เหตุใดชาวนรก จึงมีผู้หญิง มากกว่า ผู้ชาย !
  จำนวนคนเข้าชม  1680


เหตุใดชาวนรก จึงมีผู้หญิง มากกว่า ผู้ชาย !

ยะห์ยา อับดุลการีม ผู้แปลและเรียบเรียง

 

มีฮะดีษจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมยืนยันว่า ชาวนรกส่วนมากเป็นสตรี

1. ชาวสวรรค์ส่วนมากเป็นคนยากจน ชาวนรกส่วนมากเป็นสตรี

فعن عِمْرَانَ بْنِ حُصَيْنٍ عَنِ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّه عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ: (اطَّلَعْتُ فِي الْجَنَّةِ فَرَأَيْتُ أَكْثَرَ أَهْلِهَا الْفُقَرَاءَ وَاطَّلَعْتُ فِي النَّارِ فَرَأَيْتُ أَكْثَرَ أَهْلِهَا النِّسَاء)َ . رواه البخاري 3241 ومسلم 2737 . 

มีรายงานจาก อิมรอน บุตร ฮุศอยนํ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

“ฉันมองดูในสวรรค์ ฉันเห็นชาวสวรรค์ส่วนมากเป็นคนยากจน ฉันมองดูในนรก ฉันเห็นชาวนรกส่วนมากเป็นสตรี”  

(บันทึกโดย บุคอรีย์ 3241 มุสลิม 2737)

 

2. การปฎิเสธความดีของสามี

         สาเหตุ เพราะอะไร ? นั้น ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ให้คำตอบไว้ จากรายงานของ ท่าน อับดุลลอฮฺ อิบนุอับบาส กล่าวว่า

        ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า ฉันถูกนำมาดูนรก ฉันไม่เคยเห็นอะไรจะน่ากลัวเท่าวันนี้มาก่อนเลย ฉันเห็นว่า ชาวนรกส่วนมากเป็นสตรี 

บรรดาศ่อฮาบะฮฺถามว่า เพราะเหตุใดหรือ? โอ้ท่านร่อซูล 

ท่านตอบว่า ด้วยสาเหตุจากการเป็น กุฟรํ ของพวกนาง 

มีผู้ถามว่า พวกนาง กุฟรํต่ออัลลอฮฺ หรือ ? 

       ท่านตอบว่า พวกนาง กุฟรํต่ออะชีร (สามี) และ กุฟรต่ออิฮฺซาน (ความดี) กล่าวคือ สมมติว่า ท่านทำความดีกับนางตลอดเวลา แต่เมื่อนางเห็นอะไรที่ไม่ดีจากท่านเพียงนิดเดียว นางก็จะกล่าวว่า ฉันไม่เคยเห็นความดีใดๆจากท่านเลยแม้แต่น้อย”

(บันทึกโดย บุคอรีย์เลขที่ 1052)

 

3. ความบกพร่องของสตรีในเรื่องไม่ให้ความเคารพและไม่ให้เกียรติสามี ความบกพร่องในเรื่องสติปัญญาและศาสนา

         มีรายงานจาก อบีสะอี๊ด อัลคุดํรี้ยฺ กล่าวว่า ในวันหนึ่งของ อีดิ้ล อัฏฮา หรือ อีดิ้ล ฟิฏริ (ผู้รายงานไม่แน่ใจ) ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ออกไปยังสถานที่ซึ่ง จัดไว้สำหรับละหมาด ท่านเดินผ่านบรรดาสตรี

       ท่านจึงกล่าวว่า “โอ้สตรีทั้งหลาย โปรดทำศ่อดะเกาะฮฺเถิด แท้จริงฉันถูกนำไปดูสถานที่ในนรกและที่นั่นผู้หญิงส่วนมากเป็นชาวนรก” 

พวกนางถามว่า ” เพราะเหตุอันใดหรือ โอ้ท่านร่อซูล ?” 

       ท่านร่อซูล ตอบว่า”เพราะพวกนาง พูดจา สาปแช่ง ด่าทอ กันมาก และ ทรยศ ขัดขืน สามี ฉันไม่เคยเห็น ผู้หญิงที่บกพร่องในเรื่องศาสนา และสติปัญญาซึ่งนางได้ทำให้ชายที่มีความสุขุมรอบคอบขาดสติ เนื่องจากคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกนาง”

       พวกนางถามว่า ” โอ้ท่านร่อซูลอะไรเล่าที่ว่าพวกเราบกพร่องในเรื่องศาสนาของเรา และบกพร่องสติปัญญาของเรา?”

