ตามอัลกุรอานอย่างเดียวได้ใหม ?
  จำนวนคนเข้าชม  3381


ตามอัลกุรอานอย่างเดียวได้ใหม ?


แปลและเรียบเรียง  อบูชีส
 


          จำเป็นแก่มุสลิมทุกคนที่จะศรัทธาในฮะดิษต่างๆ ของท่านร่อซูล  ทั้งหมด หากฮะดิษเหล่านั้นถูกต้อง และไม่ให้ปฏิเสธสิ่งใดจากมัน เพราะฮะดิษต่างๆ และซุนนะห์ของท่านร่อซูล  เป็นวะฮีย์มาจากอัลลอฮ์  ซึ่งผู้ใดที่ปฏิเสธฮะดิษของท่านร่อซูล  ก็เท่ากับว่าเขาปฏิเสธวะฮีย์จากอัลลอฮ์ 

อัลลอฮ์  ตรัสความว่า :
 


“ขอสาบานด้วยดวงดาวเมื่อมันคล้อยตกลงมา สหาย(มุฮัมมัด) ของพวกเจ้ามิได้หลงผิดและเชื่อมั่นในทางที่ผิด

และเขามิได้พูดตามอารมณ์ อัลกุรอานมิใช่อื่นใดนอกจากเป็นวะฮีย์ ที่ถูกประทานลงมา

ผู้ทรงพลังอำนาจอันมากมาย (ญิบรีล) ได้สอนเขา ผู้ทรงพลังอันแข็งแรง ดังนั้นเขาจึงปรากฎในสภาพที่แท้จริง”

النجم / 1 -6 .

          แน่นอนอัลลอฮ์  ทรงบังคับมนุษย์ให้เชื่อฟังนบี  ของพระองค์ และสั่งใช้ในเรื่องดังกล่าวในหลายๆ อายะห์จากอัลกุรอาน ดังที่ตรัสไว้บางส่วนคือ :

“ จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ว่า พวกท่านจงเชื่อฟังอัลลอฮ์และร่อซูลเถิด แต่ถ้าพวกเขาผินหลังให้

แท้จริงอัลลอฮ์นั้นไม่ทรงชอบผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย”

آل عمران / 32

“ ผู้ใดเชื่อฟังร่อซูล แน่นอนเขาก็เชื่อฟังอัลลอฮฺแล้ว และผู้ใดผินหลังให้ เราก็หาได้ส่งเจ้าไปในฐานะเป็นผุ้ควบคุมพวกเขาไม่”

النساء / 80
 

“ ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! จงเชื่อฟังอัลลอฮฺ และเชื่อฟังร่อซูลเถิด และผู้ปกครองในหมู่พวกเจ้าด้วย

แต่ถ้าพวกเจ้าขัดแย้งกันในสิ่งใด ก็จงนำสิ่งนั่นกลับไปยังอัลลอฮฺ และร่อซูล

หากพวกเจ้าศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันปรโลก นั่นแหละเป็นสิ่งที่ดียิ่งและเป็นการกลับไป ที่สวยยิ่ง”

 النساء / 59 

“ และพวกเจ้าจงดำรงละหมาด และจงบริจาคอัซซะกาฮ์ และจงเชื่อฟังปฏิบัติตามอัลร่อซูล เพื่อพวกเจ้าจะได้รับควาเมตตา”

النور / 56
 

ยังมีอีกมากมายหลายอายะห์  และผู้ที่ปฏิเสธซุนนะห์ คือ กาเฟร ตกศาสนา

 


          ท่านอิหม่ามสะยูตีย์ ร่อฮิมะฮุลลอฮ์ กล่าวไว้ใน ริซาละห์ของท่าน : “กุญแจแห่งสรวงสวรรค์ในการอ้างหลักฐานด้วยซุนนะห์” ว่า

