เปลี่ยนศาสนาด้วยความเมตตาจากอัลลอฮ์
  จำนวนคนเข้าชม  1120


เปลี่ยนศาสนาด้วยความเมตตาจากอัลลอฮ์


 

คุณ วราณี ทองหยิบ (มุสลิมใหม่)

 

          ก่อนอื่นต้องของกล่าวอัสลามมุอะลัยกุม ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นมุอัลลัฟ หรือ มุสลิมใหม่(New muslim) สาเหตุที่เข้ามารับอิสลามก็เพราะแฟนเป็นมุสลิม อิสลามเป็นศาสนาที่เรียบง่ายและสวยงาม ซึ่งในตอนแรกที่ยังไม่เข้าใจ ไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับศาสนาอิสลามนั้น ดิฉันมีความคิดว่า ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ค่อนข้างดูหัวรุนแรง ทำไมถึงมีแต่การก่อการร้าย แต่แล้วความคิดทั้งหมดนี้ ก็ได้เปลี่ยนไป และได้รับความกระจ่างขึ้นเมื่อเข้ารับอิสลาม

 


          สิ่งแรกที่ดิฉันถูกทดสอบคือ ภายในจิตใจของเราเอง เพราะใจคนนั้นไม่มีใครที่จะสามารถมาบังคับกันได้ ดิฉันเชื่ออย่างนั้น ดิฉันเกิดที่เชียงใหม่ ครอบครัวนับถือ ศาสนาพุทธ พออายุได้ 6 ขวบ ก็เข้าเรียนชั้น ป.เตรียมที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากพ่อและแม่เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งอยู่ที่กรุงเทพ พอโตมา ก็ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นทั่วไป ชอบเที่ยว ชอบปาร์ตี้ เฮฮาสังสรรค์ เพื่อนชวนเฮไหน เฮนั่น ติดเพื่อนมากเลยทีเดียว


 


         แต่แล้วทุกอย่างในชีวิตก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อได้เจอกับ นายนรินทร์ บินอับดุลละ ตอนนั้นดิฉันอายุได้ 30 ปี เค้าเป็นเพื่อนร่วมงาน ทำงานที่เดียวกัน ซึ่งตอนนั้นทราบดีอยู่แล้วว่า ถ้าแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ ตัวเราเองก็ต้องเปลี่ยนศาสนาไปจากเดิม ซึ่งทางพ่อและแม่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เพราะแม่บอกว่า ลูกรักใคร แม่ก็รักด้วย บททดสอบแรกที่ต้องเจอก็คือการที่เราจะต้องเอาชนะภายใต้จิตใจของเราเอง เพื่อเปลี่ยนความคิด มาเข้ารับอิสลาม ต้องขอขอบคุณบัง ที่ไม่เคยบังคับว่าต้องรับตอนนั้น ตอนนี้ ระหว่างนั้นเอง ดิฉันได้ศึกษาวิธีการประพฤติ ปฏิบัติตัวในการเป็นมุสลิมมะฮ์ โดยเริ่มจากการอ่านหนังสือ ซึ่งในตอนนั้นอากู๋หรือ google ยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าไรในสังคม นอกจากนี้ยังทดลองถือศีลอด ในขณะที่ยังไม่ได้เข้ารับอิสลาม แต่ปรากฎว่าทำไม่ได้ ประกอบด้วยตัวเองเป็นโรคกระเพาะด้วย จึงไม่ประสบผลสำเร็จในการถือศีลอด


 


