
อิสลามจะเข้มแข็งไม่ได้ เมื่อความเป็นพี่น้องหายไป
เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
อิสลามไม่ใช่ศาสนาที่สอนให้มนุษย์มีความสัมพันธ์กับอัลลอฮ์เพียงลำพัง แต่เป็นศาสนาที่สร้าง ประชาชาติ (أُمَّة) ให้ผู้ศรัทธามีความสัมพันธ์ระหว่างกันบนพื้นฐานของอีหม่าน ความรัก ความเมตตา การช่วยเหลือ และการตักเตือนกันในความดี
ดังนั้น ความเข้มแข็งของประชาชาติมุสลิมไม่ได้วัดเพียงจำนวนมัสยิด จำนวนโรงเรียน หรือจำนวนผู้รู้เท่านั้น แต่ยังวัดจากคำถามสำคัญว่า เรายังเป็นพี่น้องกันอยู่หรือไม่ ?
เมื่อหัวใจของผู้ศรัทธาเต็มไปด้วยความอิจฉา การดูถูก การแบ่งพรรคแบ่งพวก การนินทา การกล่าวหา และการไม่ให้อภัย ต่อให้มีทรัพยากรมากเพียงใด ประชาชาติก็ยากที่จะยืนหยัดอย่างมั่นคง
อัลกุรอานกล่าวว่า
إِنَّمَا الْمُؤْمِنُونَ إِخْوَةٌ فَأَصْلِحُوا بَيْنَ أَخَوَيْكُمْ ۚ وَاتَّقُوا اللَّهَ لَعَلَّكُمْ تُرْحَمُونَ
“แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธานั้นเป็นพี่น้องกัน ดังนั้นจงประนีประนอมระหว่างพี่น้องของพวกเจ้า และจงยำเกรงอัลลอฮ์ เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความเมตตา”
(อัลหุญุรอต 49:10)
อายะฮ์นี้ไม่ได้กล่าวว่า “ผู้ศรัทธาควรเป็นพี่น้องกัน” แต่กล่าวอย่างชัดเจนว่า “ผู้ศรัทธานั้นเป็นพี่น้องกัน” ความเป็นพี่น้องจึงไม่ใช่เรื่องเสริมของอิสลาม แต่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์แห่งอีหม่าน
ความเป็นพี่น้องคือรากฐานของความเข้มแข็ง
อัลลอฮ์ سبحانه وتعالى ทรงกล่าวว่า
وَاعْتَصِمُوا بِحَبْلِ اللَّهِ جَمِيعًا وَلَا تَفَرَّقُوا
“และพวกเจ้าจงยึดมั่นไว้ด้วยเชือกของอัลลอฮ์ทั้งหมด และอย่าได้แตกแยกกัน”
(อาลิอิมรอน 3:103)
จากนั้นอัลลอฮ์ทรงเตือนถึงผลร้ายของความแตกแยกว่า
وَلَا تَنَازَعُوا فَتَفْشَلُوا وَتَذْهَبَ رِيحُكُمْ
“และพวกเจ้าอย่าได้ขัดแย้งกัน มิฉะนั้นพวกเจ้าจะหมดกำลังใจ และพลังของพวกเจ้าจะสูญสิ้นไป”
(อัลอันฟาล 8:46)
นี่คือกฎสำคัญของประชาชาติ ความแตกแยกไม่ได้เพียงทำให้เราทะเลาะกัน แต่ทำให้เราสูญเสียพลัง เมื่อมุสลิมไม่ไว้วางใจกัน
เมื่อองค์กรหนึ่งไม่ร่วมมือกับอีกองค์กรหนึ่ง
เมื่อมัสยิดหนึ่งมองอีกมัสยิดหนึ่งเป็นคู่แข่ง
เมื่อครูศาสนาคนหนึ่งดูถูกครูอีกคน
เมื่อกลุ่มหนึ่งมองว่าตนเองเท่านั้นคือผู้พิทักษ์ศาสนา
