การถือศีลอดเป็นข้อบังคับแก่บรรดามุสลิม
  จำนวนคนเข้าชม  5604

 

การถือศีลอดเป็นข้อบังคับแก่บรรดามุสลิม

 

อ.อิสมาอีล กอเซ็ม

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก

 
          การทำความดีนั้นเป็นสิ่งที่มุสลิมเราทุกคนต้องรีบเร่งที่จะกระทำเพราะเวลาที่เรามาอยู่ในโลกใบนี้มัน ถูกจำกัดสำหรับมนุษย์ทุกคน ก็คือทุกคนต้องตายและจากโลกใบนี้ไป ดังนั้นการมาอยู่อาศัยของเราในโลกใบนี้ก็เพื่อมาสร้างคุณงามความดีที่จะยังประโยชน์ให้แก่เราหลังจากที่ได้จากโลกใบนี้ไป ก็หมายถึงมุสลิมนั้นจะต้องค้นหาเป้าหมายของตัวเองให้พบว่า การที่มาอยู่ในโลกนี้ เรามีภารกิจอะไรบ้าง และส่วนหนึ่งจากความเมตตาของอัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าแห่งมวลมนุษยชาติ ก็คือพระองค์ได้กำหนดแนวทางการทำความดีที่หลากหลาย เป็นทั้งความดีที่เป็นภาคบังคับ และความดีที่เป็นการสมัครใจ และการทำความดีบางครั้งต้องอาศัยทรัพย์สิน แต่ความดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้น ไม่ได้ถูกกำหนดแก่มสลิมทุกคน แต่ถูกกำหนดเฉพาะบุคคลที่มีความสามารถเท่านั้น 

 
          ส่วนหนึ่งที่เป็นการทำอิบาดะห์ต่ออัลลอฮฺที่ได้ถูกกำหนดให้แก่บรรดามุสลิม ก็คือการถือศีลอดในเดือนรอมาฎอน แต่ก็ได้อนุญาตให้บุคคลที่มีอุปสรรคจนทำให้ไม่สามารถถือศีลอดในเดือนรอมาฎอนได้ ให้ไปถือชดเชยในเดือนอื่น เช่น

     - คนเดินทาง คนป่วยที่หากทำการถือศีลอดอาจเป็นอันตรายกับสุขภาพ ก็ต้องรอให้หายป่วยและสามารถไปถือชดใช้ในเดือนอื่น

     - ผู้หญิงที่ตั้งท้องคลอดบุตรให้นมลูกที่พวกนางเกรงว่าอันตรายจะเกิดกับตัวเองและลูกในท้อง ในกรณีนี้สามารถไปปรึกษาแพทย์ได้ว่าหากทำการถือศีลอดแล้วจะก่อให้เกิดอันตรายก็ไม่ต้องทำการถือศีลอดค่อยไปถือชดใช้ในเดือนอื่นๆ

     - หรือคนที่เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถจะรักษาให้หายขาดได้ การถือศีลอดของเขาก็ต้องตกไป

     - เช่นเดียวกันคนชราที่หมดความสามารถที่จะถือศีลอดก็อนุญาตให้เขาไม่ต้องถือศีลอด แต่ให้เสียค่าชดเชยให้อาหารแก่คนยากจน หนึ่งมุดประมาณ 750 กรัม แก่คนยากจนหนึ่งคนต่อหนึ่งวันที่ขาดไป

         เพราะหลักการของอิสลามนั้นจะไม่บังคับแก่บุคคลที่ไม่มีความสามารถในการประกอบศาสนกิจนั้นได้ นี่คือความเมตตาของอัลลอฮฺที่มีต่อปวงบ่าวของพระองค์

