ถ้อยคำบรรพชน 4 อิบนิกอยยิม
  จำนวนคนเข้าชม  877

ถ้อยคำบรรพชน 4

 

อุมมุ อุ้ลยา แปลและเรียบเรียง

 

ถ้อยคำ อิมาม อิบนิล ก็อยยิม อัลเญาซียะฮฺ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ



(เวลา)
คือสิ่งที่ส่งผลร้ายที่สุดแก่ผู้เป็นบ่าวประการหนึ่ง 
เนื่องเพราะความยาวนาน และการอยู่ว่าง

เพราะหัวใจ จะไม่ถูกปล่อยให้อยู่เฉย 

หากหัวใจไม่พัวพันอยู่กับสิ่งที่ยังประโยชน์แล้ว หัวใจก็มักพันผูกอยู่กับสิ่งที่ให้โทษ 

ผู้เป็นบ่าวจะยังคงกระทำความผิด จนกระทั่งความผิดเหล่านั้นดูเป็นเรื่องง่ายดาย 

และเป็นเรื่องเล็กน้อยภายในหัวใจของเขา

นี่แหละคือ สัญญาณแห่งความวิบัติ เพราะเมื่อใดที่ความผิดบาป (แลดู) เล็กน้อยในสายตาของบ่าว

เมื่อนั้น มันคือเรื่องหนักหนา ณ ที่อัลลอฮฺ  

( อัลญะวาบ อัลกาฟี) 

 



แท้จริง ผู้คนจะเจริญรอยตามบรรดาผู้มีความรู้และผู้เค่งครัดในการทำอิบาดะฮฺ 

แต่หากผู้รู้เป็นคนไม่ดี คนทำอิบาดะห์เป็นคนไม่รู้แล้วละก็ 

บะลาอฺ (ภัยพิบัติ) จะแผ่ปกคลุมไปทั่ว เนื่องเพราะบุคคลสองประเภทนี้  

ฟิตนะฮฺ (ความสับสนวุ่นวาย) จะทวีความรุนแรง ทั้งกับส่วนตัวและส่วนรวม

(มิฟตาฮ ดารสะอาดะหฺ 1/160)

เมื่อผู้เป็นบ่าวต้องถูกสอบสวนคิดบัญชีในทุกสิ่ง ทั้งในการได้ยิน การมองเห็น และในหัวใจ ♥ ของเขา

ดังที่อัลลอฮฺ  ตรัสว่า :

" แท้จริง การได้ยิน (หู) ตา และหัวใจ ♥ ทั้งหมดนี้ล้วนต้องถูกสอบสวน"

( อัลอิสร็ออฺ / 36 )

จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบตนเอง ก่อนที่เขาจะโต้แย้งกับการคิดบัญชี (ที่แท้จริง)


 



หน้าที่ของหัวใจ  ถือเป็นรากฐานสำคัญ
 ส่วนหน้าที่ของอวัยวะอื่นๆ นั้น คือสิ่งติดตาม เสริมเติมให้สมบูรณ์

เพราะแท้ที่จริงแล้ว   การตั้งเจตนา อยู่ในสถานะของ “วิญญาณ”

ส่วนการประพฤติปฏิบัติ อยู่ในสถานะของร่างกาย ที่เมื่อวิญญาณแยกออกจากร่างไปแล้วก็จะไร้ชีวิต 

ดังนั้น ความรู้เกี่ยวกับกฏเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับหัวใจ

 จึงสำคัญยิ่งกว่าความรู้ในกฏเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับร่างกาย

(บะดาอิอุ้ล ฟะวาอิด 3/224)

 



ผู้ที่ถือศีลอด ไม่ได้กระทำสิ่งใดเลย 
นอกจากเพียงได้ระงับยับยั้งอารมณ์ปรารถนา อาหาร เครื่องดื่ม 
เพื่อผู้ทรงเอกสิทธิ์ ในการได้รับการเคารพภักดีเท่านั้น
 

ผู้ที่ถือศีลอดจึงหมายถึง ผู้ละทิ้งหลายสิ่งหลายอย่างอันเป็นที่รัก และเป็นความสุขความสบายของชีวิต
เพื่อแลกกับความรักของอัลลอฮฺ  และความพึงพอพระทัยของพระองค์

(ซาดุ้ล มะอ๊าด 2/27)

 



แท้จริงแล้ว บุคคลที่ประเสริฐที่สุดในการกระทำการงานใดๆ ก็คือ

♦ บุคคลที่รำลึกถึงอัลลอฮฺ  ในการงานนั้นๆ มากที่สุด

♦ ผู้ที่ถือศีลอดที่ประเสริฐที่สุด คือผู้ที่รำลึกถึงอัลลอฮฺ  มากที่สุดในการถือศีลอดของเขา

♦ ผู้ที่บริจาคทานที่ประเสริฐที่สุด คือผู้ที่รำลึกถึงอัลลอฮฺ  มากที่สุดในการบริจาคทานของเขา

♦ ผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเสริฐที่สุด คือผู้ที่รำลึกถึงอัลลอฮฺ  มากที่สุด(ในการทำฮัจญ์ของเขา)  

การงานอื่นๆ ทั้งหลายทั้งปวงก็เช่นกัน

(อัลวาบิล อัศศ็อยยิบ /152)



หากว่าทั้งปีมีคืนลัยละตุ้ลก็อดร์ อยู่ค่ำคืนหนึ่ง

 

แน่นอนว่า ฉันจะลุกขึ้น (ละหมาดในยามค่ำคืน) ตลอดทั้งปี
 

เพื่อให้ได้พบกับค่ำคืนนั้น จะเป็นอะไรไป กับเพียงแค่สิบคืน !!!




หากการงานที่กระทำโดยปราศจากความบริสุทธิ์ใจ (อิคล๊าศ) มีคุณค่ายังประโยชน์แล้วละก็

 

อัลลอฮฺ  จะไม่ทรงตำหนิติเตียนพวกหน้าไหว้หลังหลอก(มุนาฟิกีน) อย่างแน่นอน




การนึกคิดในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง นับเป็นประตูเปิดสู่ความชั่วช้าทั้งปวง

 

คนที่คิดในสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องของตน สิ่งที่เขาจำเป็นต้องเอาใจใส่ ก็จะเลือนหายไป
 

จนทำให้เรื่องที่ยังประโยชน์กับเขามากที่สุดถูกเบียดบังด้วยกับเรื่องที่ไร้ประโยชน์

 

 

 

 


¶_¶_¶_¶_¶_¶_¶_¶_¶_¶_¶_¶_¶_¶_¶_¶_¶_¶