แผนการล่อลวงมนุษย์ของชัยฏอน
  จำนวนคนเข้าชม  441


แผนการล่อลวงมนุษย์ของชัยฏอน

 

อาจารย์ยาซิร กรีมี

 

          เราต้องไม่ลืมว่าการดำเนินชีวิตบนโลกดุนยานี้ถือเป็นทางผ่านเพื่อเดินทางไปสู่โลกแห่งความยั่งยืน นั่นคือโลกอาคิเราะฮฺ ...เริ่มตั้งแต่วันที่อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงสร้างท่านนบีอาดัม ภารกิจหลักของมนุษย์ก็คือ ให้มนุษย์เคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ ตะอาลาเพียงองค์เดียวเท่านั้น ดังนั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ ตะอาลาโดยไม่มีอุปสรรค เพราะอุปสรรคมันมีอยู่มาตั้งแต่สมัยท่านนบีอาดัม และมันจะยังคงมีอยู่ต่อไปจวบจนถึงวันกิยามะฮฺ อุปสรรคนั้นก็คือ การล่อลวงของอิบลีสและพลพรรคของมันนั่นคือ ชัยฏอน

 

          วันที่ท่านนบีอาดัมถูกสั่งให้ลงมาจากสวนสวรรค์สู่พื้นโลก ก็เนื่องด้วยน้ำมือของอิบลีส เพราะมันได้ฝ่าฝืนอัลลอฮฺ ตะอาลาตั้งแต่อยู่บนสวรรค์ โดยที่พระองค์ได้ทรงสั่งให้ทำการสุญูดต่อท่านนบีอาดัม ซึ่งมะลาอิกะฮฺทั้งหมดสุญูดต่อท่านนบีอาดัม ยกเว้นอิบลีสที่ไม่สุญูด เพราะมันโอหัง มันจึงฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮฺ ตะอาลา ตั้งแต่นั้น อิบลีสจึงถูกขับไล่และเป็นปรปักษ์กับมนุษย์ตลอดมา ซึ่งอัลลอฮฺ ตะอาลาได้ทรงเล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัลอะอฺรอฟ อายะฮฺ 11 – 16 พระองค์ตรัสว่า

 

وَلَقَدْ خَلَقْنَاكُمْ ثُمَّ صَوَّرْنَاكُمْ ثُمَّ قُلْنَا لِلْمَلَائِكَةِ اسْجُدُوا لِآدَمَ فَسَجَدُوا إِلَّا إِبْلِيسَ لَمْ يَكُن مِّنَ السَّاجِدِينَ (11)قَالَ مَا مَنَعَكَ أَلَّا تَسْجُدَ إِذْ أَمَرْتُكَ ۖ قَالَ أَنَا خَيْرٌ مِّنْهُ خَلَقْتَنِي مِن نَّارٍ وَخَلَقْتَهُ مِن طِينٍ (12) قَالَ فَاهْبِطْ مِنْهَا فَمَا يَكُونُ لَكَ أَن تَتَكَبَّرَ فِيهَا فَاخْرُجْ إِنَّكَ مِنَ الصَّاغِرِينَ (13) قَالَ أَنظِرْنِي إِلَىٰ يَوْمِ يُبْعَثُونَ (14) قَالَ إِنَّكَ مِنَ الْمُنظَرِينَ (15) قَالَ فَبِمَا أَغْوَيْتَنِي لَأَقْعُدَنَّ لَهُمْ صِرَاطَكَ الْمُسْتَقِيمَ (16)

 

และแท้จริง เราได้บังเกิดพวกเจ้า แล้วเราได้ให้พวกเจ้าเป็นรูปร่าง แล้วเราได้กล่าวแก่มลาอิกะฮฺว่า จงสุญูดอาดัมเถิด 

แล้วพวกเขาก็สุญูดกัน นอกจากอิบลีสเท่านั้น ไม่ปรากฎว่ามันอยู่ในบรรดาผู้สุญูด(11) 

พระองค์ตรัสว่า อะไรที่ขัดขวางเจ้า ไม่ให้เจ้าสุญูดขณะที่ข้าได้ใช้เจ้า 

มันกล่าวว่า ข้าพระองค์ดีกว่าเขา โดยที่พระองค์ทรงบังเกิดข้ามาจากจากไฟ และได้บังเกิดเขามาจากดิน (12) 

