ทุกศาสนาเหมือนกันหรือ ?
  จำนวนคนเข้าชม  2387

 

ทุกศาสนาเหมือนกันหรือ ?

 

อาบีดีณ โยธาสมุทร เรียบเรียง

 

มีคนกล่าวว่า “ทุกๆ ศาสนาเท่าเทียมกัน และสอนให้เป็นคนดีเหมือนกัน” ...จริงหรือ ? ช่วยพิจารณาประเด็นต่างๆต่อไป....

 

          คนที่เชื่อว่าพระเจ้าต้องมีเพียงหนึ่งเดียว เนื่องจากผลงานการสร้างและระบบระเบียบที่สรรพสิ่งต่างๆดำเนินอยู่นั้น ได้บ่งบอกไว้เช่นนั้นอย่างชัดเจน  จะเท่ากันกับ คนที่บอกว่าการเป็นเจ้านั้น คืออำนาจร่วมที่มีการจัดสรรแบ่งปันกันออกเป็นสามภาค หรือจะเท่ากันกับคนที่ไม่ได้เชื่อมั่นอย่างชัดเจนอะไรเลยว่าตกลงมีพระเจ้าหรือเปล่า ? ...ตกลงฉันเกิดมาได้ไง ? ด้วยความบังเอิญอย่างนั้นหรือ ? ถ้าอย่างงั้นทำไมความบังเอิญมันถึงสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ออกมาได้มีประสิทธิภาพและลงตัวขนาดนี้ อย่างกับว่าผ่านการวางแผนมาอย่างดีและรัดกุมแล้วไม่มีผิด 

 

          หรือเกิดมาได้ด้วยกับสิ่งที่ไม่เป็นแม้แต่อะไรสักอย่าง เป็นแค่นามธรรมเป็นแค่ชื่อเรียกของระเบียบและกฏเกณฑ์ ที่เขาเรียกขานกันกว่า ธรรมชาติ ? ถ้าเป็นอย่างนั้นก็แปลกน่าดู ของที่ไม่เป็นแม้แต่อะไร ไม่รู้ว่ามีชีวิตหรือเปล่า เป็นแค่ชื่อเรียกเฉยๆ ไม่มีตัวตน ทำไมจึงสามารถสร้างสรรค์ผลงานอันแสนวิจิตรจนเป็นที่ประจักษ์ออกมาได้ขนาดนี้ ?

 

กลุ่มคนที่กล่าวถึงทั้งหมดนี้จะอยู่ในสถานะที่เท่าเทียมกันกระนั้นหรือ ?

         คนที่เชื่อว่าผู้ที่ครอบครองสิทธ์โดยชอบในการได้รับการสรรเสริญ ยกย่อง ให้เกียรติ เทิดทูน เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่คนเราจะวอนขอ อธิฐาน กราบไหว้ ขอประทานการอภัย ยำเกรง รัก มอบหมาย ฝากเนื้อฝากตัว ฝากใจ ฝากอนาคต ฝากปัจจุบัน ฝากอดีต ฝากทุกอย่างไว้ และอื่นๆ นอกเหนือไปจากนี้ที่ไม่สามารถกล่าวไว้ได้หมดอย่างครบถ้วน ณ ที่นี้ คือ “พระเจ้า” เท่านั้น เพราะ...

 มีแต่ผู้ที่เป็นพระเจ้าเท่านั้นที่จะมีเกียรติมากพอสำหรับเรื่องราวเหล่านี้ 

 มีแต่ผู้ที่เป็นพระเจ้าเท่านั้นที่จะมีความสามารถมากพอคู่ควรที่จำทำเรื่องนี้

       ♦ มีแต่ผู้ที่เป็นพระเจ้าเท่านั้นที่จะเป็นผู้ที่มีความสมบูรณ์ในตัว ไม่ต้องการพึ่งพาอาศัยใคร ไม่ต้องการให้ใครมาช่วยจึงทรงอยู่ในสภาพที่พร้อมจะให้ พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างไม่หมดสิ้น

