ข้อเขียนโดยมุสลิมใหม่
  จำนวนคนเข้าชม  2001

 

ข้อเขียนโดยมุสลิมใหม่

 

ข้อมูลโดย แอดมิน อิสลามมอร์

 

 

เขียนเมื่อ วันที่ 15 พฤษภาคม 2558

 

นาเดีย เกี้ยวสันเที๊ยะ มีบุตรชาย 1 คน อายุ 1 ปี 2 เดือน ชื่อ อามีน
 

สถานะภาพ หย่าร้าง

          ดิฉันสนใจในศาสนาอิสลามตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ได้เปลี่ยนศาสนา จนเมื่ออายุ 22 ปี ได้เข้ารับอิสลาม และพบกับบททดสอบอย่างหนักมาตลอด เนื่องจากที่บ้านไม่ยอมรับต้องย้ายที่อยู่เพื่อศึกษาศาสนาอิสลามหลายที่  

 

          จนกระทั่งมีมุสลิมติดต่อนิกะฮ์ ดิฉันหวังเพื่อจะได้ใช้ชีวิตตามรูปแบบอิสลามอย่างเต็มตัว แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่คิด ที่บ้านสามีที่เป็นมุสลิมเดิม แต่เล่นการพนันทั้งครอบครัว ซึ่งเราไม่รู้มาก่อนหน้านี้เลย พอรู้และเริ่มออยากจะถอยออกมาก็ได้ตั้งครรภ์ ความเสียหายจึงเริ่มเกิดขึ้น หนูทนอยู่ร่วมไม่ได้ จึงออกจากครอบครัวของสามี ทั้งที่ตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน ฝ่ายพ่อของเด็กไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูเลย

 

          หลังจากคลอดลูก (อามีน) หมอตรวจพบว่าอามีนเป็นไส้เลื่อน จึงต้องผ่าตัดเมื่ออามีนอายุเพียง 5 เดือน แต่ก็ยังไม่หมด หมอตรวจพบว่ามีโรคหัวใจรั่วที่ต้องผ่าตัดอีก และมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่จะต้องจ่าย (อามีนได้รับการส่งตัวมาจาก รพ.ที่โคราช มายัง รพ.ศิริราช เพื่อรับการผ่าตัด และได้ผ่าตัดเสร็จแล้ว ทางศูนย์เรียนรู้ประสานจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนเกินให้ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558) 

 

          ส่วนตัวดิฉันไม่สามารถทำงานได้มากนัก จะทำได้บ้างก็รับจ้างเกี่ยวข้าว ขนข้าว  เพราะต้องดูแลลูก และตอนนี้อาศัยพ่อแม่ต่างศาสนิก ซึ่งตัวดิฉันก็อยู่อย่างลำบาก แต่พ่อแม่รักหลาน และมาระยะหลังท่านไม่กีดกันเรื่องศาสนา สามารถปฏิบัติตามที่ดิฉันเข้าใจได้ ช่วงเดือนรอมาฎอนดิฉันจะไปอยู่กับบ้านของเพื่อนที่อุดรธานี (ศูนย์เรียนรู้ ชมรมมุสลิมะฮ์อุดรธานี) เพื่อจะได้ศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติให้ได้ตามหลักการศาสนา

 

          ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาลำบากมา เพราะดิฉันไปทำงานไม่ได้ จึงไม่มีรายได้ ค่าใช้จ่ายพ่อแม่ที่เป็นต่างศาสนิกเป็นผู้ดูแลทั้งหมด ดิฉันขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือดิฉันกับลูก ที่เป็นมุสลิมด้วยใจรักในศาสนา และอดทนต่อบททดสอบที่แสนยากลำบาก และจะอดทนต่อไป อินชาอัลลอฮ์ และต้องขอมาอัฟด้วยที่ต้องที่ทำให้ท่านลำบากที่ต้องช่วยเหลือดิฉันและลูก

 

 

 

 

เขียนเมื่อ วันที่ 7 มิถุนายน 2558

 

นูรอัยนีย์ มาตุ่น อายุ 22 ปี มีบุตรสาว 1 คน อายุเกือบ 2  ขวบ ชื่อ ซอบียะฮ์
 

สถานะภาพ หย่าร้าง 

 