         พึงรู้เถิด –ขออัลลอฮ์เมตตาท่าน- แท้จริงผู้ที่ปฏิเสธฮะดิษของท่านร่อซูล  ไม่ว่าจะเป็นคำพูด หรือ การกระทำ โดยมีเงื่อนไขว่า รู้จักหลักฐานในสิ่งที่เป็นรากฐานทั้งหลาย ถือว่าเขานั้นเป็นผู้ปฏิเสธ(กาเฟร) ออกจากอิสลาม และถูกฟื้นคืนชีพพร้อมกับยิว และคริสเตียน และพร้อมกับกลุ่มที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์จากกลุ่มต่างๆ ที่ปฏิเสธ และบรรดาผู้ต้องการยึดกุรอานแต่เพียงอย่างเดียว ถูกเรียกว่า “กุรอานียูน” และมัสฮับของพวกเขานั้นมีมานาน ท่านร่อซูล  ได้เตือนถึงกลุ่มนี้ไว้ในหลายฮะดิษ ดังที่จะกล่าวต่อไปในคำพูดของชัยคุลอิสลาม และจากหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดบนความล้มเหลวของมัสฮับนี้ คือแท้จริงแล้วเขาเป็นผู้พูดเอง แต่กลับไม่รู้จักเอง
 


          เขาจะละหมาดกันอย่างไร ? มีละหมาดอะไรบ้างในกลางวันและกลางคืน ? มีสภาพอะไรบ้างที่จำเป็นต้องจ่ายซะกาต ? และพิกัดของมันคืออะไร ? และจำนวนเท่าไหร่ที่จำเป็นต้องจ่ายซะกาต ? แล้วพวกเขาจะทำฮัจย์อย่างไร อุมเราะห์อย่างไร ? ต้องตอวาฟกี่รอบ ? และต้องสะแอระหว่างซอฟาและมัรวะกี่เที่ยว ?

 


          และยังมีกฏเกณฑ์อื่นๆอีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวรายระเอียดไว้ในอัลกุรอาน แท้ที่จริงถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอานคร่าวๆเท่านั้น และท่านร่อซูล  ได้มาอธิบายด้วยกับซุนนะห์ของท่าน หากพวกเขาได้ทิ้งการปฏิบัติด้วยกับกฎเกณฑ์ต่างๆนี้ด้วยกับหลักฐานว่าไม่มีในกุรอานกระนั้นหรือ ?


     หากคำตอบ คือ : ใช่ แน่นอนว่าพวกเขาตัดสินตัวของพวกเขาเองว่าเป็นกาเฟร เพราะเขาปฏิเสธสิ่งที่ทุกคนต่างรู้ดี และบรรดามุสลิมต่างเห็นพ้องเป็นมติเอกฉันท์


     หากคำตอบคือ : ไม่ พวกเขาไม่ได้ทิ้งการปฏิบัติด้วยกับกฏเกณฑ์ต่างๆนี้(ที่ถูกระบุในซุนนะห์) แน่นอนว่าพวกเขาก็ตัดสินว่ามัสฮับของพวกเขาโมฆะเอง


          ท่านชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะห์กล่าวว่า (หลังจากที่ได้กล่าวถึงอายะห์ต่างๆที่ส่งเสริมให้ปฏิบัติตามท่านร่อซูล  )ไว้ว่า
 ตัวบทหลักฐานเหล่านี้บ่งบอกถึงความจำเป็นของการที่เราต้องปฏิบัติตามท่านนบี  ถึงแม้ว่าสิ่งที่ท่านนบี  กล่าวไว้นั้นเราจะไม่พบว่ามีกล่าวไว้ในอัลกุรอานอย่างชัดเจน แต่หลักฐานเหล่านี้ได้บ่งบอกว่าจำเป็นต้องปฏิบัติตามอัลกุรอาน ถึงแม้ว่าสิ่งที่ถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอาน เราจะไม่พบว่าสิ่งนั้นถูกกล่าวไว้ในหะดีษท่านนบี  ที่ไม่ได้กล่าวในอัลกุรอาน

          ดังนั้นจำเป็นที่เราจะต้องตามอัลกุรอาน และจำเป็นที่เราจะต้องตามร่อซูล  และการปฏิบัติตามสิ่งหนึ่งก็เท่ากับได้ปฏิบัติตามอีกสิ่งหนึ่งที่เหลือ เพราะแท้จริงท่านร่อซูล  คือผู้ถ่ายทอดอัลกุรอาน และกุรอานสั่งให้เชื่อฟังร่อซูล  อัลกุรอานจะไม่ขัดแย้งกับร่อซูล  เป็นอันขาด ดังเช่นที่อัลกุรอานจะไม่ขัดแย้งกันเอง 