       ♦ มีแต่เฉพาะผู้ที่เป็นพระเจ้าเท่านั้นแหละที่จะเป็นผู้ที่มีความยุติธรรมอย่างสมบูรณ์ ซึ่งความเป็นธรรมอันสมบูรณ์ของพระองค์ไม่ได้ทำให้ความเมตตาของพระองค์บกพร่องลง และเช่นเดียวกันความเมตตาอันไพศาลของพระองค์ก็ไม่ได้ส่งผลทำให้ความยุติธรรมของพระองค์ลดน้อยลงเลยด้วย พระองค์จึงเป็นผู้เดียวที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้ที่ให้การเคารพยำเกรง รัก เทิดทูนและมุ่งหวัง

      ♦ มีแต่ผู้ที่เป็นพระเจ้าเท่านั้นที่จะเป็นผู้ที่มีเหตุผลอันลึกซึ้งและเหมาะสมอย่างที่สุดในทุกๆสิ่งที่ทรงกระทำ ในทุกเรื่องที่ทรงรับสั่งและในทุกอย่างที่ได้ทรงสรรสร้างเอาไว้ ดังนั้นพระองค์เท่านั้นจึงเป็นผู้เดียวที่คู่ควรต่อการที่คนเราจะให้การมอบหมายและฝากทุกสิ่งทุกอย่างไว้

       ♦ มีแต่ผู้ที่เป็นพระเจ้าเท่านั้นที่รู้จักคนเราดียิ่งกว่าตัวของแต่ละคนเองเสียอีก ทรงได้ยินทุกอย่างจากเรา ทรงเห็นทุกอย่างที่เรากระทำ ทรงรู้ถึงความจริงใจของเราที่มีต่อพระองค์ และทรงรู้ถึงความละเลยและความบกพร่องที่เกิดขึ้นจากเรา ทรงสัจจริงในคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับพวกเรา ดังนั้น จึงมีแค่พระองค์ ผู้ที่เป็น “พระเจ้า” เท่านั้นที่เหมาะสมต่อการที่คนเราจะทำการสารภาพผิด ขอการอภัยโทษและมุ่งหวังในการตอบแทน


         คนที่เชื่อมั่นเช่นนี้จะเท่ากันกับ... คนที่มองว่าสิทธิในเรื่องราวที่ได้กล่าวไปนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว สิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระเจ้าก็มีสิทธ์ ว่ากันไปตามความรัก ความชอบ และความปรารถนาของผู้ปฏิบัติ วันไหนนึกอยากจะบอกว่า ก้อนหินคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีสิทธ์ถูกต้องที่จะถูกกราบไว้วอนขอ ก็พากันไปลดตัวให้ก้อนหิน วันไหนอยากจะบอกว่า หมูสามหาง หมาสามหัว ต้นโพธิ์ใบสีขาวมีสิทธ์จะได้รับการคาดหวังและมอบหมาย ฝากทุกสิ่งทุกอย่างไว้ให้ ก็เฮกันไปก้มหัวให้ด้วยความเต็มใจ วันไหนอยากจะบอกว่า “คนด้วยกัน” ก็มีสิทธ์ในเรื่องนี้ นายหล่อนายเท่ห์ นายมีไสตล์ นายมันสุดเลิศประเสริฐศรี ฉันขอกราบ ขอฝากลูกฝากหลานฝากอนาคต ขอศิริมงคลให้ชีวิตรุ่งโรจน์ ให้อนาคตก้าวไกล ประสบความสำเร็จ ขึ้นสวรรค์กันถ้วนหน้า ขอความเมตตาขอให้นายปลดเปลื้องบาปให้ฉันหน่อยจะได้ไหม ก็ว่ากันไปตามความรู้ที่โง่เขลา 

        ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่ยกขึ้นมาพูดถึงนี้ ไม่ได้มีความเหมาะสมคู่ควรกับพฤติกรรมเหล่านั้นเลย มันยังต้องการอาศัยคนอื่นเพื่อให้สามารถอยู่รอดต่อไปได้ มันยังต้องการพึ่งพาปัจจัยต่างๆ รอบกายหรือแม้แต่ในกายของมันเอง เพื่อให้ได้มีชีวิตอยู่ต่อ หรือไม่มันก็เป็นเพียงเศษซากที่ไร้ซึ่งความสามารถและไร้ซึ่งอำนาจใดๆ ไร้ซึ่งชีวิต ไม่ได้ยิน พูดไม่ได้ มองไม่เห็น ช่วยอะไรใครไม่ได้เพราะตัวเองก็ยังช่วยตัวเองไม่ได้เหมือนกัน.....กลุ่มคนเหล่านี้ กับกลุ่มคนที่ศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวจะอยู่ในฐานะที่เท่าเทียมกัน...หรือ ?

        หรือว่าคนที่ลบหลู่พระเจ้า กล่าวหาว่าพระเจ้าอ่อนด้อย ไร้ความสามารถ ต้องมีลูกต้องมีทายาทคอยสืบทอดอำนาจของตน ต้องมีลูกคอยเป็นตัวแทนให้ และลูกมีฐานะทัดเทียมกับตัวเอง คอยแย่งอำนาจ คอยถ่วงดุลอำนาจ คอยค้ำจุลอำนาจของตน

          กับคนที่ให้เกียรติพระเจ้าอย่างคู่ควรและเหมาะสมกับพระเกียรติยศของพระองค์ เชื่อว่าพระเจ้าคือ “พระเจ้า” มีอำนาจเบ็ดเสร็จ มีกำลังอันสมบูรณ์ ยิ่งใหญ่สูงส่ง ไม่ต้องพึ่งใครทั้งสิ้น แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับล้วนต้องพึ่งพาพระองค์ ทรงมีแค่องค์เดียว ไม่ให้กำเนิดทายาท และไม่ได้เป็นผลมาจากการให้กำเนิด อีกทั้งยังไม่มีทางมีผู้ใดทั้งสิ้นเสมอเหมือนและทัดเทียมกับพระองค์อีกด้วย

คนสองคนนี้จะอยู่ในสถานะที่เท่าเทียมกันอย่างนั้นหรือ ?

จงใช้สติปัญญาที่มี คิดและพิจารณาดูให้ดีเถิด...


قُلْ يَا أَيُّهَا النَّاسُ قَدْ جَاءَكُمُ الْحَقُّ مِن رَّبِّكُمْ ۖ فَمَنِ اهْتَدَىٰ فَإِنَّمَا يَهْتَدِي لِنَفْسِهِ ۖ وَمَن ضَلَّ فَإِنَّمَا يَضِلُّ عَلَيْهَا ۖ وَمَا أَنَا عَلَيْكُم بِوَكِيلٍ [١٠:١٠٨]


          Say: "O ye men! Now Truth hath reached you from your Lord! those who receive guidance, do so for the good of their own souls; those who stray, do so to their own loss: and I am not (set) over you to arrange your affairs."

"จงพูดว่า มวลชนทั้งหลาย แน่นอนว่าสัจธรรมจากพระเจ้าของพวกเจ้าได้มาถึงพวกเจ้าแล้ว

ดังนั้น ใครก็ตามที่ปฏิบัติตามการแนะนำ แน่นอนว่าการดำเนินตนตามคำแนะนำของเขาก็ย่อมเป็นผลดีแก่ตัวของเขาเอง

และใครก็ตามที่หลงออกไปจากเส้นทาง แน่นอนว่าการหลงทางของเขาก็ย่อมเป็นผลร้ายแก่ตัวของเขาเอง

และฉันเองก็มิใช่ผู้ที่รับผิดชอบดูแลพวกเจ้าแต่อย่างใด"

(อัลกุรอาน/ยูนุส/๑๐๘)

วะศ้อลลัลลอฮุอลามุฮัมหมัด วะอาลิฮีวะศ่อฺบิฮฺ