บทเรียนของการทำฮัจญ์
  จำนวนคนเข้าชม  257


คุฏบะห์ บทเรียนของการทำฮัจย์

 โดย...ชัยค์อับดุรร๊อซซ๊าก อัลบัดร์

แปลเรียบเรียง อบูชีส

 

          โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ฉันขอสั่งเสียพวกท่านและตัวของฉันให้ยำเกรงต่ออัลลอฮ์  ตะอาลา เพราะพระองค์ทรงจ้องมองดูเราอยู่ทั้งที่ลับและที่แจ้ง  แท้จริงความยำเกรงต่ออัลลอฮ์นั้น คือ หนทางแห่งความสำเร็จ และเป็นสาเหตุแห่งชัยชนะทั้งดุนยาและอาคิเราะห์

          และพึงรู้เถิดบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย   แท้จริงการทำฮัจย์นั้นคือ สัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่หนึ่งในอิสลาม ทว่ามันคือองค์ประกอบสำคัญหนึ่ง(รุกุ่น)อิสลาม ในฮัจย์นั้นมีผลประโยชน์มากมาย และคุณประโยชน์ที่หลากหลายเกินกว่าจะกล่าวถึงทั้งหมดได้ 

         แน่นอนว่าอัลลอฮ์ทรงให้เกียรติอย่างสูงแก่บ่าวผู้ศรัทธาของพระองค์ให้ได้ไปประกอบการเคารพเชื่อฟังและดำรงไว้ซึ่งพิธีกรรมอันสูงส่งนี้ในช่วงเวลาอันน้อยนิด ดังนั้นเราหวังจากอัลลอฮ์ ตะอาลา จะทรงตอบรับการงานของบรรดาผู้ทำฮัจย์ บัยตุลลอฮ์ และได้รับการอภัยโทษจากความผิดบาปทั้งหลายของพวกเขา และขอพระองค์ทรงช่วยเหลือทั้งหมดให้อยู่บนการเชื่อฟังต่อพระองค์บนสิ่งที่พระองค์ทรงรักและพอพระทัย ด้วยเถิด 

 

        โอ้บ่าวของอัลลอฮ์  จำเป็นต่อเราทั้งหลายที่จะต้องเรียนรู้ว่าแท้จริงแล้วการทำฮัจญ์ คือ โรงเรียนที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ในโรงเรียนนั้นผู้ศรัทธาจะได้รับการอบรมบ่มเพาะ ผู้ที่ยำเกรงจะได้รับรู้ถึงบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ และข้อเตือนใจที่ลึกซึ้ง และหลักฐานที่กินใจ  และมันคือสิ่งสำคัญในการเพิ่มพูนหลักศรัทธา และสร้างความเชื่อมันให้เรายึดมั่นในศาสนานี้อย่างมั่นคง  บทเรียนในการทำฮัจย์มีมากมายเกินที่จะกล่าวได้ทั้งหมด แต่จะขอกล่าวโดยสรุปไว้ดังนี้ 

 

         ♥ การทำฮัจย์ เป็นการยืนยันบทบาทของความเป็นบ่าวโดยสมบูรณ์ เพราะการทำฮัจย์ ต้องมีความนอบน้อม ถ่อมตน ยอมตนต่ออัลลอฮ์ ผู้ที่ทำฮัจย์จะนำตัวเขาออกจากความผาสุกของดุนยาอพยพไปสู่ความภักดีต่อพระเจ้าของเขา ละทิ้งทรัพย์สิน ครอบครัว บ้านเมือง เสื้อผ้าที่สวยงามของเขาเพื่อสวมใส่ชุดเอี๊ยะห์รอม  เปิดศีรษะนอบน้อมต่ออัลลอฮ์  ละทิ้งน้ำหอมและการร่วมหลับนอนกับภรรยา  นำพาตัวไปสู่หลักการด้วยหัวใจที่ยำเกรง ดวงตาที่เจิ่งนองไปด้วยกับน้ำตา และลิ้นที่กล่าวรำลึกและหวังความเมตตากลัวต่อการลงโทษของพระผู้อภิบาล และภายใต้ความรู้สึกต่างๆของพวกเขาอยู่ในถ้อยคำที่ว่าลับบัยกัลลอฮุมม่า ”  ความหมายคือ 