เมื่อคนรุ่นใหม่ถูกสอนให้เกลียดคนที่มีความเห็นต่าง
ผลสุดท้ายคือพลังของประชาชาติถูกแบ่งออกเป็นส่วนเล็ก ๆ และศัตรูของความดีไม่จำเป็นต้องเอาชนะเราด้วยกำลัง เพราะบางครั้งเราทำลายตัวเองด้วยความแตกแยกเสียก่อน
ท่านนบี ﷺ เปรียบผู้ศรัทธาเหมือนร่างกายเดียวกัน
ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ กล่าวว่า
مَثَلُ الْمُؤْمِنِينَ فِي تَوَادِّهِمْ وَتَرَاحُمِهِمْ وَتَعَاطُفِهِمْ مَثَلُ الْجَسَدِ، إِذَا اشْتَكَى مِنْهُ عُضْوٌ تَدَاعَى لَهُ سَائِرُ الْجَسَدِ بِالسَّهَرِ وَالْحُمَّى
“อุปมาของบรรดาผู้ศรัทธาในด้านความรัก ความเมตตา และความเอื้ออาทรต่อกันนั้น เปรียบเสมือนร่างกายเดียวกัน เมื่ออวัยวะหนึ่งเจ็บป่วย อวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกายก็จะร่วมเจ็บป่วยด้วยการนอนไม่หลับและเป็นไข้”
(เศาะฮีห์อัลบุคอรีย์ และเศาะฮีห์มุสลิม)
ลองถามตัวเองว่า เมื่อพี่น้องของเราประสบปัญหา เรารู้สึกเจ็บปวดหรือไม่ ?
เมื่อครอบครัวหนึ่งไม่มีรายได้ เราพยายามช่วยหรือไม่ ?
เมื่อเยาวชนคนหนึ่งหลงทาง เราช่วยดึงเขากลับมาหรือเราซ้ำเติมเขา ?
เมื่อพี่น้องทำผิด เราตักเตือนด้วยความรัก หรือประจานเขาต่อหน้าสังคม ?
หากคำตอบคือ “เราไม่สนใจ” นั่นหมายความว่า เรากำลังสูญเสียความหมายของคำว่า "อุมมะฮ์"
พี่น้องกันไม่ได้หมายความว่าไม่มีความแตกต่าง ความเป็นพี่น้องไม่ได้หมายความว่ามุสลิมทุกคนต้องคิดเหมือนกันทุกเรื่อง ในประเด็นฟิกฮ์มีความแตกต่างทางทัศนะ ในรายละเอียดทางวิชาการมีอิจญ์ติฮาด ในวิธีการทำงานมีความหลากหลาย และในระดับความรู้มีความแตกต่าง แต่สิ่งที่ไม่ควรถูกทำลายคือ หัวใจแห่งความเป็นพี่น้อง
ปัญหาของสังคมปัจจุบันไม่ใช่เพียง “เรามีความเห็นต่างกัน” แต่บางครั้งกลายเป็น “เพราะเราเห็นต่างกัน เราจึงเกลียดกัน” นี่คือสิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง
อัลลอฮ์ทรงสอนว่า
وَلَا يَجْرِمَنَّكُمْ شَنَآنُ قَوْمٍ عَلَىٰ أَلَّا تَعْدِلُوا ۚ اعْدِلُوا هُوَ أَقْرَبُ لِلتَّقْوَىٰ
“และอย่าให้ความเกลียดชังต่อกลุ่มชนหนึ่ง ทำให้พวกเจ้าละทิ้งความยุติธรรม จงยุติธรรมเถิด นั่นใกล้เคียงกับความยำเกรงยิ่งกว่า”
(อัลมาอิดะฮ์ 5:8)
แม้กระทั่งต่อผู้ที่เราไม่ชอบ อิสลามก็ยังสั่งให้เรายุติธรรม ดังนั้นต่อพี่น้องมุสลิมด้วยกัน ยิ่งต้องระวังคำพูดและการตัดสินมากขึ้น
