นคุณค่าของตัวเอง แต่ไม่เคยเห็นคุณค่าของผู้อื่น ต้องการให้คนอื่นให้อภัยตน แต่ไม่เคยให้อภัยคนอื่น ต้องการให้คนอื่นสนับสนุนตน แต่ไม่เคยสนับสนุนใคร นี่ไม่ใช่หัวใจของผู้ศรัทธาที่สมบูรณ์

 

      จงพูดว่า “ญะซากัลลอฮุค็อยร็อน” หนึ่งในคำพูดที่งดงามที่สุดเมื่อมีคนทำความดีแก่เรา คือ جَزَاكَ اللَّهُ خَيْرًا “ขออัลลอฮฺทรงตอบแทนคุณด้วยความดี” เพราะเราอาจตอบแทนเขาไม่ได้ แต่เราสามารถฝากเขาไว้กับอัลลอฮฺได้ และนี่เป็นคำพูดที่ยิ่งใหญ่ เพราะเรากำลังขอให้ผู้ทรงตอบแทนความดี ตอบแทนเขาอย่างดีที่สุด

 

 

อย่ารอให้คนคนนั้นจากไป แล้วค่อยรู้ว่าเขามีคุณค่า

 

     บางครั้งเรารู้คุณค่าของคนคนหนึ่งก็ต่อเมื่อเขาไม่อยู่แล้ว ครูเสียชีวิตแล้ว เราจึงคิดถึงคำสอนของเขา พ่อแม่จากไปแล้ว เราจึงคิดถึงความเหน็ดเหนื่อยของพวกท่าน ผู้ให้คำแนะนำจากไปแล้ว เราจึงคิดถึงคำพูดของเขา เพื่อนที่เคยช่วยเหลือเราไม่อยู่แล้ว เราจึงคิดถึงความดีของเขา อย่ารอถึงวันนั้น

ถ้ายังมีโอกาสขอบคุณ จงขอบคุณวันนี้

ถ้ายังมีโอกาสขอดุอาอ์ จงขอดุอาอ์วันนี้

ถ้ายังมีโอกาสขอโทษ จงขอโทษวันนี้

ถ้ายังมีโอกาสบอกว่า “สิ่งที่คุณเคยทำให้ผม ผมไม่เคยลืม” ก็จงพูดวันนี้

 

 

บททดสอบของความเป็นผู้ศรัทธา

 

     ความกตัญญูไม่ได้ถูกทดสอบในวันที่เราได้รับความดีเท่านั้น แต่ถูกทดสอบในวันที่ เราไม่ต้องการคนคนนั้นอีกแล้ว ตอนที่เรายังต้องพึ่งเขา เราขอบคุณเขา แต่เมื่อเราไม่ต้องพึ่งเขาแล้ว เราจะยังขอบคุณเขาหรือไม่?

     ตอนที่เขายังมีประโยชน์ต่อเรา เราพูดถึงความดีของเขา แต่เมื่อเราไม่ต้องการเขาแล้ว เราจะยังรักษาเกียรติของเขาหรือไม่? ตรงนี้ต่างหากที่เผยให้เห็นคุณภาพของหัวใจ

 

 

ข้อเตือนใจสำหรับทุกคน

 

หากมีใครเคยทำความดีแก่คุณ อย่าลืมเขา

หากมีใครเคยสอนคุณ อย่าดูถูกเขา

หากมีใครเคยตักเตือนคุณ อย่าเกลียดเขาเพียงเพราะคำพูดนั้นไม่ถูกใจ

หากมีใครเคยเปิดประตูแห่งความดีให้คุณ อย่าปิดประตูใส่เขาเมื่อคุณเดินผ่านมันไปแล้ว

หากมีใครเป็นสาเหตุให้คุณรู้จักอัลลอฮฺมากขึ้น จงขอดุอาอ์ให้เขา

      และหากวันนี้คุณมีความรู้ มีฐานะ มีชื่อเสียง มีโอกาส หรือมีตำแหน่ง จงหันกลับไปมองคนที่เคยช่วยเหลือคุณ แล้วถามตัวเองว่า “ฉันยังจำเขาได้หรือไม่?

     สุดท้าย... อย่าเป็นคนที่ขอบคุณอัลลอฮฺด้วยคำพูด แต่เนรคุณต่อมนุษย์ด้วยการกระทำ

 

 

     การขอบคุณอัลลอฮฺไม่ใช่เพียงการกล่าวว่า “อัลฮัมดุลิลลาฮฺ”แต่หัวใจต้องรู้ว่าใครคือผู้ประทานความโปรดปราน

     ลิ้นต้องกล่าวขอบคุณ และการกระทำต้องแสดงออกถึงความกตัญญู

 

     จงจำไว้ว่า คนที่ทำดีแก่คุณ อาจไม่ได้เป็นผู้สร้างความดีนั้น แต่เขาอาจเป็นมือที่อัลลอฮฺทรงใช้ส่งความดีมายังคุณ

     ดังนั้น อย่าดูถูกมือที่ยื่นความดีมาให้คุณ และอย่าลืมผู้ที่อัลลอฮฺทรงใช้เป็นสาเหตุให้คุณเดินมาถึงจุดที่คุณยืนอยู่ในวันนี้

 

     เพราะบางที... ความดีที่คุณกำลังทำอยู่ในวันนี้ อาจเริ่มต้นจากคำพูดของใครคนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน

     และบางที...บุญของเขาอาจยังไหลต่อไป เพราะความดีที่คุณทำ อันเป็นผลจากความดีที่เขาเคยทำกับคุณ นี่คือความงดงามของความดีในอิสลาม คนหนึ่งทำความดี อีกคนได้รับประโยชน์ แล้วนำความดีนั้นไปทำต่อ จนความดีเดินทางต่อไปจากหัวใจหนึ่งสู่อีกหัวใจหนึ่ง

 

     ขออัลลอฮฺทรงทำให้เราเป็นผู้รู้จักขอบคุณพระองค์ รู้จักขอบคุณผู้คน รู้จักคุณค่าของผู้มีพระคุณ และอย่าให้ความสำเร็จของเราทำให้เราลืมผู้ที่เคยเป็นสาเหตุแห่งความดีในชีวิตของเรา

اللَّهُمَّ اجْعَلْنَا مِنَ الشَّاكِرِينَ، وَلَا تَجْعَلْنَا مِنَ الْجَاحِدِينَ

“โอ้อัลลอฮฺ โปรดทำให้เราเป็นผู้รู้จักขอบคุณ และอย่าทำให้เราเป็นผู้ปฏิเสธคุณความดีที่ได้รับ”