          (ข้าพระองค์ตอบรับคำเชิญของพระองค์แล้วปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ พร้อมที่จะรับหน้าทีในการเคารพเชื่อฟังต่อพระองค์ ยอมตนต่อพระองค์โดยไม่ปฏิเสธและลังเล

 

          ♥ การทำฮัจญ์ คือการยืนหยัดอยู่ในการรำลึกนึกถึงอัลลอฮ์  และการรำลึกถึงอัลลอฮ์ คือ เป้าหมายสูงสุดในทุกๆอิบาดะห์  อิบาดะห์ทั้งหลายจะไม่ถูกวางบทบัญญัติเว้นแต่มีไว้เพื่อรำลึกนึกถึงคำสั่งของพระองค์ และเข้าใกล้ชิดต่อพระองค์ และการทำฮัจย์ทั้งหมด คือการรำลึกนึกถึงอัลลอฮ์ 

ดังที่อัลลอฮ์ ตรัสไว้ว่า 

﴿ لِيَشْهَدُوا مَنَافِعَ لَهُمْ وَيَذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ فِي أَيَّامٍ مَعْلُومَاتٍ [الحج:٢٨

เพื่อพวกเขาจะได้มาร่วม เป็นพยานในผลประโยชน์ของพวกเขา และกล่าวพระนามอัลลอฮ์ในวันที่รู้กันอยู่แล้ว” 

 

อัลลอฮ์ ตรัสไว้อีกว่า  :

﴿ لَيْسَ عَلَيْكُمْ جُنَاحٌ أَنْ تَبْتَغُوا فَضْلًا مِنْ رَبِّكُمْ فَإِذَا أَفَضْتُمْ مِنْ عَرَفَاتٍ فَاذْكُرُوا اللَّهَ عِنْدَ الْمَشْعَرِ الْحَرَامِ وَاذْكُرُوهُ كَمَا هَدَاكُمْ وَإِنْ كُنْتُمْ مِنْ قَبْلِهِ لَمِنَ الضَّالِّينَ [البقرة:١٩٨]

          "ไม่มีโทษใด แก่พวกเจ้า การที่พวกเจ้าจะแสดวงหาความกรุณาอย่างหนึ่งอย่างใดจากพระเจ้าของพวกเจ้า ครั้นเมื่อพวกเจ้าได้หลั่งไหล กันออกจากอะเราะฟาดแล้ว ก็จงกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮ์ อัล-มัชระริลฮะรอม และจงกล่าวรำลึกถึงพระองค์  ดังที่พระองค์ได้ทรงแนะนำพวกเจ้าไว้ และแท้จริงก่อนหน้านั้น พวกเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ที่หลงทาง

          ไม่ว่าจะเป็นการตอวาฟรอบกะอ์บะ หรือการสะแอระหว่างภูเขาศอฟาและมัรวะห์ หรือการขว้างเสาหิน หรือพิธีกรรมทั้งหลายของฮัจย์ ล้วนแล้วแต่ถูกวางบทบัญญัติเพื่อเป็นการรำลึกนึกถึงอัลลอฮ์ และด้วยเหตุนี้จึงเป็นการชี้ให้เห็นถึงความสูงส่งของการรำลึกถึงอัลลอฮ์ และตำแหน่งอันสูงส่งของมัน เพราะมันคือเจตนารมณ์ของการทำอิบาดะห์ทั้งหมด   

 

          ♥ การทำฮัจญ์นั้น โอ้บ่าวของอัลลอฮ์ทั้งหลาย มันคือประตูที่เปิดต้อนรับการกลับเนื้อกลับตัวไปสู่อัลลอฮ์ การมุ่งหน้าสู่พระองค์  คือการลบล้างความผิดบาปและยกสถานะของบ่าว  คือการปลดปล่อยบ่าวให้รอดจากไฟนรก  