โรคร้ายของสังคมยุคใหม่ : การทำลายกันด้วยคำพูด
สังคมในปัจจุบันมีอาวุธชนิดหนึ่งที่รุนแรงมาก นั่นคือ คำพูดบนโลกออนไลน์เพียงไม่กี่วินาที คนหนึ่งสามารถทำลายชื่อเสียงของอีกคนหนึ่งได้ โพสต์หนึ่งสามารถถูกส่งต่อไปยังคนหลายพันคน คลิปหนึ่งสามารถทำให้คนถูกเกลียด ความคิดเห็นหนึ่งสามารถกลายเป็นชนวนแห่งความขัดแย้ง
อัลกุรอานจึงเตือนว่า
يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لَا يَسْخَرْ قَوْمٌ مِنْ قَوْمٍ
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา ! อย่าให้กลุ่มหนึ่งเยาะเย้ยอีกกลุ่มหนึ่ง”
และยังกล่าวว่า
وَلَا يَغْتَبْ بَعْضُكُمْ بَعْضًا
“และอย่าให้พวกเจ้าคนหนึ่งนินทาอีกคนหนึ่ง”
(อัลหุญุรอต 49:11–12)
ก่อนที่เราจะกด “แชร์” หรือ “โพสต์” เราควรถามตัวเองว่า สิ่งนี้กำลังสร้างความดี หรือกำลังทำลายความเป็นพี่น้อง ? บางครั้งเราไม่ได้ทำร้ายพี่น้องด้วยมือ แต่เราทำร้ายเขาด้วยปลายนิ้ว
ท่านนบี ﷺ ห้ามการตัดขาดระหว่างพี่น้อง
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
لَا يَحِلُّ لِمُسْلِمٍ أَنْ يَهْجُرَ أَخَاهُ فَوْقَ ثَلَاثٍ
"ไม่เป็นที่อนุมัติสำหรับมุสลิมคนหนึ่งที่จะตัดสัมพันธ์กับพี่น้องของเขาเกินสามวัน”
(เศาะฮีห์อัลบุคอรีย์ และเศาะฮีห์มุสลิม)
ลองพิจารณาสังคมของเราในวันนี้ บางคนไม่พูดกับญาติเป็นปี บางครอบครัวแตกแยกเพราะเรื่องทรัพย์สิน บางคนทะเลาะกับเพื่อนเพราะความคิดเห็นทางศาสนา บางชุมชนแบ่งฝ่ายเพราะตำแหน่งหรือผลประโยชน์ บางคนเลิกคบกันเพียงเพราะโพสต์หนึ่งในโซเชียลมีเดีย เรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นกำแพงใหญ่ และเมื่อเวลาผ่านไป หัวใจก็แข็งกระด้างจนไม่มีใครคิดจะเดินกลับไปหาอีกฝ่าย
ความเป็นพี่น้องไม่ได้สร้างด้วยคำพูด แต่สร้างด้วยการเสียสละ
ชาวมุสลิมยุคแรกไม่ได้สร้างประชาชาติด้วยคำพูดสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่สร้างด้วยการเสียสละ
อัลลอฮ์ทรงยกย่องชาวอันศอรว่า
وَيُؤْثِرُونَ عَلَىٰ أَنْفُسِهِمْ وَلَوْ كَانَ بِهِمْ خَصَاصَةٌ
“และพวกเขาให้ความสำคัญแก่ผู้อื่นเหนือกว่าตนเอง แม้ว่าพวกเขาเองจะมีความขัดสนก็ตาม”
(อัลหัชร 59:9)
นี่คือหัวใจของความเป็นพี่น้อง ไม่ใช่ถามเพียงว่า ฉันจะได้อะไร ?
แต่ถามว่า“ฉันสามารถให้อะไรแก่พี่น้องของฉันได้บ้าง ?