พระองค์ตรัสว่า จงลงจากสวน(สวรรค์)ไป ไม่สมควรแก่เจ้าที่จะทำโอหัง ออกไปให้พ้น แท้จริงเจ้านั้นอยู่ในหมู่ผู้ต่ำต้อย (13) 

มันกล่าวว่า โปรดผ่อนผันข้าพระองค์จนถึงวันที่พวกเขา(ท่านนบีอาดัมและลูกหลาน)ถูกฟื้นคืนชีพ (14) 

พระองค์ตรัสว่า แท้จริงเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ที่ได้รับการผ่อนผัน (15) 

มันกล่าวว่า ด้วยเหตุที่พระองค์ให้ข้าพระองค์ตกอยู่ในความหลงผิด(ไม่อภัยให้มันและขับไล่มัน) แน่นอนข้าพระองค์จะนั่งขวางกั้นพวกเขา ซึ่งทางอันเที่ยงตรงของพระองค์ (16)”

 

          พระองค์ทรงสั่งให้อิบลีสสุญูดต่อท่านนบีอาดัม แต่มันไม่ยอมสุญูด พระองค์จะทรงลงโทษมัน แต่มันกลับผยองขอต่ออัลลอฮฺ ตะอาลาว่า อย่าเพิ่งจัดการกับมัน มันขอเวลาจนถึงวันกิยามะฮฺ อัลลอฮฺตะอาลาก็ทรงอนุญาต พระองค์ทรงประวิงเวลาให้มัน แต่เมื่อพระองค์ทรงประวิงเวลาให้แล้ว อิบลีสก็ยังไม่พอใจ มันยังหันมาต่อปากต่อคำกับอัลลอฮฺ ตะอาลา มันบอกว่าในเมื่อพระองค์ให้มันหลงทางแล้ว มันขอสัญญาว่าจะนั่งขวางทางของพระองค์ หมายถึงคอยขัดขวางทางของศาสนา เป้าหมายของมันก็คือคอยล่อลวง คอยชักจูงมนุษย์ให้หันห่างออกจากทางของอัลอิสลาม

 

อัลลอฮฺ ตะอาลาตรัสในซูเราะฮฺอัลอะอฺรอฟ อายะฮฺที่17 ว่า

ثُمَّ لَآتِيَنَّهُم مِّن بَيْنِ أَيْدِيهِمْ وَمِنْ خَلْفِهِمْ وَعَنْ أَيْمَانِهِمْ وَعَن شَمَائِلِهِمْ ۖ وَلَا تَجِدُ أَكْثَرَهُمْ شَاكِرِينَ (17)

          “และข้าพระองค์จะมายังพวกเขา จากเบื้องหน้าของพวกเขา และจากเบื้องหลังของพวกเขา และจากเบื้องขวาของพวกเขา และจากเบื้องซ้ายของพวกเขา และพระองค์จะไม่ทรงพบว่าส่วนมากของพวกเขานั้นเป็นผู้ขอบคุณ

 

          ชัยฏอนสัญญาไว้ว่า จะมาล่อลวง มาชักจูงมนุษย์ให้หันห่างออกจากทางของอัลอิสลามในทุกรูปแบบ ในอัลกุรอานบอกว่าอิบลีสและพลพรรคชัยฏอนจะมาทางเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องขวา เบื้องซ้ายของพวกเรา ซึ่งนักตัฟซีรได้พิจารณาอายะฮฺนี้ว่า ชัยฏอนจะมาทางเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องขวา เบื้องซ้าย แต่ไม่มีคำว่าเบื้องบน เหตุที่ไม่มีคำว่าเบื้องบน หมายความว่า เบื้องบนนั้นเป็นที่ที่ประทานวะฮีย์ลงมา ชัยฏอนจึงไม่สามารถมาหามนุษย์ทางเบื้องบนได้

 

ดังนั้นเราควรมาทำความเข้าใจ มารู้ว่าแผนการล่อลวงมนุษย์ของชัยฏอนนั้นมีอย่างไร

 

