6 เทคนิคฝึกลูกรักการอ่าน
  จำนวนคนเข้าชม  8681

 

6 เทคนิคฝึกลูกรักการอ่าน

ที่มา : นิตยสาร Modern Mom

 


          หลังจากที่ทราบผลสำรวจเรื่องการอ่านในบ้านเรา ผลที่ออกมาช็อกคนไทยไม่น้อย ว่าคนไทยกลับอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละไม่เกิน 10 เล่ม ทั้งที่ผลวิจัยจากต่างประเทศก็ชี้ชัดอยู่ว่า การอ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกวัน เพียง 5-15 นาที ทำให้สมองของเด็กวัย 3 ปีแรกพัฒนาถึง 70 %

นอกจากนี้การอ่านยังเป็นการสร้างจินตนาการที่สำคัญ แถมยังเป็นประตูสู่โลกกว้างสำหรับเจ้าตัวเล็กอีกด้วย มาส่งเสริมลูกให้รักการอ่านกันเถอะ

 

6 เทคนิคง่ายๆ ฝึกลูกรักการอ่าน


     1. การอ่านหนังสือให้ลูกฟังบ่อยๆ เป็นการปลูกฝังความรักต่อหนังสือและการอ่านที่ดีไม่น้อย โดยเฉพาะการอ่านนิทาน ที่คุณสามารถเสริมจินตนาการด้วยท่าทาง น้ำเสียง ซึ่งทำให้เรื่องราวมีความน่าสนใจและสนุกยิ่งขึ้น ก็จะยิ่งทำให้การอ่านเข้าไปอยู่ในใจของลูกได้ไม่ยาก


     2. สังเกตว่าลูกชอบหรือสนใจสิ่งใดหรือเรื่องใดเป็นพิเศษ แล้วเชื่อมโยงเข้ากับการอ่าน โดยหาหนังสือที่มีเรื่องราวหรือสิ่งของที่ลูกชอบมาให้ นอกจากความประทับใจแล้ว ยังอาจสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกได้อีกทาง


     3. สอดแทรกการอ่านเข้ากับกิจวัตรประจำวัน เช่น การชี้ชวนให้ลูกอ่านป้าย ฉลากบนบรรจุภัณฑ์ กระทั่งเมนูอาหาร ขณะที่ออกไปทานข้าวนอกบ้านก็ยังได้


     4. บรรยากาศแห่งการอ่านสร้างได้ โดยเลือกมุมใดมุมหนึ่งของบ้าน จัดเป็นมุมหนังสือ มีหนังสือหลากหลายแบบให้ลูกเลือกอ่านหรือเพื่อให้คุณอ่านให้ฟัง ซึ่งควรวางอยู่ในที่ที่ลูกเห็นและสามารถหยิบเองได้ เป็นอีกมุมกิจกรรมที่ควรมีเก้าอี้หรือโซฟานั่งสบายสำหรับเอนหลังชวนกันอ่าน


     5. การพาลูกไปเลือกซื้อหนังสือเล่มโปรดด้วยตัวเอง เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่สร้างการมีส่วนร่วม และเข้ากับพัฒนาการของเด็กวัยนี้ที่เริ่มเป็นตัวของตัวเอง นอกจากร้านหนังสือแล้ว อาจพาลูกเข้าห้องสมุดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อซึมซับบรรยากาศแห่งการอ่าน


     6. อ่านผ่านการเล่น นี่เป็นอีกวิธีที่ได้ทั้งความสนุกและการเรียนรู้ อาจะเป็นการทายคำ หาคำจากภาพ หรือจับคู่คำกับภาพที่เห็นก็ได้ โดยเป็นคำง่ายๆ ที่ใช้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน

          อย่าลืมว่า ! ! ! คุณคือบุคคลสำคัญ ที่มีอิทธิพลต่อการอ่านของลูก นอกจากเทคนิคต่างๆ แล้ว การเป็นแบบอย่างของหนอนหนังสือสามารถส่งผ่านไปถึงลูกได้ ผ่านการกระทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกนั่นเองค่ะ

 

เลือกหนังสือให้เจ้าตัวเล็กวัย 1-3 ปี

          สำหรับเด็กวัยนี้ ยังมีความสนใจหนังสือนิทาน ที่มีภาพและสีสันสดใส ซึ่งดึงดูดใจเป็นอย่างดี อาจมีตัวหนังสือบ้าง แต่ไม่มากนัก และอาจมีหลายแบบ ทั้งแบบที่มีเสียง มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย มีลักษณะของป๊อบอัพ มีกลิ่น หรือเป็นหนังสือแบบเรืองแสง ก็จะยิ่งเพิ่มความตื่นตาได้มากขึ้น

 

Concern

     ♥ มุมสำหรับอ่านหนังสือไม่ควรมีสิ่งอื่นที่ดึงดูดความสนใจของลูก อย่างวิทยุ ทีวี หรือคอมพิวเตอร์ เนื่องจากสิ่งของเหล่านี้ป็นอุปสรรคสำคัญในการอ่าน

     ♥ ฝึกลูกรักการอ่านเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลา และเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าคาดหวังว่าลูกจะกลายเป็นเด็กรักการอ่านในเร็ววัน เพราะนั่นเท่ากับเป็นการกดดันลูกโดยที่คุณไม่รู้ตัว

 

Tips

     ♥ เริ่มการอ่านด้วยการอ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกวัน วันละนิด แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาเมื่อลูกเริ่มเปิดรับ

     ♥ บรรยากาศการอ่าน ที่นอกจากจะสนุกและตื่นเต้นแล้ว หากมีอุปกรณ์ใกล้ตัวที่สามารถนำมาใช้ในการอ่านนิทานให้ลูกฟังได้ ก็จะเพิ่มอรรถรสให้เรื่องน่าสนใจมากขึ้น

 

 ความสุข ของฉัน

โดย...One Muslimah

     ความสุข ของฉัน คือการอ่าน จะที่บ้าน ที่นี่ หรือที่ไหน
ด้วยความหวัง “กุรอาน” คือเพื่อนใจ คือสหาย มิตรแท้ ทุกเวลา
ความสุขของ ฉันคือ การได้เขียน การพากเพียร เรียนรู้ ใฝ่ศึกษา
ด้วยความหวัง เรียนเพื่อรู้ สู่ตักวา เพื่อนำพา หัวใจ ใฝ่ภักดี
     ความสุขของ ฉันคือ การได้ฟัง สิ่งต่างๆ คำตักเตือน จากน้องพี่
“กุรอาน” สัจธรรม นำความดี ฟังอย่างมี สติ คิดครวญใคร่
ความสุขของ ฉันคือ การเป็นบ่าว การรู้จัก พระเจ้า ผู้ยิ่งใหญ่
สุขของฉัน คือสุญูด สุดหัวใจ คือละอาย คือยำเกรง คืออดทน
     สุขของฉัน คืออิสลาม ตามนบี  คือสันติ ตามวิถี มิสับสน
ฉันชอบฟัง เสียงอาซาน ผ่านกมล เสียงเรียกร้อง ผู้คน สู่ความดี
สุขของฉัน คือการเห็น เราทั้งผอง ต่างปรองดอง สมานรัก สามัคคี
สุขของเรา คือศรัทธา มั่นความดี คือคำว่า…ลาอิลาฮ่าอิ้ลลัลลอฮฺ

 

 

 ♥.♥.♥.♥.♥.♥.♥.♥.♥.♥.♥.♥.♥.♥