สังคมจะเปลี่ยนเมื่อเราหยุดแข่งขันกันเพื่อแย่งพื้นที่ และเริ่มร่วมมือกันเพื่อสร้างพื้นที่แห่งความดี
คำสอนของสลัฟ : ความเป็นพี่น้องคือทรัพย์สินที่ต้องรักษา
จากคำสอนของบรรดาสลัฟ เราพบว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับการรักษาหัวใจและความสัมพันธ์ระหว่างผู้ศรัทธาอย่างมาก
ท่านอุมัร อิบนุลค็อฏฏอบ رضي الله عنه มีคำกล่าวที่มีความหมายว่า ผู้ศรัทธาควรพยายามมองหาข้อแก้ตัวที่ดีให้แก่พี่น้องของเขา ตราบใดที่ยังสามารถตีความคำพูดหรือการกระทำของเขาไปในทางที่ดีได้
แนวคิดนี้สอนเราว่า อย่ารีบตัดสินเจตนาของพี่น้อง เพราะเราเห็นเพียงสิ่งที่เขาแสดงออก แต่เราไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจของเขาได้
อิบนุตัยมียะฮ์ رحمه الله ยังเน้นหลักสำคัญเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้ศรัทธาว่า ความรักและความเป็นพี่น้องบนพื้นฐานของศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา และผู้ศรัทธาต้องร่วมมือกันในความดีและความยำเกรง
นี่คือมรดกของสลัฟที่สังคมมุสลิมยุคปัจจุบันจำเป็นต้องนำกลับมาใช้ เมื่อพี่น้องหายไป การแข่งขันจะเข้ามาแทนที่ หนึ่งในปัญหาของสังคมสมัยใหม่คือ การแข่งขันที่ไม่มีขอบเขต ใครมีคนติดตามมากกว่า ใครมีชื่อเสียงมากกว่า ใครมีนักเรียนมากกว่า ใครมีองค์กรใหญ่กว่า ใครได้รับเชิญมากกว่า ใครได้รับการยอมรับมากกว่า แม้กระทั่งงานศาสนา บางครั้งก็ถูกเปลี่ยนจาก “การรับใช้ศาสนา” เป็น “การสร้างแบรนด์ของตัวเอง”
เมื่อหัวใจต้องการให้คนอื่นเห็นว่า“ฉันดีกว่าเขา”ความอิจฉาก็เกิดขึ้น เมื่อความอิจฉาเกิดขึ้น การร่วมมือก็ลดลง เมื่อการร่วมมือลดลง ประชาชาติก็อ่อนแอ นี่คือวงจรที่เราต้องหยุด
ความแตกต่างทางความคิดเห็นต้องไม่กลายเป็นความเกลียดชัง
สังคมมุสลิมจำเป็นต้องเรียนรู้วัฒนธรรมของ อาดาบแห่งความเห็นต่าง นักวิชาการสามารถเห็นต่างกันได้ นักเรียนสามารถถามอาจารย์ได้ องค์กรสามารถมีวิธีทำงานแตกต่างกันได้ แต่เราต้องไม่ทำลายเกียรติของพี่น้องเพียงเพราะเขาเห็นต่างจากเรา
ผู้ที่มีความรู้มากควรยิ่งมีความอ่อนโยนมาก
ผู้ที่มีตำแหน่งควรยิ่งถ่อมตนมาก
ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากผู้คนควรยิ่งระวังหัวใจของตนเองมาก
เพราะเป้าหมายของนักวิชาการไม่ใช่การเอาชนะพี่น้อง แต่คือการนำมนุษย์กลับไปสู่อัลลอฮ์
ความเป็นพี่น้องต้องเริ่มจากตัวเรา เรามักถามว่า“ทำไมประชาชาติมุสลิมจึงไม่สามัคคี ?”
แต่บางทีคำถามที่ถูกต้องกว่าคือ วันนี้ฉันกำลังทำอะไรเพื่อสร้างความสามัคคี ?
เราอาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ให้อภัยคนที่ทำผิดต่อเรา หยุดนินทาพี่น้อง ไม่แชร์ข่าวที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ ไม่กล่าวหาคนอื่นด้วยเจตนาที่เราไม่รู้ ช่วยเหลือผู้ที่กำลังลำบาก เยี่ยมเยียนพี่น้อง กล่าวสลาม โทรศัพท์หาคนที่เราไม่ได้พูดด้วยมานาน เปิดพื้นที่ให้คนเห็นต่างได้พูดอย่างมีมารยาท สอนลูกหลานให้รักพี่น้องมุสลิม สนับสนุนงานดีของผู้อื่นโดยไม่ต้องแย่งเครดิต สิ่งเหล่านี้อาจดูเล็ก แต่เมื่อเกิดขึ้นในคนจำนวนมาก มันจะกลายเป็นพลังมหาศาล