          ท่านอิบนุล กอยยิม อัลเญาซีย์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่านอิบนุ ตัยมียะฮฺ ได้บอกว่าชัยฏอนมีแผนการล่อลวงมนุษย์ 6 ขั้นตอน โดยที่มันไม่เคยหมดหวังในการล่อลวงมนุษย์ เป้าหมายของมันคือ อย่างน้อยที่สุดให้มนุษย์หันเหออกจากการปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้องของอัลอิสลาม แต่ถ้าเปลี่ยนศาสนาได้นั่นคือเป้าหมายสูงสุด

 

แผนการล่อลวงมนุษย์ของชัยฏอนทั้ง 6 ขั้นตอนมีดังนี้ 

 

          ขั้นตอนที่หนึ่ง ชัยฏอนต้องการเปลี่ยนมนุษย์ที่มีอีมานให้ไปสู่การกุฟุร(การปฏิเสธศรัทธา) เราเป็นมุสลิม เป็นมุอ์มิน ข้อนี้จึงยากที่ชัยฏอนจะมาล่อลวงให้เราทำชิริก หรือทำให้เราตกสภาพกลายเป็นกาเฟร(ผู้ปฏิเสธศรัทธา)

 

          ขั้นตอนที่สอง เมื่อชัยฏอนไม่สามารถล่อลวงมนุษย์ในข้อที่หนึ่งได้ มันก็ยังไม่สิ้นหวัง มันจะใช้แผนการขั้นที่สอง คือให้มนุษย์อยู่ในเรื่องของบิดอะฮฺให้มากๆ มันจะมายังกลุ่มชนที่เป็นอะฮฺลุซซุนนะฮฺ มาสอนเรื่องราวบิดอะฮฺ มาเผยแผ่บิดอะฮฺในกลุ่มอะฮฺลุซซุนนะฮฺ แต่ถ้าเรายังคงปฏิบัติตนตามบทบัญญัติกิตาบุลลอฮฺและซุนนะฮฺของท่านนบี ชัยฏอนนั้นจะไม่สามารถนำบิดอะฮฺมาเผยแผ่ในกลุ่มของเราได้ ซึ่งมันก็ยังไม่หมดหวัง มันจะเข้าสู่ขั้นตอนที่สาม

 

          ขั้นตอนที่สาม มันจะให้เราทำบาปใหญ่ บาปใหญ่ก็เช่น ดื่มเหล้า ทำซินา ดอกเบี้ย ..บางคนอาจจะหลงผิดทำมัน แต่บางคนอาจจะยับยั้งได้ ถ้าหากชัยฏอนมันล่อลวงให้ใครเข้ามาอยู่ในขั้นตอนที่สามนี้ได้ มันก็จะให้คนๆนั้นอยู่ในบาปใหญ่นี้ตลอด แต่ถ้าเรายังเป็นอะฮฺลุซซุนนะฮฺ และไม่กระทำบาปใหญ่ ชัยฏอนก็ยังไม่สิ้นหวังที่จะล่อลวงเราเข้าสู่ขั้นตอนที่สี่

 

          ขั้นตอนที่สี่ ให้เราทำบาปเล็กๆ ไปเรื่อยๆ ซึ่งบาปเล็กๆ เปรียบเหมือนจุดสีดำจุดหนึ่งบนผ้าขาวสะอาด ถ้าเมื่อไรที่เราทำบาปเล็กๆ มันก็จะปรากฏจุดสีดำบนผ้าขาว ถ้าทำบาปเล็กๆไปเรื่อยๆ ผ้าสีขาวผืนนั้นก็จะกลายเป็นผ้าสีดำ 

