คำตักเตือนจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของฟิตนะฮฺในผู้หญิง
  จำนวนคนเข้าชม  8641

คำตักเตือนจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของฟิตนะฮฺในผู้หญิง


แปลและเรียบเรียงโดย : บินตุ อับดุลสลาม


คำแนะนำตักเตือน เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของฟิตนะฮฺ ในผู้หญิง ดังต่อไปนี้


*หนึ่ง : จงรักษาตัวตนของพวกท่านให้ห่างไกลจากฟิตนะฮฺ

            โดยปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺ และร่อซุล  แท้จริงมุสลิมจำเป็นต้องยอมจำนนต่อบทบัญญัติ ต่อคำสั่งใช้ คำสั่งห้ามของอัลลอฮฺ และร่อซูล และอัลลอฮฺได้ทรงสั่งให้เราเกรงกลัวต่อพระองค์ ดังพระองค์ตรัสว่า 

“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงยำเกรงต่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริงเถิด และพวกเจ้าจงอย่าตายเป็นอันขาดนอกจากในฐานะที่พวกเจ้าเป็นผู้นอบน้อมเท่านั้น”

(อาละอิมรอน 102)

        จากการเกรงกลัวต่อ อัลลอฮฺ  คือ การรักษาศีรษะและสิ่งบนศีรษะ(ตา หู ปาก สมอง) จากการมองสิ่งที่ไม่อนุญาต จากการฟังสิ่งต้องห้าม และรักษาลิ้นจากการพูดสิ่งน่าเกลียดไร้สาระ และจากการเกรงกลัวอัลลอฮฺ  คือ การรักษาอวัยวะร่างกายอื่นๆให้พ้นจากการประกอบสิ่งที่ฮะรอม โดยเฉพาะการทำซินา และสำหรับผู้เกรงกลัวอัลลอฮฺ และผู้ที่ทำตนให้บริสุทธิ์เท่านั้นที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีงามในวันกิยามะฮฺ ท่านนบี  กล่าวว่า

“แท้จริง จากบรรดาผู้ที่อัลลอฮฺ ทรงให้ร่มเงาแก่พวกเขาในวันทีไม่มีร่มเงาอื่นใดนอกจากร่มเงาของอัลลอฮฺ เท่านั้น หนึ่งในนั้นคือ

ชายที่เมื่อหญิงสาวที่มีตำแหน่งหน้าที่และความสวยงาม เรียกร้องเขา เขาก็ได้กล่าวว่า แท้จริง ฉันเกรงกลัวอัลลอฮฺ พระเจ้าแห่งสากลโลก”

 

*สอง : จงทำตัวให้บริสุทธิ์

          ทำตัวให้บริสุทธิ์  แล้วท่านจะพบสิ่งทดแทนที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน  อัลลอฮฺ ทรงแจ้งแก่เราไว้ว่า แท้จริงความบริสุทธิ์ ความสะอาด ความไร้มลทิลของจิตใจ จะมีแด่ผู้ที่ลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ และรักษาอวัยวะของพวกเขา พระองค์ตรัสว่า

“จงกล่าวเถิดมุฮัมมัดแก่บรรดามุอฺมิน ให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ และให้พวกเขารักษาอวัยวะเพศของพวกเขา

นั่นเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งแก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺ ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขากระทำ”

(อันนูร 30)

พระองค์ทรงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ทำตนให้บริสุทธิ์ว่า

“และบรรดาผู้ที่ยังไม่มีโอกาสแต่งงาน ก็จงให้เขาข่มความใคร่ จนกว่าอัลลอฮฺจะทรงให้พวกเขาร่ำรวยขึ้น จากความโปรดปรานของพระองค์

(อันนูร 33)

อีกฮะดีษของท่านนบี

“ผู้ใดที่ละทิ้งสิ่งใดเพื่อัลลอฮ์ พระองค์ก็จะทรงทดแทนให้แก่เขาในสิ่งที่ดีกว่า”

และอีกฮะดีษหนึ่ง

“ใครที่ประกันแก่ฉันในสิ่งระหว่างเคราของเขาและสิ่งระหว่างขาทั้งสองของเขา ฉันก็จะรับประกันสวนสวรรค์สำหรับเขา”

        ผู้ใดที่รักษาลิ้นของพวกเขาจากการพูดในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ รักษาปากของเขาจากการรับประทานสิ่งที่ไม่หะลาล และรักษาอวัยวะเพศของเขาให้ห่างไกลจากสิ่งหะรอม ใครก็ตามที่รักษาสิ่งเหล่านี้ ท่านนบี  ก็จะรับประกันสวนสวรรค์ให้กับเขา

 