       ท่านร่อซูลตอบว่า” ก็การเป็นพยานของสตรีนั้น เท่ากับครึ่งหนึ่งของ การเป็นพยานของ บุรุษ มิใช่หรือ?”(การเป็นพยานของหญิง2เท่ากับการเป็นพยานของชาย1) 

พวกนางตอบว่า “ ใช่แล้ว”

ท่านร่อซูลกล่าวว่า “นั่นแหละคือความบกพร่องของสตรีทางด้านสติปัญญา” 

ท่านร่อซูลกล่าวอีกว่า “ และเมื่อนางมีรอบเดือน นางก็ไม่ได้ละหมาด ไม่ได้ถือศิลอด มิใช่หรือ?”

พวกนางตอบว่าใช่แล้ว

ท่านร่อซูลกล่าวว่า “ นั่นแหละคือความบกพร่องของสตรีในเรื่องศาสนา”

(บันทึกโดย บุคอรีย์ 304)

 

          มีรายงานจาก ท่าน ญาบิร อิบนิ อับดิลลาฮฺกล่าวว่า ฉันไปร่วมละหมาดอีดกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านร่อซูล เริ่มละหมาดก่อนจากนั้นท่านก็กล่าว คุฏบะฮฺ โดยการละหมาดอีดนี้จะไม่มีการอะซานและอิกอมะฮฺ ท่านลุกขึ้นยืนพิงท่านบิล้าล ท่านสั่งให้เกรงกลัวอัลลอฮฺ และกล่าวส่งเสริมให้เชื่อฟัง ปฏิบัติตาม อัลลอฮฺ กล่าวตักเตือนและสั่งสอนผู้คนแล้วท่านก็ผ่านไป จนกระทั่งถึงกลุ่มสตรี ท่านได้สั่งสอนและตักเตือนพวกนาง

ท่านกล่าวว่า  "พวกเธอทั้งหลาย จงทำศ่อดะเกาะฮฺให้มากๆเถิด แท้จริงพวกเธอส่วนมากเป็นเชื้อเพลิงของไฟนรก"

มีสตรีคนหนึ่งมีผิวหน้าคล้ำเล็กน้อย นางถามว่า “เพราะอะไรเล่า โอ้ท่านร่อซูล ?”

 ท่านร่อซูล ตอบว่า  เพราะพวกเธอชอบบ่นว่ากล่าวสามี ตำหนิติเตียนสามีกันมาก และพวกเธอดื้อดึงฝ่าฝืนสามี

       ท่าน ญาบิรก็กล่าวว่า..เมื่อได้ยิน ดังนั้นพวกนางจึงเอาเครื่องประดับที่ใส่ติดตัวมาโยนใส่ผ้าที่ท่านบิล้าลปูไว้เพื่อรับศอดะเกาะฮฺ

 (บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 885)

 

          สำหรับสตรี ผู้ศรัทธา….เมื่อพวกท่านทราบ ฮะดีสนี้แล้วสมควรอย่างยื่ง ที่จะต้องกระทำตามบรรดาศ่อฮาบีย๊าต (ศ่อฮาบะฮฺหญิง) นางเหล่านั้น เมื่อทราบคำสอนจากท่านร่อซูล พวกนางก็รีบเร่งกระทำความดี เพราะการกระทำความดีนั้น เป็นเหตุให้พวกนางไม่เข้าอยู่ในกลุ่มสตรีจำนวนมากที่ท่านร่อซูลกล่าวไว้ 

 

          คำเตือน สำหรับ สตรีผู้ศรัทธาทั้งหลาย... ขอให้เธอทั้งหลายยึดมั่นอยู่กับคำสอนของ อิสลาม และสิ่งที่เป็นฟัรฎฺโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการละหมาด และการห่างไกลจากของฮะรอม และต้องตระหนักเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของ” ชิรกฺ”(หุ้นส่วนภาคีแด่อัลลอฮฺ) หลายๆรูปแบบ จะต้องห่างไกลให้มาก เพราะมักจะเกิดขึ้นในหมู่สตรี เช่นการขอความช่วยเหลือจากสิ่งอื่น นอกจากอัลลอฮฺ การทำเสน่ห์ การไปหาหมอดู เหล่านี้เป็นต้น

          ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงให้พี่น้องของเราทั้งหญิงทั้งชาย รอดพ้นจากไฟนรกด้วยเถิด 

 

ถ้าหากจะถามว่า สาเหตุอะไร ? ก็จะตอบได้ตามที่ได้กล่าวไว้ใน ฮะดีษแล้ว นั่นก็คือ 

     1- เพราะการพูดจา ด่าทอ เสียดสี ประชดประชัน สาปแช่ง พูดจาหยาบคาย สร้างความช้ำใจให้สามี