          ถ้าหากชัยฏอนสามารถล่อลวงมนุษย์ให้ทำบาปเล็กๆได้ มันก็จะให้คนๆนั้นวนเวียนอยู่ในเรื่องของบาปเล็กๆ เราอย่าลืมว่าเมื่อเราทำบาปเล็กๆ เราอาจจะหวั่นไหวว่ากลัวคนจะมาเห็น กลัวคนจะว่า แต่ถ้าครั้งแรกเราทำไปแล้วไม่มีใครเห็น ไม่มีใครว่า เราก็จะทำมันซ้ำๆ ถ้าใครที่ทำบาปเล็กๆแล้วตัวเองชินชา นั่นก็เป็นสิ่งที่น่ากลัว แต่ถ้าใครทำแล้วยังรู้สึกว่า เราทำผิดนะ เราต้องขอเตาบะฮฺต่ออัลลอฮฺตะอาลา แสดงว่าชัยฏอนยังไม่สามารถดึงจิตใจของเราไปได้มาก ถ้าหากว่าอัลลอฮฺตะอาลา ทรงปกปักรักษาเราให้พ้นจากการทำบาปเล็กๆ เราก็ไม่ทำ ชัยฏอนก็ยังคงไม่หมดหวังกับคนๆนั้น มันจะพาเราไปสู่ขั้นตอนที่ห้า

 

          ขั้นตอนที่ห้า ชัยฏอนจะให้เราอยู่ในเรื่องของมุบาหฺ มุบาหฺคือเรื่องที่ศาสนาอนุมัติ เรื่องที่ศาสนาอนุญาต โดยให้เรื่องมุบาหฺที่เราทำนั้น ทำไปเรื่อยๆโดยที่เราละทิ้งสิ่งที่มันสำคัญกว่า

          ท่านอิบนุลกอยยิม อัลเญาซีย์บอกว่า คนที่ทำมุบาหฺไปเรื่อยๆก็เหมือนกับพ่อค้าที่ซื้อสินค้ามา เช่น ซื้อสินค้ามา 100 บาทแล้วเก็บสินค้าไว้ในร้าน แล้วต่อมาก็ขายสินค้านั้นไปในราคา 100 บาท เสียเวลาในการเก็บสินค้า เงินที่ซื้อมาก็ค้างแล้วก็ขายไปในราคา 100 บาทโดยไม่ได้ผลกำไร หรือเช่น การรับฟังข่าวสาร เป็นสิ่งที่ศาสนาอนุญาต ฟังข่าวสารบ้านเมือง ฟังรายการวิทยุ ถ้าเราฟังทั้งวันเราก็พลาดจากการศึกษาหาความรู้ พลาดจากการทำซุนนะฮฺที่ท่านนบีใช้ให้ทำมากมายเลย ถ้าเราอยู่กับเรื่องนี้ทั้งวัน ละหมาดแล้วก็กลับไปฟังข่าวสาร ท่านอิบนุลกอยยิมบอกว่า เหมือนพ่อค้าที่เก็บสินค้าราคา 100 บาทแล้วขายไปในราคา 100 บาท ก็ไม่ได้รับกำไร เราก็อาจจะตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ ดังนั้น ขอให้อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงโปรดให้เราตระหนักในข้อนี้ให้มาก เพราะว่าถ้าชัยฏอนสามารถล่อลวงเราเข้ามาสู่จุดนี้ได้ มันก็จะให้เราอยู่ในเรื่องของมุบาหฺต่างๆ ไปเรื่อยๆ

 

          ขั้นตอนที่หก ถ้าในที่สุดคนๆนี้ไม่ตกเป็นเหยื่อของชัยฏอน ชัยฏอนมันก็จะพยายามในขั้นสุดท้ายคือให้บ่าวคนนั้นทำในเรื่องของมัฟฎู๊ล مفضول หมายถึงเรื่องที่มันสำคัญน้อยกว่า คือหันไปสนใจในสิ่งที่เป็นซุนนะฮฺมากกว่าสิ่งที่เป็นวาญิบ เช่น บ่าวคนหนึ่งตื่นขึ้นมาละหมาดในยามค่ำคืน ละหมาดกิยามุลลัยล์ ทำละหมาดอย่างหักโหม แต่ในขณะเดียวกันเขาอาจจะเพลียจากการละหมาดกิยามุลลัยล์ แล้วหลับไปในเวลาศุบฮฺ ทำให้พลาดการละหมาดศุบฮฺ ซึ่งมันสำคัญมากกว่า

 

ดังกล่าวข้างต้นคือหกขั้นตอนของการล่อลวงมนุษย์ให้ออกจากทางของอัลอิสลาม

 

การงานของชัยฏอนที่มีต่อบรรดามุสลิม รูปแบบของมันมีอะไรบ้าง

 