*สาม : จงระวังไปรษณีย์แห่งซินา

        แท้จริง การสอดส่องสายตาไปยังหญิงสาวที่แต่งกายไม่ปกปิด หรือดูรูปพวกนาง เป็นหนึ่งในชนิดของการทำซินา มีรายงานจากท่านนบี  กล่าวว่า

“การทำซินาของตาทั้งสอง คือ การมอง”

และการทำซินาของตาเป็นตัวนำพาไปสู่การทำซินาของอวัยวะเพศ

เชคอัซซันกีตียฺ กล่าวไว้ในตัฟซีรอัฎวาอุลบายานว่า

        “เป็นที่รู้กันว่าแท้จริงการมองเป็นสาเหตุของการทำซินา ผู้ใดที่มองไปยังความสวยงามของหญิงคนหนึ่งคนใดมากๆเข้า ความปรารถนาในตัวนางก็ยิ่งมีมากยิ่งขึ้น และสิ่งนั้นก็อาจเป็นเหตุแห่งความหายนะของชีวิต แท้จริงการมองเป็นไปรษณีย์ของซินา”

ท่านอิมาม อิบนุก็อยยิม กล่าวว่า

         “การมองที่ต้องห้าม มันจะมีผลกับหัวใจ เหมือนกับธนูที่มันปักลง ถ้าหากว่ามันไม่ได้ทำให้เขาตาย มันก็ทำให้เขาได้รับแผล”

         “ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้น จุดเริ่มต้นของมัน คือ การมอง และส่วนใหญ่ของผู้ที่เข้าไปอยู่ในไฟนรก คือผู้ที่มองความชั่วเป็นสิ่งเล็กน้อย และกี่มากน้อยแล้ว ที่การมองได้ตีตราลงบนหัวใจของเจ้าของและลูกธนูพิษได้ปักลงโดยไม่มีคันธนูและสายธนู”

          ผลร้ายของการมองเป็นสิ่งที่ฮะรอม บางคนอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เป็นไรแค่มองเท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะโดยส่วยใหญ่คนจะไม่หยุดอยู่แค่การมองอย่างเดียว ทว่าการมองนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งเลวร้ายกว่านั้นอีกหลายอย่าง เป็นจุดเริ่มต้นของฟิตนะฮฺทั้งหลาย และเมื่อเริ่มไปแล้วการจะยุติให้จบลงมันยากยิ่งกว่า และโอกาสที่จะทำมากกว่าการมองก็เป็นเรื่องง่ายดาย

 

*สี่ : จงอย่าวางใจฟิตนะฮฺ

         แท้จริงบรรดาซอลิฮีนจากชาวสลัฟนั้นเกรงกลัวอันตรายของ ฟิตนะฮฺผู้หญิง ดังตัวอย่างต่อไปนี้

1. ท่านอิบนุอุมัร ไม่เคยเข้าประตูบานใดๆที่ท่านนบี  จัดไว้เฉพาะสำหรับผู้หญิงตลอดชีวิตของท่าน

2. ท่านสะอี๊ด บิน อัลมุซัยยิบ กล่าวในขณะที่ท่านอายุ 80 ปีว่า “ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวสำหรับฉันมากไปกว่าผู้หญิง”

3. บางท่านกล่าวว่า “จงเดินตามหลังสิงโต แต่อย่าเดินตามหลังผู้หญิง”

4. อัลอะลาอฺ บิน ซีย๊าต กล่าวว่า “จงอย่างมองติดตามผู้หญิง แท้จริงการมองจะทำให้เกิดความต้องการขึ้นในหัวใจ”

 

*ห้า : จงปฏิบัติตามแนวทางของศาสนา

        ในการรักษาตัวให้บริสุทธิ์และห่างไกลจากฟิตนะฮฺ นอกเหนือจากการลดสายตาแล้ว มุสลิมจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งอื่นๆอีก เช่น

1. ไม่อยู่สองต่อสองกับหญิงที่ไม่ใช่มะฮฺรอม ท่านนบี  กล่าวว่า

“เมื่อชายหญิงอยู่ตามลำพังสองต่อสอง และชัยฏอนจะเป็นตัวที่สามระหว่างพวกเขา”

2. การเร่งรีบในการแต่งงาน ท่านนบี  กล่าวว่า

“วัยรุ่นทั้งหลายเอ๋ย ใครในหมู่พวกท่านที่มีความสามารถในการแต่งงาน ก็จงแต่งงานเถิด 

เพราะการแต่งงานนั้น เป็นการดีในการทำให้สายตาลดต่ำ (ไม่ให้มองสิ่งฮะรอม)ยิ่งกว่า และรักษาอวัยวะเพศ (ไม่ให้ไปทำสิ่งฮะรอม)ยิ่งกว่า