     2- ทรยศ ฝ่าฝืนสามี และ เมื่อสามีพลาดประการหนึ่งประการใดก็จะ กล่าวว่า เสมือนสามีนั้น ไม่เคยมีความดีใดๆอยู่เลย

 

ท่านเชคฺบินบาซได้กล่าวตักเตือนเหล่าสตรีไว้ว่า

          ขอให้เกรงกลัวอัลลอฮฺ ตะอาลา มากๆ ขอให้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องศาสนาและให้ความสนใจในคัมภีร์อัลกุรอานต้องอ่านและพิจารณาความหมาย และนึกคิดตรึกตรอง แล้วนำมาปฏิบัติ และจงสนใจใน ซุนนะฮฺ แบบฉบับของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มากๆ โดยหาความเข้าใจจากการอธิบายของผู้มีวิชาความรู้ ผู้ที่อยู่ในแนวทางอิสลามอันเที่ยงตรง จนกระทั่ง ได้รับทราบความจริงที่ว่าอิสลามนั้นให้เกียรติสตรี และไม่ดูถูกเหยียดหยามสตรี แท้จริงผู้ชายนั้ เป็นผู้คอยรับใช้สตรีเพราะผู้ชายนั้นแข็งแรงกว่า 

ดังที่อัลลอฮฺ  ตรัสว่า 

الرِّجَالُ قَوَّامُونَ عَلَى النِّسَاء[النساء: 34]،     “ผู้ชายทั้งหลาย แข็งแกร่งกว่า ผู้หญิง”

 (อันนิซาอฺ 4 อายะฮฺ 34)

คำว่า “แข็งแกร่งกว่า” มีความหมายว่าอย่างไร ?

        หมายถึง คอยรับใช้ หมายถึงกระทำตามที่นางต้องการ หมายถึง ให้เกียรติแก่สตรี แสวงหาและ เสียสละ ในสิ่งที่จะมาเป็นประโยชน์สุขของสตรี และคอยรักษาปกป้องพวกนางไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ชายเจ้าเล่ห์ นางมีเกียรติและศักดิ์ศรีที่จะต้องได้รับการเอาใจใส่ดูแลคุ้มครอง ศาสนาอิสลามได้มอบเกียรติยศและศักดิ์ศรีให้แก่พวกนาง 

ดังที่อัลลอฮฺ  ได้ตรัสไว้ว่า

          “และจงประจำอยู่ ในบ้านเรือนของ พวกเธอ(อย่าออกนอกบ้านเว้นแต่เมื่อจำเป็น) และอย่าเปลือย เปิดเผยความงามของพวกเธอ เช่นการเปิดเผย ความงามของพวกสตรียุคงมงาย(ญาฮิลียะฮฺ) ในยุคก่อนอิสลาม (และเช่นเดียวกับการกระทำของสตรีส่วนมากในยุคนี้ที่ชอบเปิดเผยเรือนร่าง)

          และจง ดำรงการละหมาด และจ่ายซะกาต และจงเชื่อฟังและปฏิบัติตามอัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์ แท้จริง อัลลอฮฺทรงมีคำสั่งนี้ เพียงเพื่อต้องการ ที่จะขจัดความสกปรก ออกไปจากพวกเจ้า โอ้สมาชิก ของวงษ์ตระกูล นบี และทรงประสงค์ที่จะ ขัดเกลาพวกเจ้าให้สะอาด บริสุทธิ์”

(อัลอะฮฺซาบ 33 อายะฮฺ 33)

 

          ข้อความในอายะฮฺนี้ อัลลอฮฺทรง ให้สตรีอยู่ในบ้าน เพื่อจะได้ห่างไกลจากความชั่วร้าย แต่ถ้าหากมีธุระจำเป็นจะต้องออกไปข้างนอกก็จะต้องปกปิดร่างกายให้เรียบร้อย ไม่โป้เปลือย แล้วออกไปเช่น ไปบ้านสามี ไปบ้านเพื่อนบ้านด้วยอนุมัติของสามี อย่างนี้ก็ไม่เป็นไร แต่การออกนอกบ้าน โดยไม่มีความจำเป็นนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควร เพราะเป็นการเสนอตัวไปสู่ ” ฟิตนะฮฺ” (สิ่งเลวร้าย)และ ปัญหาต่างๆ ดังนั้นการอยู่กับบ้านจึงเป็นสิ่งที่ดีกว่าเหมาะสมกว่า 