 
          แน่นอนบทบัญญัติของอัลลอฮฺที่พระองค์ได้กำหนดให้แก่ปวงบ่าวของพระองค์ย่อมนำมาซึ่งผลประโยชน์ในโลกนี้และผลประโยชน์ในโลกหน้า การถือศีลอดคือการระงับสิ่งที่จะมาทำให้เสีย เช่นการงดการกินการดื่ม การร่วมหลับนอนระหว่างสามีภรรยา การพูดจาไร้สาระ การกระทำสิ่งที่เป็นบาป ในช่วงกลางตั้งแต่รุ่งสางไปจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าโดยมีเจตนาทำการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ ดังนั้นการถือศีลอดนั้นไม่ใช่แค่การอดอาหารของคนเราเพียงอย่างเดียว มันต้องระงับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ 

 
          และความสำคัญของการถือศีลอดยังเป็นรุกุนหนึ่งของรุกุนอิสลาม 5 ประการ ใครที่ปฏิเสธรุกุนหนึ่ง รุกุนใดจากรุกุนอิสลาม คนคนนั้นก็หมดสภาพจากการเป็นมุสลิม เพราะรุกุนอิสลาม 5 ประการนี้เป็นสิ่งไม่อนุญาตให้มุสลิมคนใดที่เป็นมุสลิมบอกว่า ฉันไม่รู้ถึงความสำคัญของมันไม่ได้เพราะมันเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นมุสลิม และอิสลามจะไม่สามารถดำรงอยู่กับคนหนึ่งคนใดได้เมื่อเขาปฏิเสธรุกุนหนึ่งรุกุนจากรุกุนอิสลาม มีหลักฐานมากมายที่มาระบุว่าการถือศีลอดนั้นเป็นสิ่งวาญิบจำเป็น และเป็นสิ่งที่ถูกบังคับให้แก่บรรดามุสลิมต้องปฏิบัติ

 

หลักฐานจากอัลกุรอาน


قول الله تعالى :يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا كُتِبَ عَلَيْكُمُ الصِّيَامُ كَمَا كُتِبَ عَلَى الَّذِينَ مِن قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ ﴿١٨٣﴾

"บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! การถือศีลอดนั้นได้ถูกำหนดแก่พวกเจ้าแล้ว

เช่นเดียวกับที่ได้ถูกกำหนดแก่บรรดาผู้ก่อนหน้าพวกเจ้ามาแล้วเพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ยำเกรง"


          จากอายะห์ อัลลอฮฺได้บอกถึงข้อบังคับแก่บรรดาผู้ศรัทธาให้ทำการถือศีลอด ซึงการถือศีลอดนั้นไม่ได้ถูกบังคับเฉพาะประชาชาติท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะสัลลัม แต่ประชาชาติก่อนๆ ก็ถูกบังคับให้ถือศีลอดด้วยเช่นกัน แม้อาจจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป 


          แน่นอนทุกอย่างที่อัลลอฮฺได้กำหนดให้แก่ปวงบ่าวของพระองค์ย่อมจะมีผลดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาอย่างแน่นอน เพราะทุกบทบัญญัติในอิสลามที่ได้ถูกกำหนดมานั้น มีเหตุผลหลักๆสองประการด้วยกัน คือ นำมาซึ่งสิ่งที่ดีๆ และมาป้องกันในสิ่งที่ไม่ดี นี่คือเป้าหมายของบทบัญญัติของอิสลาม ดังนั้นการที่อัลลอฮฺได้กำหนดให้การถือศีลอดแก่บรรดาผู้ศรัทธามันย่อมจะมีผลดีต่อพวกเขาอย่างแน่นอน



หลักฐานจากอัซซุนนะห์


عن ابن عمر رضي الله عنه قال سمعت رسول الله صلى الله عليه وسلم يقول (بني الإسلام على خمس شهادة أن لا إله إلا الله وأن محمدا رسول الله وإقام الصلاة وإيتاء الزكاة وحج البيت وصوم رمضان) متفق عليه.
 