روى مسلم في صحيحه أن النبي صلى الله عليه وسلم قال لعمرو بن العاص رضي الله عنه عند إسلامه: ((أَمَا عَلِمْتَ أَنَّ الْإِسْلَامَ يَهْدِمُ مَا كَانَ قَبْلَهُ ، وَأَنَّ الْهِجْرَةَ تَهْدِمُ مَا كَانَ قَبْلِهَا ، وَأَنَّ الْحَجَّ يَهْدِمُ مَا كَانَ قَبْلَهُ )) . 

          ดังมีรายงานที่ถูกบันทึกในศ่อเฮียะห์ของอิหม่ามมุสลิม  แท้จริงท่านนบี ศ็อลลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวแก่ อัมร์ บิน อ๊าศ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮู่  ขณะที่เขาเข้ารับอิสลามว่า :    

ท่านไม่รู้หรือว่า แท้จริงอิสลามนั้นจะมาลบล้างการกระทำผิดก่อนหน้า

และการอพยพจะลบล้างความผิดก่อนหน้า และการทำฮัจย์นั้นจะลบล้างความผิดก่อนหน้า

 

          ♥ การทำฮัจย์  เป็นการทบทวนประวัติศาสตร์อันสวยงามแก่หัวใจของผู้ศรัทธาทุกคน  ให้เขาได้จินตนาการในช่วงเวลาที่เขากำลังทำฮัจย์ ในช่วงที่เขาได้ผ่านสถานที่ต่างๆ ได้รำลึกนึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษของพวกเรา นั่นก็คือ นบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม  รำลึกถึงการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ของท่านนบีอิบรอฮีม  การอพยพของท่าน และบทบาทในการเป็นบ่าวที่รู้คุณของท่าน และความรักอันยิ่งใหญ่ของท่านต่ออัลลอฮ์เหนือตัวของท่าน  และรำลึกถึงบททดสอบอันยิ่งใหญ่ที่ท่านได้ประสบ และเกียรติยศกับตำแหน่งอันสูงส่งของท่าน  และรำลึกถึงการประกาศของท่านในการประกอบพิธีฮัจย์ และดุอาของท่านแก่ชาวมักกะห์   

อัลลอฮ์ตะอาลา ตรัสไว้ว่า :

﴿ رَبِّ اجْعَلْ هَذَا بَلَدًا آمِنًا وَارْزُقْ أَهْلَهُ مِنَ الثَّمَرَاتِ مَنْ آمَنَ مِنْهُمْ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الْآخِرِ [البقرة:١٢٦]

          “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์โปรดทรงให้ที่นี่เป็นเมืองที่ปลอดภัย และประทานบรรดาผลไม้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่ชาวเมืองนั้นด้วย คือผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และวันปรโลกจากพวกเขา

           ด้วยกับดุอาของท่านนบีที่มีความจำเริญเราจึงได้เห็นร่องรอยของการดุอานั้นตราบจนทุกวันนี้

         ♦ และผู้ทำฮัจย์สมควรระลึกการอพยพของมารดาของเรานั่นก็คือ ท่านหญิงฮาญัร  ซึ่งในขณะที่นางได้วิ่งระหว่างสองภูเขา ศอฟาและมัรวะห์เพื่อที่จะหาน้ำดื่มมาประทังชีวิต  และดื่มเพื่อให้นางได้มีน้ำนมเพื่อให้ลูกน้อยได้ดื่มกิน นั่นก็คือ นบีอิสมาอีล อะลัยฮิสสลาม  และการเดินระหว่างสองภูเขาในวันนั้น กลายมาเป็นแบบฉบับและเป็นองค์ประกอบสำคัญในพิธีฮัจย์ในวันนี้ 

