การสอดแนม
  จำนวนคนเข้าชม  5874

การสอดแนม


แปลและเรียบเรียงโดย : ซาฮาร์


        ในบางครั้ง ความเคลือบแคลงนำพาให้บุคคลหนึ่งสอดแนมความลับของอีกคนหนึ่งลับหลัง การสอดแนม สืบความลับของผู้อื่น เป็นบาปใหญ่ในในอิสลาม ท่านรอซูล  กล่าวว่า

 

“โอ้ ผู้ศรัทธา ผู้ใดปรารถนาจะรักษาลิ้นและหัวใจของท่าน จงอย่าสอดแนมผู้อื่น จงอย่าเสาะหาข้อบกพร่องของผู้อื่น

หากท่านสอดแนมผู้อื่น อัลลอฮ์จะทำให้ท่านได้ขายหน้า ถึงแม้ท่านจะเป็นผู้ที่ฉลาดหลักแหลมเพียงใดก็ตาม

จงระวังรักษาหัวใจให้ห่างไกลจากการสอดแนม เพราะความสงสัยจะเป็นต้นเหตุให้ท่านปรารถนาจะสอดแนมผู้อื่น”

 

        บางครั้งความอยากรู้อยากเห็นก็เป็นเหตุที่นำไปสู่การทำผิด ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีมุสลิมะห์ผู้หนึ่งยืนอยู่ ณ ธรณีประตูบ้านนาง แลเห็นชายแปลกหน้าเดินเข้าไปในบ้านของเพื่อนบ้าน หากเธอเป็นผู้ศรัทธา เธอควรคิดว่า ชายผู้นั้นคือญาติห่างๆ หรือคนรู้จักที่มาเยี่ยมเยียนด้วยธุระอย่างใดอย่างหนึ่ง และจงวางมันไปเสีย ด้วยการสั่งห้ามของอัลลอฮ์ แต่หากเธอก็ยังสอดแนมเพื่อนบ้าน และไปเล่าต่อขานแก่ผู้คน สิ่งนี้จะนำพาความบาปนับไม่ถ้วนมาสู่เธอ จากการฝ่าฝืนนั้นเป็นสาเหตุแห่งการแตกแยกของครอบครัวผู้อื่น เป็นบ่อนทำลายที่ยิ่งใหญ่ของความเป็นมุสลิมให้ตกลงไปสู่โลกที่ชั่วร้าย


         ท่านรอซูลได้กล่าวไว้ว่า ผู้ศรัทธาสมควรมีทัศนคติอันดีต่อพี่น้องมุสลิมด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นผู้ที่มีความปรารถนาดีต่อกันอีกด้วย พี่น้องมุสลิมควรช่วยกันปิดบังความบกพร่องของพี่น้องมุสลิมด้วยกันเองอย่างที่สุด เพื่อบรรลุถึงความศรัทธา มุสลิมควรสมัครสมานสามัคคี และห่างไกลจากการสอดแนมพี่น้องและเพื่อนบ้านและนำไปกล่าวต่อสาธารณะ ซึ่งโดยส่วนมากผู้ที่ง่ายต่อการตกลงไปสู่ความชั่วร้ายนี้ คือ สตรี สิ่งที่ควรพึงระลึก คือ การสอดแนมและนำไปโพทนานั้นเท่ากับเป็นการสูบเลือดเนื้อออกไปจากพี่น้องกันเอง แล้วเหตุใดมุสลิมจึงจะนำพาตนเองให้ตกลงไปสู่การทำชั่วนั้นเล่า

 

         ความอยากรู้อยากเห็นและการนินทาคือโรคร้ายแรง หากแต่สามารถรักษาให้หายด้วยวิธีง่ายๆ ด้วยภาษิตที่ว่า “จงให้อภัยและลืมมันเสีย” ถึงแม้ผู้ใดจะสังเกตุเห็นข้อบกพร่องอันใดในตัวภรรยาของพวกเขา เขาควรคิดและมองโลกในแง่ดีกับเธอก่อนเป็นอันดับแรก นี่จะเป็นการตบหน้าชัยตอนมารร้ายที่จะหลบหนีไปทันทีอย่างแท้จริง

 

        แต่หากผู้ใดเดินตามเสียงกระชิบของมัน มันก็จะล่อลวงเขาให้ตกลงไปสู่โรคแห่งความบ้าคลั่งในที่สุด ซึ่งเมื่อผู้ใดเป็นโรคนี้แล้วมันย่อมทำลายทั้งโลกนี้และโลกหน้าของเขาอย่างสิ้นเชิง หากแต่ผู้ใดพยายามที่จะเยียวยาตนเอง มันก็แสนง่ายดายด้วยการไม่ให้ความสำคัญใดๆกับความเคลือบแคลงสงสัยและการนินทา ณ เวลานั้นๆ

ดังอัลกุรอานกล่าวไว้ว่า

إِنَّ الظَّنَّ لا يُغْني‏ مِنَ الْحَقِّ شَيْئا


"และส่วนใหญ่ของพวกเขามิได้ปฏิบัติตามสิ่งใด นอกจากการนึกคิด แท้จริงการนึกคิดนั้นไม่อาจจะแทนความจริงได้

แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำ"

(Sura Yunus, 10: 36)