          อาศัยอยู่กับพ่อแม่ต่างศาสนิก มีพี่น้อง 2 คน พ่อแม่มีอาชีพทำนาช่วงหน้าฝน หน้าแล้งค้าขาย  ดิฉันไม่มีอาชีพ เนื่องจากกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ปี 4 ภาคเสาร์-อาทิตย์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี และวันธรรมดาก็ต้องเลี้ยงลูก (อีก 2 เทอมน่าจะจบค่ะ อินชาอัลลอฮ์) ค่าเล่าเรียนกู้ยืม กยศ. ค่าใช้จ่ายพ่อแม่เป็นคนดูแลทั้งหมด ทั้งดิฉันและลูกสาว ซึ่งกำลังซนเลยทีเดียว อินชาอัลลอฮ์ ปีหน้าลูกสาวก็จะเข้าโรงเรียนแล้ว ดิฉันจะได้ทำงานได้ อินชาอัลลอฮ์

 

          ตั้งแต่หย่ากับสามีที่เป็นมุสลิมเดิมเกือบปี เขาไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดู เขาอ้างว่าตัวเขาคนเดียวก็ไม่พอใช้ ทั้งที่เมื่อก่อนลูกเมียก็ใช้ด้วย ตอนนี้จึงอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่เป็นต่างศาสนิกหลังจากหย่า แรกๆ พ่อแม่ไม่เข้าใจอยากให้เราออกจากศาสนาอิสลาม ถ้ายังนับถืออยู่ก็จะไล่กลับไปอยู่กับสามีที่เพิ่งเลิกกัน ช่วงนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไร มีความรู้สึกอยู่ในภาวะที่ไม่มีใครรัก ไม่มีใครอยากให้อยู่ด้วย และไม่รู้จะทำอย่างไรดี ไม่มีงาน ไม่มีเงิน รู้สึกอยากหนีไปอยู่ไกลๆ กับลูกสองคน ไม่รู้ว่าชีวิตจะตกต่ำไปขนาดไหน อัลลอฮ์  ทดสอบหนักมาก แต่ดิฉันก็ยืนยันจะอยู่ในศาสนาอิสลาม จึงทำให้พวกท่านหนักใจ ดิฉันคลุมฮิญาบออกจากบ้านทุกครั้ง และทำตามแบบท่านนะบีมุอัมมัด ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม

 

          ช่วงแรกที่พ่อแม่ไม่เข้าใจ อาจเป็นเพราะดิฉันไปโต้ตอบท่านเรื่องศาสนา ทำให้ท่านไม่พอใจ แต่มาตอนหลังได้รับคำแนะนำจากพี่น้อง จึงเงียบไม่พูดเรื่องศาสนากับท่าน เพราะเรายังต้องอาศัยพ่อกับแม่อยู่ ท่านทั้งสองจึงเงียบไม่ว่าอะไร แม้ท่านจะไม่พอใจ แต่ท่านก็รักหลานค่ะ อัลฮัมดุลิ้ลลาฮ์

 

ถ้าจบการศึกษาแล้วอยากทำงานศาสนา หรือองค์กรที่ช่วยเหลือมุสลิมเผยแผ่ศาสนาอิสลาม องค์กรที่มีอิสลามเป็นทางนำ อินชาอัลลอฮ์ 

 

 

 

เขียนเมื่อ เดือนมิถุนายน 2558

 

ซอฟียะฮ์ วะลับ  อายุ 27 ปี มีบุตรชาย 1 คน อายุ 8 ปี

 

          ดิฉันเข้ารับอิสลาม เมื่อเดือนมิถุนายน 2557  บ้านเกิดอยู่ จ.นครพนม เข้ามาอยู่ กทม. 11-12 ปี จนเรียนจบปริญญาตรี สาขาการบัญชี ที่มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี โดยการกู้เงิน กยศ. เรียนไปทำงานไปด้วย ดิฉันได้ทำงานเป็นเลขาตัวแทนของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งประมาณ 1 ปี และได้ย้ายที่ทำงานมาเป็นเสมียนเกี่ยวกับเครื่องประดับ มีบุตรชาย 1 คนอายุ 8 ปี เพิ่งทำสุนัต และเข้ารับอิสลามเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา 

 