ประการที่หนึ่ง 

 

          งานหลักหรือเป้าหมายของอิบลีสซึ่งเป็นหัวหน้าใหญ่ของชัยฏอน คือดึงมุสลิมทั้งหมดออกจากแนวทางที่ถูกต้อง นักวิชาการบอกว่า เป้าหมายหลักคือการสร้างความแตกแยกในบรรดามุสลิม นี่คืองานของชัยฏอนซึ่งท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวอยู่ในหะดีษบันทึกของอิมามมุสลิม จากรายงานของท่านญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุว่า

«إِنَّالشَّيْطَانَقَدْأَيِسَأَنْيَعْبُدَهُالْمُصَلُّونَفِىجَزِيرَةِالْعَرَبِ،وَلَكِنْفِيالتَّحْرِيشِبَيْنَهُمْ»

 

          “ชัยฏอนมันหมดหวังแล้วที่จะล่อลวงคนละหมาดในคาบสมุทรอาหรับ (รวมถึงบรรดามุสลิมทั้งหมด) ให้เชื่อฟังมันได้ มันจึงพยายามสร้างความแตกแยกขึ้นในบรรดามุสลิม (คือสร้างความบาดหมาง ยุแหย่ให้ทะเลาะกัน ให้เป็นศัตรูกัน สร้างฟิตนะฮฺต่างๆให้เกิดขึ้น)”

 

          ดังนั้นเราจะเห็นว่าในปัจจุบันมุสลิมอยู่กันอย่างมีความสามัคคีน้อยมาก เหตุการณ์ต่างๆในตะวันกลาง ในอียิปต์ หรือที่อื่นๆนั้นล้วนเป็นผลงานของชัยฏอนรวมถึงแผนการของยิวไซออนนิสต์ ซึ่งหลักการหนึ่งของยิวที่บันทึกไว้ในตัลมูด(คัมภีร์ของยิว)ก็คือ เมื่อยิวไปอยู่ในแผ่นดินใด จะต้องสร้างความแตกแยกในหมู่มนุษย์ ดังนั้นยิวก็จะเป็นเหมือนกองทหารกองหนึ่งของชัยฏอนที่คอยสร้างความแตกแยกในหมู่มนุษย์

 

ประการที่สอง 

 

          ชัยฏอนจะมาที่ผู้รู้ มาที่คนเรียนศาสนา หรือคนที่อ้างตัวเองว่าเป็นผู้รู้ โดยให้คนๆนั้นคิดว่า ตัวเองเป็นคนที่สมบูรณ์ที่สุด ถูกต้องที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายและเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะว่าถ้าชัยฏอนสามารถครอบงำคนหนึ่งคนใดให้คิดว่าตัวเขาเองเป็นคนที่มีความรู้มากที่สุด เก่งที่สุด เขาก็จะเป็นคนที่เหมือนกับน้ำที่เต็มแก้ว เขาจะไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ใครจะบอก ใครจะเตือนอะไรเขาก็ไม่ยอมรับฟังทั้งสิ้น

 

ประการที่สาม 

 

          ชัยฏอนจะมาที่คนเอาวาม คือคนทั่วไป จะมาบอกว่าปฏิบัติแบบไหนก็ปฏิบัติไปเถิด ขอให้ตั้งใจอย่างเดียวว่ามีเนี๊ยตที่ดี มีเจตนาที่ดีก็แล้วกัน ดังนั้นจะเห็นว่าสภาพของมุสลิมมากมายเหลือเกินที่ปฏิบัติศาสนาไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติ แล้วเขาก็จะบอกว่าเขาไม่สนใจอะไร เขามีเนี๊ยตที่ดี มีเจตนาที่ดีต่ออัลลอฮฺเป็นอันใช้ได้ ซึ่งความคิดอย่างนี้ขัดอย่างชัดเจนต่อบทบัญญัติ 