อัลลอฮ์ ตรัสความว่า

بعضه بعضاً قال تعالى: { ولو كان من عند غير الله لوجدوا فيه اختلافاً كثيراً } ،

“และหากว่า อัลกุรอานมาจากผู้ที่ไม่ใช่อัลลอฮ์ แล้วแน่นอนพวกเขาก็จะพบว่าในนั้นมีความขัดแย้งกันมากมาย”


และฮะดิษอีกมากมายจากท่านนบี  ว่าจำเป็นต้องตามอัลกุรอาน และจำเป็นต้องตามซุนนะห์ของท่านนบี  เช่นฮะดิษที่ว่า

          “ฉันไม่พบคนใดในหมู่พวกท่านนั่งอยู่บนเก้าอี้ของเขา การงานที่เป็นคำสั่งของฉันมายังเขาจากสิ่งที่ฉันสั่งใช้ หรือห้ามปรามจากมัน เขาจะกล่าวว่า เบื้องหน้าเรากับท่านมีอัลกุรอานแล้ว ดังนั้นกุรอานว่าฮะลาลเราก็บอกฮะลาล เราเจอในกุรอานว่าฮะรอมเราก็บอกฮะรอม(ก็พอแล้ว) พึงรู้เถิดแท้จริงฉันถูกมอบอัลกุรอานและสิ่งที่เหมือนอัลกุรอานมาพร้อมกัน(ฮะดิษ)"


          (ฮะดิษนี้อยู่ในตำราสุนันและมุสนัดต่างๆ ที่มีร่องรอยมาจากท่านนบี ในหลายๆแง่มุมจากฮะดิษ อบีษะอ์ละบะห์ และอบีรอเฟียะอ์ และอบีฮุรอยเราะห์และท่านอื่นๆ)


บันทึกในซ่อเฮียะห์มุสลิม จากฮะดิษของญาบิร ท่านนบี ได้กล่าวไว้ในคุฏบะห์อำลาว่า

" وقد تركت فيكم ما إن تمسكتم به لن تضلوا بعده كتاب الله تعالى "

"แน่นอนฉันได้ทิ้งไว้แก่พวกท่าน ตราบใดที่พวกท่านยังยึดมันไว้ พวกท่านจะไม่มีวันหลงทางหลังจากนี้ กิตาบุลลอฮ์ ตะอาลา (อัลกุรอาน)"


( وللحاكم : " كتاب الله وسنتي " صححه الألباني في صحيح الجامع 2937 )

และในบันทึกของฮากิม “กิตาบุลลอฮ์ และซุนนะห์ของฉัน” ชัยค์อัลบานีกล่าวว่าซ่อเฮียะห์


          ซุนนะห์ของท่านร่อซูล  ได้มาอธิบายอัลกุรอาน ดังเช่นซุนนะห์ได้อธิบายจำนวนของการละหมาดต่างๆ และจำนวนการอ่านในละหมาด เสียงดัง เสียงค่อย และได้มาอธิบายฟัรฏูต่างๆของการจ่ายซะกาต และพิกัดของมัน ดังเช่นได้มาอธิบายพิธีกรรมฮัจญ์และอุมเราะห์ และจำนวนการฏอวาฟและสะแอ การขว้างเสาหิน และอื่นๆอีกมากมาย


          ในซุนนะห์นี้ เมื่อได้รับการยืนยันแล้ว แท้จริงบรรดามุสลิมทั้งหมดก็ต่างเห็นพ้องว่าจำเป็นจะต้องปฏิบัติตาม และบางทีจากซุนนะห์ของท่านนบี  ไม่ชัดเจนกับตัวบทผิวเผินของอัลกุอาน และเพิ่มเติมขึ้นมา เช่นซุนนะห์ที่มาอธิบายเรื่องพิกัดของการขโมย และจำเป็นต้องเฆี่ยนผู้ทำซินาที่ยังไม่ได้แต่งงาน ซุนนะเหล่านี้นั้นก็จำเป็นต้องตาม ดังเช่นเหล่าซอฮาบะห์ ตาบิอีน ที่พวกเขาได้รับความดีงามและมุสลิมคนอื่นๆ


"ดังนั้นสิ่งที่ร่อซูล นำมาคือสัจธรรม ดังเช่น อัลกุรอาน คือสัจธรรม"




 http://islamqa.info/ar/9067