อิสลามเป็นผู้ช่วยให้รอดพ้น
  จำนวนคนเข้าชม  5209

อิสลามเป็นผู้ช่วยให้รอดพ้น

โดย เชค อัสซัยยิด ซาบิ๊ก / อียิปต์

          อิสลาม มาในลักษณะซึ่งประมวลไว้ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง จากหลักยึดมั่น และบทบัญญัติต่างๆ ที่ประกันแก่ผู้คนทั้งหลายซึ่งการเป็นผู้นำทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า

         ในหลักยึดมั่นต่างๆ อิสลามประมวลไว้ซึ่งเรื่องราวของศาสนา และโลกที่อยู่ด้านหลังของธรรมชาติ ซึ่งได้บอกลักษณะ และเรื่องราวเกี่ยวกับ

อัลลอฮ์   ตัวตนของพระองค์ ลักษณะ และการกระทำต่างๆของพระองค์

การดลใจ  การประทานอัลกุรอานลงมา และความเป็นมาของทั้งสองสิ่ง

บรรดานะบี และเราะซูล หน้าที่ต่างๆ และการปกป้องพวกเขา

บรรดามลาอิกะฮ์ และญิบรีล และธรรมชาติของพวกเขา

ผลตอบแทนในการทำความดี และความชั่ว

สวรรค์ นรก และ จุดจบของชีวิต

          ในเรื่องของมารยาท อิสลามประมวลไว้ซึ่งความประเสริฐ และมารยาทต่างๆ เรียกร้องไปสู่การมีมารยาทดี การปฏิบัติหน้าที่ส่วนบุคคล และสังคม เอาจริงเอาจัง ในการปฏิบัติทางกฏหมายทางมารยาท เพราะนั่นเป็นสิ่งที่จะรักษาไว้ซึ่งศาสนา ให้ประโยชน์แก่ประชาชาติ ให้ความดีอย่างมากมาย ทำให้มนุษย์มีความสุข และทำให้พวกเขาไปถึงการมีสภาพที่ดีที่สุด และความสบายใจ

          ตัวบทต่างๆ ได้ชี้นำไปสู่การรักษากิริยามารยาทต่างๆ การคบค้าสมาคมกับผู้คนทั้งหลาย ในหลายสิ่ง หลายอย่างของการเคารพภักดีส่วนบุคคล

ส่วนหนึ่งจากวจนะ ของท่านเราะซูล

"แท้จริง ฉันได้รับการส่งมา เพื่อที่จะมาทำให้กิริยามารยาทอันดีงาม ครบถ้วนสมบูรณ์"

          "มุสลิม คือ ผู้ที่เป็นมุสลิมด้วยกัน ปลอดภัยจากลิ้น และมือของเขา ผู้ศรัทธา คือ ผู้ที่ผู้คนทั้งหลายปลอดภัยจากเขา ในเลือดเนื้อและทรัพย์สินของพวกเขา"

          "คนหนึ่งของท่านทั้งหลายจะยังไม่ศรัทธา จนกว่าเขาจะชอบให้เกิดขึ้นแก่พี่น้องของเขา เหมือนกับที่เขาชอบที่จะให้เกิดขึ้นแก่ตัวของเขา"

          "ท่านทั้งหลายจะไม่ได้เข้าสวรรค์ จนกว่าท่านทั้งหลายจะศรัทธา และท่านทั้งหลายจะยังไม่ศรัทธา จนกว่าท่านทั้งหลายจะรักกัน"

"ผู้ที่มีความศรัทธาที่สมบูรณ์ที่สุด คือ ผู้ที่มีมารยาทดีที่สุด"

          "ใครที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และโลกหน้า ก็ให้เขาได้ให้เกียรติต่อเพื่อนบ้านของเขา ใครที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และโลกหน้า ก็ให้เขาให้เกียรติผู้ที่เยี่ยมเยียนเขา ใครที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และโลกหน้า  ก็ให้เขาได้พูดแต่สิ่งที่ดี หรือให้เขานิ่งเสีย (หากเขาพูดดีไม่ได้)"

"การมีความยุติธรรมหนึ่งชั่วโมง ดีกว่าการทำอิบาดะฮ์เป็นเวลาหกสิบปี"

          "ใครที่ไปทำธุระให้พี่น้องของเขาชั่วโมงหนึ่ง ในเวลาค่ำคืนหรือกลางวัน เขาได้ทำให้มันจบสิ้น หรือไม่ได้ทำให้มันจบสิ้นก็ตาม มันเป็นสิ่งที่ดีกว่า การเอี๊ยะติกาฟ เป็นเวลาสองเดือน"

          "ฉันจะบอกท่านทั้งหลายให้ทราบ เกี่ยวกับสิ่งที่ประเสริฐ ไปกว่าขั้นของการละหมาด การถือศีลอด และการทำทานเอาไหม ? คือ การปรับปรุงตนเอง ! "

"แท้จริง อัลลอฮ์   ทรงรักการงานที่ดี และไม่ทรงรักการงานที่ไม่ดี"