          ♦ และผู้ที่ทำฮัจย์จะได้รำลึกถึงบิดาของเราอีกท่านหนึ่งก็คือ นบีอิสมาอีล อะลัยฮิสสลาม เมื่อเขาผ่านกะอ์บะก็จะนึกถึงการมีส่วนร่วมของนบีอิสมาอีล ในการสร้างกะอ์บะกับพ่อของท่าน คือนบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม 

﴿ وَإِذْ يَرْفَعُ إِبْرَاهِيمُ الْقَوَاعِدَ مِنَ الْبَيْتِ وَإِسْمَاعِيلُ رَبَّنَا تَقَبَّلْ مِنَّا إِنَّكَ أَنْتَ السَّمِيعُ الْعَلِيمُ [البقرة:١٢٧]

          และจงรำลึกถึงขณะที่อิบรอฮีมและอิสมาอีล ได้ก่อฐานของบ้านหลังนั้น ให้สูงขึ้น (ทั้งสองได้กล่าววิงวอนว่า) ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของพวกข้าพระองค์โปรดรับ(งาน) จากพวกข้าพระองค์ด้วยเถิด แท้จริงพระองค์นั้นทรงได้ยินและทรงรอบรู้

          ♦ และได้รำลึกถึงความกตัญญูรู้คุณของท่านนบีอิสมาอีลต่อผู้เป็นพ่อเชื่อฟังพ่อในสิ่งที่นำมาบอกว่าอัลลอฮ์ได้สั่งให้เชือดเขา ไม่เกิดผลกระทบใดแก่นบีอิสมาอีล เว้นแต่รีบเร่งตอบรับคำสั่งนั้นทันทีด้วยการยอมจำนน นี่คือสุดยอดแห่งความกตัญญูและการเชื่อฟังต่ออัลลอฮ์ที่สมบูรณ์แบบ  

فَلَمَّا بَلَغَ مَعَهُ السَّعْيَ قَالَ يَا بُنَيَّ إِنِّي أَرَى فِي الْمَنَامِ أَنِّي أَذْبَحُكَ فَانظُرْ مَاذَا تَرَى قَالَ يَا أَبَتِ افْعَلْ مَا تُؤْمَرُ سَتَجِدُنِي إِن شَاء اللَّهُ مِنَ الصَّابِرِينَ

ครั้นเมื่อเขา (อิสมาอีล) เติบโตขึ้นไปไหนมาไหนกับเขา (อิบรอฮีม) ได้แล้ว 

       อิบรอฮีมได้กล่าวขึ้นว่าโอ้ลูกเอ๋ย ! แท้จริงพ่อได้เห็นในขณะฝันว่า พ่อได้เชือดเจ้า จงคิดดูซิว่าเจ้าจะเห็นเป็นอย่างไร? “ 

       เขากล่าวว่าโอ่พ่อจ๋า! พ่อจงปฏิบัติตามที่พ่อได้ถูกบัญชามาเถิด หากอัลลอฮฺทรงประสงค์ พ่อจะเห็นฉันว่า ฉันอยู่ในหมู่ผู้มีความอดทน 

103   فَلَمَّا أَسْلَمَا وَتَلَّهُ لِلْجَبِينِ

ครั้นเมื่อทั้งสอง (พ่อและลูก) ได้ยอมมอบตน (แด่อัลลอฮฺ) อิบรอฮีมได้ให้อีสมาอีลคว่ำหน้าลงกับพื้น

104  وَنَادَيْنَاهُ أَنْ يَا إِبْرَاهِيمُ

และเราได้เรียกเขาว่าโอ้ อิบรอฮีมเอ๋ย! “

105   قَدْ صَدَّقْتَ الرُّؤْيَا إِنَّا كَذَلِكَ نَجْزِي الْمُحْسِنِينَ 

แน่นอน เจ้าได้ปฏิบัติถูกต้องตามฝันแล้วแท้จริง เช่นนั้นแหละเราจะตอบแทนผู้กระทำความดีทั้งหลาย