          ดิฉันเริ่มสนใจอิสลามเมื่อปี 2556  โดยศึกษาจากการอ่านในอินเตอร์เน็ต ค้นคว้าและศึกษาจนมีความศรัทธา จึงอยากจะศึกษาต่อ ตอนนั้นดิฉันไม่รู้จะทำอย่างไร และบังเอิญไปอ่านเจอข้อความหนึ่งว่า "หากต้องการที่จะศึกษาอิสลามอย่างแท้จริง และทำให้ถูกตอบรับ และถูกต้อง ควรเข้ารับอิสลามเสียก่อน" ข้อความนี้ทำให้ดิฉันอยากเข้ารับอิสลามมาก

 

ดิฉันมีเพื่อนที่เรียนมาเป็นมุสลิม(แต่ก่อนไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนคนนี้เป็นมุสลิม เพราะเธอไม่สวมฮิญาบ) จึงไปหาเพื่อเพื่อให้เพื่อนช่วย 

และบอกเพื่อว่า "ต้องการเข้ารับอิสลาม"

เพื่อนก็ตกใจ และถามซ้ำย้ำคำว่า "แน่ใจหรือเปล่า ศาสนาอิสลาม ศาสนาของเราไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกันนะ"

     จากคำพูดของเพื่อน ทำให้ดิฉันรู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น เพราะในใจคิดว่าจากคนที่ดูเหมือนจะไม่สนใจ หรือเคร่งอะไรเกี่ยวกับศาสนา ยังรักและปกป้องศาสนาตัวเองเลย ไม่เหมือนศาสนาอื่น 

ดิฉันจึงตอบไปว่า "แน่ใจมาก และเราได้ศึกษามาก่อนหน้านี้ แต่ไม่มีใครรู้ แม้แต่ครอบครัว"

     เพื่อนจึงพาดิฉันไปพบอิหม่ามที่มัสยิดท่าอิฐ จ.นนทบุรี ก่อนที่จะเข้ารับอิสลาม ได้บอกแม่ไว้แล้ว และแม่บอกว่า แล้วแต่เราโตแล้วคิดเองได้ แต่พอเข้ารับอิสลามเรียบร้อย กล่าวคำปฏิญาณตนแล้วจึงกลับไปบอกแม่อีกครั้งหนึ่ง พร้อมแต่งกายแบบมุสลิมะฮ์ 

แม่ตกใจมาก และถามว่า "คิดดีแล้วหรือที่ทิ้งแม่และครอบครัว แม่ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนศาสนาจริงๆ นึกว่าพูดเล่น มันเร็วไปหรือเปล่า"

          หลังจากนั้นแม่ไม่พูด ไม่ติดต่อกันเป็นเดือน จนติดต่อได้แม่ยอมพูดด้วย แต่ก็มีแต่คำด่า และพูดเหมือนดิฉันเป็นลูกอกตัญญู จนทุกวันนี้ความยุ่งยากและความลำบากเริ่มตามมา ซึ่งเป็นบททดสอบที่ทุกคนต้องเจอ ช่วงนั้นดิฉันพักอยู่ที่ตลิ่งชัน ไม่มีมุสลิมเลย และหาอาหารฮาลาลไม่ได้ และการเดินทางไปเรียนที่ท่าอิฐ ต้องใช้เวลานั่งรถเมล์ 2 ชั่วโมง รถติดมาก ซึ่งจะไปเรียนทุกวันอาทิตย์ และจะซื้ออาหารฮาลาลมาเก็บไว้ เพราะวันธรรมดาต้องไปทำงานจะหาอาหารกินยาก และพยายามหาห้องเช่าที่มีมุสลิมอยู่เยอะๆ แต่ก็หาไม่ได้ จนมาพบที่เรียนศาสนาอีกที่หนึ่ง ที่มัสยิดมหานาค และได้เจอเพื่อนที่เป็นมุสลิมใหม่เหมือนกัน  จึงชวนมาเช่าห้องด้วยกัน และชวนมาทำงานด้วยกัน จะได้สะดวกในการเดินทางมากขึ้น เพราะเราเป็นมุสลิมะฮ์ไม่ควรที่จะเดินทางไปไหนไกลๆและดึกๆ ดิฉันจึงตัดสินใจย้ายงานมาอยู่กับเพื่อน ทำงานเป็นแคชเชียร์ร้านเฟรชมาร์ค เจ้าของร้านเป็นมุสลิม ดิฉันดีใจมากค่ะถึงแม้เงินเดือนจะน้อยกว่าเดิม แต่ดิฉันก็ภูมิใจและเต็มใจที่จะรับในสิ่งนั้น (จากเดิม 15,000 ลดลงเหลือ 10,000 บาท)