แต่ถ้าหากว่า ผู้ใดไม่มีความสามารถในการแต่งงาน ก็จงถือศีลอดเถิด แท้จริงมันเป็นการป้องกันรักษาสำหรับเขา

หนึ่งในสิ่งดีของการแต่งงานนั่น คือ เมื่อเขาเกิดความต้องการ เขาก็มาหาภรรยาของเขา เพราะภรรยาเป็นที่อนุมัติแก่เขา

และนี่คือคำตักเตือนของท่านนบีเพื่อรักษาเยียวยา การทดสอบของฟิตนะฮ์

เพราะเมื่อเขาได้ปลดปล่อยไปกับสิ่งที่อนุมัติแล้ว เขาก็จะไม่หลงไปกับสิ่งที่ไม่อนุมัติอีกเป็นอันขาด”

 

*หก : จงพยายามแต่สิ่งที่ยังประโยชน์

         มนุษย์นั้น เมื่อเขาปล่อยเวลานาทีของเขาให้ว่างเปล่าไร้ประโยชน์ ความต้องการ ความชั่วร้ายมันก็จะชักจูงเขา และมีอำนาจเหนือเขา และชัยฏอนมันสามารถจะล่อลวงเขาได้ ดังนั้น ผู้ที่ฉลาดจะเติมเต็มเวลาว่างของเขาด้วยกับสิ่งที่ยังประโยชน์แก่เขา ทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺ

          เปรียบเทียบระหว่างผู้ที่ปล่อยเวลาของเขากับสิ่งเย้ายวน เดินตามฟิตนะฮฺ กับผู้ที่ใช้เวลาไปกับการพัฒนานึกคิด การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ การหาความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ลองเปรียบเทียบสภาพของสองคนนี้ และนี่ก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้มีสติปัญญา ที่เขาจะตัดเชือกที่ชัยฏอนมันเพียรสร้างขึ้น และรีบเร่งในการทำสิ่งที่อัลลอฮฺ  ทรงพอพระทัย เพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนที่พระองค์ทรงสัญญาไว้

 

*เจ็ด : จงรักษาอัลลอฮ์ (ของเขตของอัลลอฮ์ )แล้วอัลลอฮ์  ก็จะทรงรักษาท่าน

ท่านนบี  กล่าวว่า

“จงรักษาปกป้องอัลลอฮ์ หมายถึง ปฏิบัติตาคำสั่งที่พระองค์ทรงใช้ อกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม แล้วอัลลอฮฺจะทรงรักษาปกป้องท่าน

(ปกปักรักษาชีวิตของพวกท่านทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺ)

จงรักษาปกป้องอัลลอฮฺ ท่านจะพบพระองค์ทรงอยู่ต่อหน้าพวกท่าน

(ใครที่รักษาขอบเขตของอัลลอฮฺ เขาจะพบว่าอัลลอฮฺ ทรงอยู่กับพวกเขาในทุกๆที่ ทุกการกระทำ คอยปกป้องคุ้มครอง คอยช่วยเหลือ คอยแนะนำแนวทาง)”

ท่านอิบนุร่อญับ กล่าวว่า

          “จากการปกปักรักษา คือการปกปักคุ้มครองบ่าวให้อยู่ในศาสนาและอีมาน และชีวิตของเขาก็จะปลอดภัยจากชะฮาวาต(อารมณ์)และสิ่งหะรอม ในขณะที่เขาตายเขาก็จะตายในสภาพที่เป็นมุสลิม และผู้ใดที่ปกป้องรักษาอัลลอฮฺในขณะที่เขาเป็นหนุ่มและแข็งแรง อัลลอฮฺ จะทรงปกป้องรักษาเขาเมื่อเขาแก่ชราและอ่อนแอลง พระองค์จะทรงประทานแก่เขาซึ่งสายตา การได้ยิน พลัง และสติปัญญา”

         เราพบว่า อุลามะอฺบางท่านที่มีอายุมาก อายุใกล้ร้อยปี แต่ยังมีสุขภาพดี สมองดี สายตาดี นี่เป็นเพราะสิ่งที่พวกเขาได้ฏิบัติในขณะที่เป็นหนุ่ม พวกเขากล่าวว่า เราได้รักษาอวัยวะต่างๆของเรา ให้ห่างไกลจากสิ่งบาปทั้งหลาย ในสมัยเราอยู่วัยหนุ่ม เมื่ออยู่วัยชรา อัลลอฮ์  ก็จะทรงรักษามันไว้ให้แก่เรา  ในทางตรงกันข้าม ผู้ใดที่ไม่รักษาอวัยวะต่างๆของเขาในวัยหนุ่มเมื่อเขาแก่ชราลง อัลลอฮ์  ก็จะไม่รักษามันไว้ให้แก่เขา  เขาก็จะเลอะเลือน และอ่อนแอ...