มีรายงานจากอิบนู ฮุมัร รอฎิยัลลอฮู อันฮูได้กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮู อะลัยอิวะสัลลัมได้กล่าวว่า

 

"อิสลามได้ถูกตั้งอยู่บนพื้นฐาน ห้าประการ คือ การกล่าวคำปฏิญาณว่า

ไม่มีพระเจ้าอื่นที่ถูกเคารพโดยแท้จริง นอกจากอัลลอฮฺ และแท้จริงมูฮัมหมัด คือ รอซูลของอัลลอฮฺ

และการดำรงไว้ซึ่งการละหมาด การชำระซากาต การประกอบพิธีอัจญ์ ณ บัยตุลลอฮฺ และการถือศีลอดในเดือนรอมาฎอน"


(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ และมุสลิม)



          มีหลักฐานอีกมากมายที่มาระบุถึง การถือศีลอดนั้นเป็น ข้อบังคับสำหรับมุสลิมทุกคนที่บรรลุศาสนภาวะ ที่ไม่มีอุปสรรคในการถือศีลอด ดังนั้นการเจตนาละทิ้งไม่ถือศีลอดนั้น มีข้อตัดสินแก่บุคคลแต่ละคนแตกต่างออกไป 


     - บางคนหากเขาไม่ถือศีลอดเนื่องจากมีความเชื่อว่า การถือศีลอดนั้นไม่ได้เป็นวาญิบข้อบังคับแก่เขา หมายถึงปฏิเสธว่าการถือศีลอดนั้นไม่ได้เป็นวาญิบ(ข้อบังคับ)แก่เขา หากเขาคิดเช่นนั้นเขาก็หมดสภาพจากการเป็นมุสลิมเพราะได้ปฏิเสธรุกุนหนึ่งจากรุกุนอิสลาม 


     - หากเขาไม่ถือศีลอดเนื่องจากความเกียจคร้าน แต่ยังยอมรับว่าการถือศีลอด คือวาญิบที่ถูกบังคบแก่เขา ในลักษณะนี้เข้าก็อยู่ในสถานะผู้ที่ทำบาปใหญ่ แต่ยังไม่ถึงขั้นตกศาสนา 



          การถือศีลอด มีความสำคัญเป็นอย่างมากและเป็นอิบาดะห์ที่มีผลตอบแทนมากมาย และมีประโยชน์ทั้งทางด้านร่างกาย ทางด้านจิตใจ และทางด้านสังคม การบทบัญญัติให้มีการถือศีลอดนั้น มีความดีเหตุผลมากมายแก่บรรดามุสลิม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งทางด้านจิตใจ ที่ฝึกฝนให้มีความอดทน และทำให้จิตใจมีความเมตตา และจากการถือศีลอดยังช่วยให้เรามีความรู้สึกสงสารและเห็นใจแก่บรรดาผู้ที่มีความยากจน และจากการถือศีลอดทำให้เรามีความอดทนอดกลั้น ที่จะไม่ทำสิ่งที่อัลลอฮห้ามและประโยชน์ทางร่างกาย ก็คือ ทำให้อวัยะของเราได้ทำการผักผ่อน ที่มันทำงานหนักมาเป็นปี และปัจจุบันวงการแพทย์มากมายยอมรับในเรื่องของการอดอาหารมีผลดีต่อสุขภาพ



          ดังนั้นในเดือนรอมาฎอนที่กำลังจะมาถึงเราอีกไม่กี่วันนั้น เราจะตั้งเจตนาที่บริสุทธิ์ที่จะเข้าสู่รอมาฎอน และตั้งใจที่จะกอบโกยความดีที่อัลลอฮฺได้เตรียมไว้ให้อย่างมากมาย อย่าได้ปล่อยให้รอมาฎอนผ่านเราไปโดยที่เราไม่รับประโยชน์อะไรเลยจากรอมาฎอน 

 

          ขออัลลอฮ์ ได้โปรดให้บรรดาบ่าวผู้ศรัทธาต่อพระองค์ตลอดจนบรรดามุสลิมทั้งหมดได้เข้าสู่รอมาฎอนและได้รับความดีงามจากรอมาฎอนด้วยเถิด อามีน