          เราต้องทราบว่าการดำเนินชีวิตบนโลกดุนยานี้มีอยู่ 2 เรื่อง คือเรื่องของอิบาดะฮฺกับเรื่องของมุอามะลาต ในเรื่องของการทำอิบาดะฮฺ เราไม่สามารถคิดขึ้นมาเองได้ว่า เราจะทำอย่างนี้ อย่างนี้ เมื่อจะทำอะไรต้องมีหลักฐานบ่งบอกว่ากระทำแบบนี้ แบบนี้มีหลักฐานมาสนับสนุนให้ทำ มีแบบอย่างให้ปฎิบัติตาม แต่ในทางตรงข้ามเรื่องของมุอามะลาต คือเรื่องของการใช้ชีวิตทั่วๆไป ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นที่อนุมัติ ยกเว้นว่ามีหลักฐานมาห้ามไว้ ซึ่งทั้ง 2 เรื่องมันมีความแตกต่างกัน

 

          เรื่องต่อไปที่จะนำเสนอคือ เรื่องของชัยฏอนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งคิดว่าทุกคนจะต้องเคยประสบ เคยเจอมากับตัว ชัยฏอนกลุ่มนี้เป็นทหารของอิบลีสมีชื่อว่า ค็อนซับ ซึ่งทำหน้าที่ประการเดียวคือ คอยป่วนคนละหมาด ชัยฏอนกลุ่มนี้จะอยู่ตามบ้านคนที่ทำละหมาด ตามมัสยิด เราเคยสังเกตตัวเราเองไหมว่า เวลาละหมาดเมื่อเราเริ่มตักบีรอัลลอฮุอักบัร อยู่ดีๆเรื่องที่เราไม่เคยคิดอยู่ในสมองก็มาคิดในตอนละหมาด นี่แหละครับ เขาบอกว่าชัยฏอนกลุ่มนี้ส่งกระแสจิตมาที่เรา มาล่อลวงเราให้คิดโน่น คิดนี่ ศ่อฮาบะฮฺท่านหนึ่งคือ ท่านอุษมาน อิบนุ อบิ้ลอาศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเคยโดนแบบนี้ ทำให้คุชัวะอฺในละหมาดของเขาเสีย เขาจึงมาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มาถามท่านท่านนบี ดังหะดีษในบันทึกของท่านอิมามมุสลิมว่า

 

: يَا رَسُولَ اللَّهِ إِنَّ الشَّيْطَانَ قَدْ حَالَ بَيْنِي وَبَيْنَ صَلَاتِي وَقِرَاءَتِي يَلْبِسُهَا عَلَيَّ . فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : ( ذَاكَ شَيْطَانٌ يُقَالُ لَهُ خَنْزَبٌ ، فَإِذَا أَحْسَسْتَهُ فَتَعَوَّذْ بِاللَّهِ مِنْهُ وَاتْفِلْ عَلَى يَسَارِكَ ثَلَاثًا ) قَالَ : فَفَعَلْتُ ذَلِكَ فَأَذْهَبَهُ اللَّهُ عَنِّي

 

โอ้ ท่านร่อซูลุลลอฮฺ แท้จริงชัยฏอนได้มาขัดขวางการละหมาดและการอ่านของฉัน ทำให้ฉันสับสน” 

ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมจึงได้กล่าวว่า ..นั่นคือชัยฏอนที่ถูกเรียกว่า ค็อนซับ..

เมื่อท่านรู้สึกถึงมัน ให้ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺให้พ้นจากมัน และพ่นเบาๆทางด้านซ้ายของท่านสามครั้ง

 

         ท่านอุษมานมาเล่าให้ท่านนบีฟังว่า ชัยฏอนมาป่วนเขาตอนละหมาด ทำให้ละหมาดของเขาไม่มีคุชัวะอฺ อ่านอัลกุรอานสับสน ท่านนบีก็ตอบว่านั่นคือ ชัยฏอนซึ่งเป็นที่รู้จักหรือขนานนามกันว่าชื่อ ค็อนซับ خَنْزَبٌ อุละมาอ์บางท่านบอกว่างานของชัยฏอนกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ที่บริเวณมัสยิดเท่านั้น แต่มันเริ่มตั้งแต่ตอนอะซาน เมื่อมันได้ยินเสียงอะซาน มันจะหนีไป พออะซานเสร็จมันก็จะกลับมา เราจะเห็นว่าพอจะเริ่มละหมาดมันก็มีเหตุให้เราต้องทำโน่นทำนี่ จนทำให้เราต้องพลาดการละหมาดญะมาอะฮฺ หรือว่ามาละหมาดไม่ทัน หรือมาละหมาดไม่ทันตักบีร่อตุลอิหฺรอม