 

*แปด : ความบริสุทธิ์เป็นหนทางของการมีสุขภาพที่ดี

          บรรดาแพทย์เห็นพ้องกันว่า จำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้าใจให้กับคนหนุ่มสาวว่า การรักษาตัวให้สะอาดบริสุทธิ์ นอกจากจะไม่เกิดโทษแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพ แพทย์บางคนกล่าวว่า การที่ให้สารที่หลั่งอยู่ในร่างกายคงอยู่ในต่อมเพศ จะช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย แต่การที่ทำให้มันออกมาจะทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเลือด และการเจริญเติบโต

         ไม่มีทางป้องกัน หรือยารักษาให้กับสังคมปัจจุบันนี้อีกแล้ว นอกจากต้องกลับไปสู่บทบัญญัติของพระเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง กลับไปสู่หลักการของศาสนาอันแท้จริง ศาสนาที่เหมาะกับทุกกาลเวลา ทุกยุค ทุกสมัย  ตราบใดที่เราดำรงชีวิตอยู่ในขอบเขตของอิสลาม เราจะไม่มีวันพบการทำแท้งเถื่อน ศพทารกไม่มีพ่อแม่ เด็กถูกทิ้งตามสถานสงเคราะห์ หรือการเรียกร้องแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ดังที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน

 

อัลอิสลามเท่านั้น คือทางป้องกัน และทางแก้ไข และอัลอีมานเท่านั้น ที่จะทำให้เราไม่หลงทาง ท่านนบี  กล่าวว่า

“คนทำซินาจะไม่สามารถทำซินา ถ้าขณะทำซินานั้น เขาอยู่ในสภาพที่เป็นมุอฺมิน”

         คนหนึ่งคนใดจะไม่ทำซินา ในขณะที่มีอีมานอยู่เต็มเปี่ยมหัวใจ และถ้าหากเขาได้ทำไป นั่นเท่านกับว่าอีมานของเขาไม่เต็มร้อย อีมานของเขาบกพร่อง    เมื่ออีมานนั้นถูกปลูกฝังอยู่ในหัวใจ และถูกเติมเต็มอยู่ในจิตใจและความรู้สึกของมุอฺมิน เขาก็จะไม่มีวันอาจหาญทำในสิ่งที่เป็นฮะรอม

         การอีมานต่ออัลลอฮฺเป็นเกราะคุ้มภัย เป็นโล่ ป้องกันจากการทำความผิดบาป อีมานเป็นดั่งก้อนหิน ที่เมื่อความต้องการความชั่วช้า ความผิดบาป มาเจอหินนี้ หินนี้ก็จะกำจัดมันสลายไป และเมื่ออีมานอ่อนแอมากเท่าไร ความบังอาจฮึกเหิมที่จะละเมิดขอบเขตของอัลลอฮฺ ก็ยิ่งมากเท่านั้น เราคิดหรือว่าผู้ที่เคารพอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ  เสมือนดั่งเขาเห็นพระองค์นั้นจะบังอาจทำความผิด และถึงแม้ว่าเขาอาจจะพลั้งเผลอทำความผิดไป เขาจะยืนกรานตั้งมั่นที่จะทำมันต่อไปอีกอย่างนั้นหรือ ? และอีมานที่อ่อนแอนี่เอง เป็นสาเหตุใหญ่จากสาเหตุต่างๆของการจมลงไปในดินโคลนแห่งความชั่วช้า


         ดังนั้น จงพยายามปลูกฝังรากฐานแห่งอัลอีมานไว้ในหัวจิตหัวใจของเรา และลูกหลานของพวกเรา และจงเลี้ยงดูพวกเขาให้มีความรักในอัลลอฮฺและรักในร่อซูล  ของพระองค์ เพื่อที่พวกเขาจะได้เติบโตใต้ร่มเงาแห่งอัลอิสลาม มีเกราะที่แข็งแกรง พร้อมที่จะเผชิญและต่อสู้กับสภาพสังคมในปัจจุบัน


ขออัลลอฮ์ ทรงคุ้มครองเราทุกคน ให้พ้นจากทุกสิ่งที่น่ารังเกียจ ให้พ้นจากการล่อลวงของชัยฏอนมารร้าย และขอพระองค์ทรงให้เรามั่นคงอยู่บนหนทางที่ถูกต้องด้วยเถิด

 


อัลอิศลาห์ สมาคม อันดับที่ 378-380 / กันยายน 2554