          จนกระทั่งวันสำคัญของดิฉันได้มาถึง วันนิกะห์ แล้วกล่าวชะอาดะฮฺ “อัชฮะดุ อัลลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะอัชฮะดุ อันนะ มุหัมมะดัร รอซูลลุลลอฮฺ” จากนั้นชีวิตดิฉันก็เปลี่ยนไป จากมือที่เคยห่อตูมแบบการพนมมือ ก็กลายมาเป็นมือที่แบออกเพื่อขอความเมตตาปรานีจากพระองค์ “อัลลอฮฺ” กางเกงขาสั้นกลายมาเป็นขายาว เสือแขนกุดที่เคยใส่ กลายมาเป็นเสื้อแขนยาว การถือศีลอดก็สามารถปฏิบัติได้อย่างน่าอัศจรรย์ ถึงแม้ว่าดิฉันจะเป็นโรคกระเพราะ แต่ก็ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ คงเป็นเมตตาจากอัลลอฮฺที่ทำให้ดิฉันสามารถปฏิบัติได้ ทำให้มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิมทั้งการแต่งกาย การใช้ชีวิตประจำวัน กล่าวได้ว่าดิฉันเข้ารับอิสลาม ทั้งทางด้านวัฒนธรรม ความคิด และจิตวิญญาณ



          จากวันนั้น ดิฉันเหมือนได้รับพจนานุกรมเล่มใหม่ที่ทำให้เราอยากที่จะศึกษา ค้นคว้า อยากที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลากับหัวใจที่ศรัทธามากขึ้นๆ และมากขึ้น



          จุดเปลี่ยนของดิฉันยังไม่หมดลงเพียงเท่านี้ จู่ก็เกิดเหตุการณ์ที่ต้องออกจากงานที่ทำธุรกิจร่วมกันกับพี่น้องกันเองอย่างกระทันหันพร้อมๆ กันกับบัง ตอนนั้นเคว้งคว้างเหมือนคนหลักลอย หมดสิ้นทุกสิ่ง ตอนนั้นคิดว่าตัวเองเจอมรสุมชีวิตที่หนักมาก แต่เพียงหัวใจเรายังมี “อัลลอฮฺ” ที่ทำให้ได้มีชีวิตอยู่รอด ตอนนั้นไม่เหลือใครเลย แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ไม่คิดฆ่าตัวตาย คือ “ถึงแม้ว่าไม่มีใครเรายังมีพระองค์” ที่ประทานริสกีแห่งความสุขมาให้ ทำหัวใจได้ชุ่มชื้น ไม่ท้อแท้ ไม่สิ้นหวัง จนกระทั่งดิฉันได้มีโอกาสได้ทำธุรกิจเล็กๆเป็นของตัวเอง เป็นนายตัวเอง มีความสุขแบบวิถีอิสลามที่เรียบง่าย เป็นความสุขที่เกิดขึ้นได้จากภายในใจของตัวเราเอง ซึ่งเป็นมุมมองที่แตกต่างจากตอนยังไม่ได้เข้ารับอิสลามอย่างสิ้นเชิง



          ความประทับใจหลังจากเข้ารับอิสลาม อิสลามเป็นศาสนาที่บอกทุกอย่างในการดำเนินชีวิตไว้อย่างละเอียด ให้เราได้ดำเนินชีวิตไปอย่างสันติสุข หรือแม้แต่เรื่องง่ายๆ เช่นการดื่มน้ำ เป็นต้น



          และในปี 58 ดิฉันได้มีโอกาสไปออกอีดที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือที่เรียกว่า วันฮารีรายอ เป็นวันเทศกาลเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติศาสนกิจ และแสดงความเอื้ออาทรต่อกัน ได้เห็นความรัก ความสามัคคี ความสงบ ของพี่น้องชายแดนใต้ที่มีน้ำใจไมตรีต่อกัน ซึ่งดูแล้วไม่น่ากลัวอย่างที่ปรากฏในข่าวเลย เป็นสังคมที่มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายมาก



          สุดท้ายนี้อยากฝากถึง พี่น้องทุกท่านที่กำลังจะเข้ารับอิสลาม อิสลามเป็นศาสนาที่สวยงาม เป็นศาสนาที่มีความเรียบง่ายและมีความสันติสุข พอเพียงเราเปิดใจ อัลลอฮฺจะทรงเมตตาค่ะ ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่านค่ะ อัสลามมุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุลลอฮิวะบะรอกาตุฮฺ


 

 

 

 

♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