ความเมตตาคือเครื่องหมายของประชาชาติที่มีชีวิต
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
مَنْ لَا يَرْحَمْ لَا يُرْحَمْ
“ผู้ใดไม่เมตตา เขาจะไม่ได้รับความเมตตา”
(เศาะฮีห์อัลบุคอรีย์ และเศาะฮีห์มุสลิม)
ประชาชาติที่มีชีวิต คือประชาชาติที่ยังรู้สึกถึงความเจ็บปวดของพี่น้อง หากเด็กกำพร้าร้องไห้ เราต้องรู้สึก หากครอบครัวหนึ่งยากจน เราต้องรู้สึก หากเยาวชนหลงทาง เราต้องรู้สึก หากผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง เราต้องรู้สึก หากพี่น้องคนหนึ่งกำลังล้มเหลว เราต้องยื่นมือให้เขา ไม่ใช่หัวเราะเยาะเขา เพราะเราไม่รู้ว่า วันหนึ่งเราอาจเป็นคนที่ต้องการมือของพี่น้องเช่นเดียวกัน
ถ้าพี่น้องกลับมา ประชาชาติก็กลับมาได้
การฟื้นฟูประชาชาติไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างอาคารใหญ่ที่สุด แต่มันอาจเริ่มต้นจากการที่พี่น้องสองคนกลับมาจับมือกัน
ไม่ได้เริ่มจากการมีองค์กรที่ใหญ่ที่สุด แต่เริ่มจากองค์กรเล็ก ๆ สองแห่งที่ยอมร่วมมือกัน
ไม่ได้เริ่มจากการที่ทุกคนเห็นเหมือนกัน แต่เริ่มจากการที่คนเห็นต่างสามารถนั่งโต๊ะเดียวกันได้
ไม่ได้เริ่มจากการถามว่า“ใครถูกที่สุด?”เพียงอย่างเดียว
แต่ต้องถามด้วยว่า“เราจะรักษาความเป็นพี่น้องในขณะที่แสวงหาความจริงได้อย่างไร?”
นี่คือความละเอียดอ่อนที่สังคมมุสลิมยุคปัจจุบันต้องเรียนรู้
อิสลามจะเข้มแข็ง เมื่อหัวใจของเรากลับมาเข้มแข็ง
อัลลอฮ์ทรงกล่าวว่า
إِنَّ اللَّهَ يُحِبُّ الَّذِينَ يُقَاتِلُونَ فِي سَبِيلِهِ صَفًّا كَأَنَّهُمْ بُنْيَانٌ مَرْصُوصٌ
“แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรักบรรดาผู้ต่อสู้ในหนทางของพระองค์เป็นแถวเป็นแนว ประหนึ่งพวกเขาเป็นอาคารที่ถูกก่อขึ้นอย่างแน่นหนา”
(อัศศ็อฟ 61:4)
อาคารที่แข็งแรงไม่ได้เกิดจากก้อนอิฐเพียงก้อนเดียว แต่เกิดจากอิฐจำนวนมากที่ถูกวางเคียงกันอย่างมั่นคง เช่นเดียวกัน ประชาชาติมุสลิมจะเข้มแข็งไม่ได้ หากผู้ศรัทธาแต่ละคนคิดเพียงว่า “ฉัน” แต่ต้องกลับมาสู่คำว่า “เรา”
เราต้องกลับมาสู่ความเป็น อุมมะฮ์ เราต้องกลับมาสู่ความรัก กลับมาสู่ความเมตตา กลับมาสู่การให้อภัย กลับมาสู่การช่วยเหลือ กลับมาสู่การตักเตือนด้วยความจริงใจ กลับมาสู่การรักษาเกียรติของพี่น้อง และกลับมาสู่การยึดมั่นในอัลกุรอานและสุนนะฮ์ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์
เพราะศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของประชาชาติ อาจไม่ใช่คนที่อยู่นอกประชาชาติ แต่อาจเป็น ความแตกแยกที่กำลังเกิดขึ้นภายในหัวใจของเราเอง
ดังนั้น ก่อนที่จะถามว่า“เมื่อไหร่อิสลามจะกลับมาเข้มแข็ง ?"
จงถามตัวเองก่อนว่า“เมื่อไหร่หัวใจของฉันจะกลับมารักพี่น้องของฉันในอัลลอฮ์ ?”
เพราะเมื่อหัวใจกลับมารวมกัน ครอบครัวก็จะเข้มแข็ง ชุมชนก็จะเข้มแข็ง มัสยิดก็จะเข้มแข็ง สังคมก็จะเข้มแข็ง และเมื่อผู้ศรัทธากลับมาเป็นพี่น้องกันอย่างแท้จริง ประชาชาติก็จะมีพลังที่จะยืนหยัดบนความจริงอีกครั้ง