          หลังจากรับอิสลาม 6 เดือน ได้แต่งงานกับคนนราธิวาส เขาบอกว่ารับดิฉันได้ทุกอย่าง เพราะดิฉันมีลูกติด 1 คน และเขาจะช่วยเรื่องการศึกษา โดยให้ดิฉันมาอยู่ที่นราธิวาส และเขาจะดูแลดิฉันเองค่ะ สามีเป็นชาวประมง ออกเรือหาปลากับครอบครัว ฐานะค่อนข้างยากจน แต่ดิฉันไม่ได้คิดเรื่องนั้น ดิฉันคิดแต่อยากจะศึกษาต่อ และพาลูกมารับอิสลามด้วยกัน ดิฉันแต่งงานได้ 2-3 เดือน จึงติดต่อแม่ พยายามคุยกับแม่เพื่อที่จะพาลุกมาเข้ารับอิสลาม จนกระทั่งแม่ยอมใจอ่อน 

          และมีคำพูดว่า "จะไปอยู่ได้นานสักเท่าไหร่กันเชียว ที่นั่นไม่ใช่ศาสนาของเรา ไม่ใช่ถิ่นของเรา ผิดบ้าน ผิดผีปู่ย่าตายาย ไม่เคยมีใครเป็นแบบนี้ ที่เรียนมาจบมาเสียเปล่า ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย"

          สิ่งที่แม่ได้พูดไว้ ทำให้ดิฉันต้องสู้ และอยากจะพิสูจน์กับตัวเองให้แม่ได้เห็นว่า เราได้เดินถูกทางแล้ว จึงได้ปรึกษากับสามีและวางแผนจะเก็บเงินสักก้อนหนึ่งเพื่อปลูกบ้าน ใกล้ๆกับบ้านแม่ แต่ตอนนี้สามีออกเรือกับที่บ้าน อยากมีเรือประมงเล็กๆหาปลาเอง

          ดิฉันได้ทำอาชีพเสริม โดยขายข้าวเกรียบ สัปดาห์ละ 2 วัน ค่าแรงวันละ 200 บาท เพราะต้องพลัดเปลี่ยนให้คนอื่นได้ขายด้วย  ตอนนี้กำลังเก็บเงินเพื่อจะผ่อนรถจักรยานยนต์ เพื่อใช้เป็นพาหนะไปเรียนอัลกุรอาน(กีรออาตี) เพราะทุกครั้งที่ไปเรียนต้องยืมรถจักรยานยนต์จากญาติ เพื่อจะได้ไปสมาคมเดือนละครั้ง

          ดิฉันไม่ได้หวังอะไร นอกจากได้มาอยู่ที่มีมุสลิม อยู่ในหนทางของอัลลอฮ์ และอยากจะเป็นที่รักของพระองคื อยู่ในหนทางของพระองค์ตลอดไป และอยากจะศึกษาอิสลามไปเรื่อยๆ เท่าที่ความสามารถมีอยู่ อินชาอัลลอฮ์

 

 

ขออัลลอฮ์  ประทานความเข้มแข็งให้กับพวกเธอ ประทานทางนำที่ถูกต้อง และให้ลูกเป็นเด็กที่ดี(ซอและห์)อยู่ในหลักการอิสลาม

ขออัลลอฮ์  ประทานความช่วยเหลือให้กับมุสลิมใหม่ที่มีความตั้งใจในการเข้ารับอิสลาม ให้พวกเธอได้อยู่อย่างพอเพียงในแบบที่พระองค์ทรงพอพระทัย

ขอพอัลลอฮ์  คุ้มครองพวกเธอให้ปลอดภัย และประทานความรู้ที่ถูกต้องให้กับพวกเธอและลูกๆของเธอด้วยเถิด  

อามีนญารอบบัลอาลามีน