106  إِنَّ هَذَا لَهُوَ الْبَلَاء الْمُبِينُ

แท้จริง นั่นคือ การทดสอบที่ชัดแจ้งแน่นอน

107  وَفَدَيْنَاهُ بِذِبْحٍ عَظِيمٍ

 และเราได้ให้ค่าไถ่ตัวเขาด้วยสัตว์เชือดพลีอันใหญ่หลวง

108    وَتَرَكْنَا عَلَيْهِ فِي الْآخِرِينَ

และเราได้ปล่อยทิ้งไว้ (เกียรติคุณ) แก่เขาในกลุ่มชนรุ่นหลัง

109   سَلَامٌ عَلَى إِبْرَاهِيمَ

ศานติจงมีแต่อิบรอฮีม

110   كَذَلِكَ نَجْزِي الْمُحْسِنِينَ

เช่นนั้นแหละ เราจะตอบแทนผู้กระทำความดีทั้งหลาย

 

         ♦ และผู้ที่ทำฮัจย์จะได้รำลึกถึงว่า แท้จริงเมืองมักกะห์นั้นคือบ้านเกิดเมืองนอนของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ท่านเกิดและเติบโตที่นั่น ที่นั่นคือสถานที่ลงมาของวะฮีย์  เป็นสถานที่จำรัสแสงแห่งอิสลาม ซึ่งมาดับความมืดมนทั้งหลาย  และจะได้รำลึกว่าที่นั่นคือสถานที่มีความจำเริญ   บรรดาคนดีทั้งหลายได้เคยแวะเวียนผ่านไปไม่ว่าบรรดานบี บรรดาศาสนทูต และบรรดาคนดีๆทั้งหลาย 

 

         เพื่อเป็นการสร้างความรู้ถึงสายโซ่อันมีเกียรติที่ยืดยาวกันมาอย่างต่อเนื่อง  และจะได้รำลึกถึงเกียรติประวัติของเหล่าศอฮาบะห์ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุม ที่ได้ปกปักษ์รักษาศาสนา ปกป้องช่วยเหลือ และได้รับบททดสอบอย่างหนักหน่วงในหนทางแห่งการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม    และจะได้รำลึกถึงว่า  แท้จริงกะอ์บะนี้ เป็นบ้านหลังแรกที่ถูกสร้างขึ้นแก่มนุษย์ชาติ และมีความจำเริญ อีกทั้งยังเป็นทางนำให้แก่สากลโลก   

อัลลอฮ์ตรัสไว้ว่า

﴿ فِيهِ آيَاتٌ بَيِّنَاتٌ مَقَامُ إِبْرَاهِيمَ [آل عمران:٩٧]

ในบ้านนั้น มีหลายสัญญาณที่ชัดแจ้ง(ส่วนหนึ่งนั้น)คือมะกอมอิบรอฮีม

 

          ♦ และในช่วงเวลาแห่งการรำลึกอันสวยงามนี้ ผู้ศรัทธาก็เกิดความรู้สึกผูกพันกับสิ่งทีมีเกียรติ  ที่ผุดขึ้นมาในหัวใจที่นำเขาไปสู่ความรักแก่บรรพชนที่ทรงเกียรติ และพยายามปฏิบัติตามร่องรอยบนแนวทางของพวกเขา  และด้วยกับดังกล่าวนั้น

          โอ้บ่าวของอัลลอฮ์ทั้งหลาย  ผู้ที่ไปทำฮัจย์จะได้รับกำไรอย่างมากมายและยิ่งใหญ่ในการทำฮัจย์ของเขา และกลับมาจากฮัจย์ด้วยกับผลประโยชน์และกำไรอย่างมากมาย  ดังนั้นการทำฮัจย์มันคือโรงเรียนอบรมการศรัทธา(อีหม่าน) ผู้ที่ศรัทธาผู้ที่มีความยำเกรงจะจบออกจากโรงเรียนแห่งนั้นหลังจากที่เขาได้ร่วมกับเป็นประจักษ์พะยานในการรับผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่และบทเรียนอันมากมายและข้อเตือนใจอันลึกซึ้งจากฮัจย์ของเขา  และจะทำให้หัวใจมีชีวิตชีวาเกิดความยำเกรงและอีหม่านและเพิ่มพูนความเชื่อมั่น  