ด้วยเหตุดังกล่าว อัลลอฮฺ  จึงตรัสว่า

وَقَرْنَ فِي بُيُوتِكُنَّ وَلَا تَبَرَّجْنَ تَبَرُّجَ الْجَاهِلِيَّةِ الْأُولَى 

          “และจงประจำอยู่ ในบ้านเรือนของ พวกเธอ(อย่าออกนอกบ้านเว้นแต่เมื่อจำเป็น) และอย่าอวดโฉมเปิดเผยความงามของพวกเธอ เช่นการเปิดเผย ความงามของพวกสตรียุคงมงาย (ญาฮิลียะฮฺ) ในยุคก่อนอิสลาม”

 

          คำว่า “เปลือย” หมายถึง เปิดเผยสัดส่วน ความงาม และสิ่งที่จะก่อให้เกิดฟิตนะฮฺขึ้น ในความรู้สึกของผู้คน เช่น เปิดเผยใบหน้า เปิดเผยหน้าอก และอื่นๆ เช่นน่อง หรือเรียวขาหรือเสียงกริ่ง กำไล และเครื่องมือต่างๆที่จะสร้าง ฟิตนะฮฺ ให้เกิดขึ้นได้ หรือการเปิดเผย เครื่องประดับ โดย ประดับไว้ภายนอกทำให้ผู้คนเห็นได้ชัด เช่นจี้เพชร จี้ทองเข็มขัดทอง ที่ติดเอาไว้ภายนอก ของ เสื้อผ้าชุดที่ใส่ โดยไม่มีสิ่งใดปกปิด

 

          จุดมุ่งหมายของคำว่า "อวดโฉม" ก็คือโชว์ความสวยงาม และสิ่งที่จะให้ก่อเกิด ฟิตนะฮ ถ้าหากผู้ชายเห็นหรือได้ยินเสียง ดังนั้นอัลลอฮฺจึงตรัสว่า

 

وَإِذَا سَأَلْتُمُوهُنَّ مَتَاعًا فَاسْأَلُوهُنَّ مِن وَرَاء حِجَابٍ ذَلِكُمْ أَطْهَرُ لِقُلُوبِكُمْ وَقُلُوبِهِنَّ[الأحزاب: 53]، 

          “และเมื่อพวกเจ้า ขอสิ่งของใดๆ (เช่นเครื่องใช้เล็กๆน้อย)จากพวกนาง ก็จงขอพวกนาง จากหลัง ม่าน เช่นนี้แหละเป็นการบริสุทธิ์อย่างยิ่ง แก่จิตใจของพวกเจ้า และจิตใจของพวกนางเป็นที่ ชัดเจนว่าการกระทำ เช่นนี้ สะอาด บริสุทธิ์แก่ทุกคน ปลอดภัยแก่ทุกท่าน แล้วจะมีการให้เกียรติอย่างใดดียิ่งกว่านี้ อีกหรือ?” 

 (อัลอะฮฺซาบ 33 อายะฮฺ 53)

และ อัลลอฮฺ  ตรัสว่า

 

وَلَا يُبْدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا لِبُعُولَتِهِنَّ أَوْ آبَائِهِنَّ أَوْ آبَاء بُعُولَتِهِنََّ.... الآية[النور: 31

          “และอย่าให้พวกเธอเปิดเผย เครื่องประดับของพวกเธอ(ต้องปกปิดชุดสื้อผ้าที่ฉูดฉาด แล้วคลุมตั้งแต่ศรีษะลงมา ตลอดทั้งปิดใบหน้า ลำคอ ช่วงอก ลำตัว ตลอดร่างกาย เพราะสิ่งเหล่านี้ก่อ ให้เกิด ฟิตนะฮฺ) เว้นแต่ แก่สามีของพวกเธอ หรือ บิดา ของพวกเธอ หรือบิดา ของสามีของพวกเธอ (จนกระทั่งจบอายะฮฺ)”

 

(อันนูร 24 อายะฮฺ 31)

         ดังกล่าวนี้ มิใช่อะไรอื่น นอกเสียจากแสดงว่าการเปิดเผยสัดส่วนต่อหน้าคนอื่นที่ไม่ใช่มะฮฺรอม อันตรายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายหรือน้องชาย ของสามี หรือว่า สามีของพี่สาวหรือน้องสาว ก็ตาม
 

          ดังนั้น สุภาพสตรี พึงทราบเถิดว่า อัลลอฮฺทรงให้เกียรติพวกเธอ ทรงใช้ให้ทำดีต่อพวกเธอ และปกป้องคุ้มครองรักษาพวกเธอ และทรงรักษาให้พวกเธอห่างไกล จาก ฟิตนะฮฺ ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้พวกเธอจงน้อมรับไว้เถิด

 

والله ولي التوفيق