"แท้จริง อัลลอฮ์  ทรงโอบล้อม อิสลาม ด้วยมารยาทที่ดี และการงานที่ดี"

"แท้จริง มารยาท เป็นที่รับรองของศาสนา"

"เมื่อความดีของท่านยังความปลาบปลื้มแก่ท่าน และความชั่วของท่านได้ให้ร้ายแก่ท่าน ท่านนั้นก็ถือว่าเป็นผู้ศรัทธา"

         และในการเคารพภักดีต่างๆ เขาจะเรียกร้องไปสู่การละหมาด การถือศีลอด การจ่ายซะกาต การรำลึกถึงอัลลอฮ์ การขอพร และการมีความบริสุทธิ์ใจ โดยแจกแจงเงื่อนไขต่างๆ ของแต่ละสิ่ง หลักใหญ่ สิ่งที่ควรปฏิบัติ มารยาทและวิธี ตัวตนของมนุษยชาติจะผ่องใสด้วยการเคารพภักดี หัวใจจะสะอาด วิญญาณจะสูงส่งได้อย่างไร เพื่อให้พวกเขาได้รับการฝึกฝนอบรมทางศาสนา ที่ประเสริฐ ซึ่งจะมีความยิ่งใหญ่ พลังอิทธิพล และอำนาจอันยิ่งใหญ่ของประชาชาติจะดตามมา

          ในด้านสังคม ได้ประมวลไว้ซึ่งด้านต่างๆต่อไปนี้

     - ด้านครอบครัว และบ้านเรือนต่างๆ ซึ่งพูดถึงการแต่งงาน การหย่าร้าง ค่าใช้จ่าย การเลี้ยงดู มรดก เด็กกำพร้า พินัยกรรม และมอบให้เป็นศาสนสมบัติ

     - ด้านมารยาททางสังคม ซึ่งพูดถึงมารยาทการขออนุญาต การแสดงความคารวะ และการไม่นำเอาเครื่องตกแต่งของสตรีมาโชว์

     - ด้านที่เกี่ยวข้องกับการคบค้าสมาคม กับผู้คนทั้งหลาย โดยใช้ให้มีความซื่อตรงต่อข้อตกลงต่างๆ ห้ามไม่ให้กินดอกเบี้ย การเอาทรัพย์สินของผู้คนทั้งหลาย ด้วยทางที่เป็นเท็จ การใช้ทรัพย์สินไปในการมีความใกล้ชิดกับผู้ปกครอง แจกแจงรูปแบบการช่วยเหลือกันโดยใช้ให้มรการเขียนหนี้สิน การให้มีพยานมายืนยัน หลังจากนั้นได้วางกฏเบ็ดเสร็จต่างๆ กฏข้อบังคับทั่วไป ที่สามารถหาข้อชี้ขาดในด้านกรณีต่างๆที่เกิดขึ้น และเหตุการณ์ที่มีขึ้นมาใหม่ ผ่านทางกฏต่างๆที่กล่าวมาได้

     - ทางด้านอาชญกรรมต่างๆ พูดถึงบทกำหนดการลงโทษ การดื่มสุรา การผิดประเวณี การตกศาสนา การกล่าวหา การปล้นจี้ และการฆ่าให้ตายตกตามกันไป และทางด้านการต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์  (ญิฮาด) ได้ประมวลไว้ซึ่งการมีบัญญัติการต่อสู้ สัญญา ข้อตกลงต่างๆ เชลยศึก และทรัพย์สินเชลย

          เป็นที่กระจ่างจากที่ได้กล่าวมาว่า อิสลาม นั้นเป็นสูตรเบ็ดเสร็จ ที่อัลลอฮ์ ได้ทรงวางไว้ให้แก่มนุษย์ชาติ เพื่อให้พวกเขาสามารถนำไปใช้ในการบังคับความทะเยอทะยานของตัวตน จิตใจการเอาชนะความอยาก ความใคร่ และการต่อสู้กับการกระซิบกระซาบของชัยฎอน(มารร้าย)

         ซึ่งด้วยสิ่งที่ได้กล่าวมานี้ อิสลามจึงเป็นความเมตตาที่ให้ทางนำ

"และเราไม่ได้ส่งเจ้ามา นอกจากเพื่อให้มาเป็นความเมตตา แก่ชาวโลกทั้งมวลเท่านั้น"

"แน่นอนยิ่ง ได้มายังพวกเจ้า จากอัลลอฮ์แล้ว รัศมี และคัมภีร์ที่ชัดแจ้ง อัลลอฮ์จะทรงใช้มันนำทางผู้ที่ได้ดำเนินตามความพึงพอใจของพระองค์ สู่หนทางแห่งความสันติสุข นำทางพวกเขาออกจากความมืดมิด ไปสู่ทางแห่งแสงสว่าง ด้วยการอนุมัติของพระองค์ และนำทางพวกเขาไปสู่หนทางที่เที่ยงตรง"