 ดังที่อัลลอฮ์ได้ตรัสไว้ว่า 

, يقول الله تبارك وتعالى: ﴿ وَأَذِّنْ فِي النَّاسِ بِالْحَجِّ يَأْتُوكَ رِجَالًا وَعَلَى كُلِّ ضَامِرٍ يَأْتِينَ مِنْ كُلِّ فَجٍّ عَمِيقٍ (27) لِيَشْهَدُوا مَنَافِعَ لَهُمْ [الحج:٢٧٢٨]  .

        “และจงประกาศแก่มนุษย์ทั่วไปเพื่อการทำฮัจญ์ พวกเขาจะมาหาเจ้าโดยทางเท้า และโดยทางอูฐเพรียวทุกตัว จะมาจากทางไกลทุกทิศทาง  เพื่อพวกเขาจะได้มาร่วม เป็นพยานในผลประโยชน์ของพวกเขา

 

          พึงรู้เถิด แท้จริงสิ่งผู้ทำฮัจย์จะต้องรำลึกนึกถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันแห่งการรวมตัวของผู้ประกอบพิธีฮัจย์ทั้งหลาย ทุ่งอะรอฟะห์ มันเปรียบเสมือนการรวมตัวในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ และวันแห่งการสอบสวน วันที่มนุษย์จะยืนหยุดอยู่ และถูกต้อนมารวมตัวกันในสถานที่เดียว และยืนอยู่ต่อหน้าอัลลอฮ์ ตะอาลา พวกเขาจะมองดูบัญชีของพวกเขาว่าพวกเขาจะกลับไปในสภาพแห่งความสุขหรือความทุกข์  ไปสวรรค์ หรือ ไปนรก 

 

         เมื่อบรรดาผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ได้เห็นความเบียดเสียดยัดเยียดของผู้คนในวันอะรอฟะห์ เห็นผู้คนต่างเดินเหมือนเกลียวคลื่นมุ่งหน้าสู่สถานที่เดียวกัน ด้วยกับสิ่งที่เหมือนกัน ไม่ปิดศีรษะ ไม่สวมใส่เสื้อผ้าใดๆนอกจาก แค่ผ้าสองชิ้น  ปราศจากความผาสุกใดๆในดุนยา    รำลึกนึกถึงแต่วันที่ยิ่งใหญ่คือวันอาคิเราะห์  วันที่มนุษย์ทุกคนจะกลับไปยังพระเจ้าของพวกเขา  วันที่ทุกคนจะถูกต้อนรวมกันให้ไปอยู่ต่อหน้าพระผู้อภิบาลของพวกเขาไม่มีรองเท้า ไม่มีเสื้อผ้า   ดวงตาทั้งหลายก็ต่างจ้องมองไปยังการงานของแต่ละคนที่ได้ประกอบเอาไว้   

        ดังนั้นการงานเหล่านี้มันได้ส่งผลทำให้เรามีการเตรียมตัวสำหรับโลกอาคิเราะห์และเตรียมเสบียงเอาไว้ในวันสุดท้าย  และจะนำไปสู่การมองความผาสุกในโลกดุนยาแห่งนี้ว่ามันคือเรื่องเล็ก และไม่ยึดติดอยู่กับมัน  ดังที่อัลลอฮ์ตะอาลา ตรัสเอาไว้ในซูเราะห์อัลฮัจญ์ว่า 

 ﴿وَتَزَوَّدُوا فَإِنَّ خَيْرَ الزَّادِ التَّقْوَى وَاتَّقُونِ يَا أُولِي الْأَلْبَابِ [البقرة:١٩٧]  . 

 

และพวกเจ้าจงเตรียมเสบียงเถิด แท้จริงเสบียงที่ดีที่สุดนั้น คือ ความยำเกรง

และพวกเจ้าจงยำเกรงข้าเถิด โอ้ ผู้มีปัญญาทั้งหลาย!”