ดังกล่าวข้างต้นก็คือ
ข้อสรุปโดยคร่าวๆเกี่ยวกับเรื่องของชัยฏอน

 

การเยียวยา การรักษา ซึ่งอุละมาอ์บอกว่ามีอยู่ 3 ประการที่จะเยียวยา รักษาเราให้รอดพ้นจากการล่อลวงของชัยฏอน

 

ประการที่หนึ่ง เราจะต้องศรัทธามั่นต่ออัลลอฮฺ ตะอาลาอย่างถูกต้อง 

     เพราะว่าพระองค์ตรัสในซูเราะฮฺอันนะหฺลฺ อายะฮฺ 99 ว่า

﴿إِنَّهُۥلَيۡسَلَهُۥسُلۡطَٰنٌعَلَىٱلَّذِينَءَامَنُواْوَعَلَىٰرَبِّهِمۡيَتَوَكَّلُونَ٩٩﴾

          “ชัยฏอนมันไม่มีพลัง ไม่มีความสามารถเหนือบรรดามุอ์มินอย่างแท้จริง และบุคคลที่เป็นมุอ์มินคนนั้นมอบหมายต่ออัลลอฮฺตะอาลาในทุกๆกิจการ

     ถ้าเรามีคุณสมบัติข้อนี้ ชัยฏอนจะมาหาเรายาก

 

ประการที่สอง อัลอิคลาศ คือจะต้องมีความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา 

     พระองค์ทรงบอกไว้ในซูเราะฮฺศอด อายะฮฺที่ 82-83 ว่า

﴿قَالَفَبِعِزَّتِكَلَأُغۡوِيَنَّهُمۡأَجۡمَعِينَ٨٢إِلَّاعِبَادَكَمِنۡهُمُٱلۡمُخۡلَصِينَ٨٣﴾

          “ชัยฏอนบอกกับอัลลอฮฺว่า ด้วยอำนาจของพระองค์ แน่นอนมันจะทำให้บ่าวของพระองค์ทั้งหมดหลงผิด แต่ชัยฏอนจะมาล่อลวงไม่ได้ ถ้าหากบ่าวคนนั้นเป็นบ่าวที่มีความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา

 

ประการที่สาม ศึกษาหาความรู้ทางศาสนาจากแหล่งที่อยู่ในแนวทางของอะฮฺลุซซุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ ที่มีหลักฐานจากอัลกุรอาน และอัลหะดีษที่ถูกต้อง

     ดังนั้น ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรานั้น อย่าลืมว่า..เราต้องยึดชัยฏอนเป็นศัตรู อัลลอฮตะอาลาตรัสไว้ในอัลกุรอาน 

وَلَا تَتَّبِعُوا خُطُوَاتِ الشَّيْطَانِ ۚ إِنَّهُ لَكُمْ عَدُوٌّ مُّبِينٌ

“....อย่าได้ปฏิบัติตามแนวทางของชัยฏอน เพราะแท้จริง มันเป็นศัตรูอันชัดเจนของพวกเจ้า

(ซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 208)

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لَا تَتَّبِعُوا خُطُوَاتِ الشَّيْطَانِ ۚ وَمَن يَتَّبِعْ خُطُوَاتِ الشَّيْطَانِ فَإِنَّهُ يَأْمُرُ بِالْفَحْشَاءِ وَالْمُنكَرِ

         “โอ้บรรดาผู้ศรัทธา อย่าได้ปฏิบัติตามย่างก้าวของชัยฏอน ถ้าใครที่หลงทางปฏิบัติตามย่างก้าวของมันแล้ว ชัยฏอนจะทำหน้าที่ยุยง สั่งให้เราทำในเรื่องชั่วช้าลามก และน่ารังเกียจ

(ซูเราะฮฺอันนุรฺ อายะฮฺที่ 21)

إِنَّ الشَّيْطَانَ لَكُمْ عَدُوٌّ فَاتَّخِذُوهُ عَدُوًّا

พึงทราบเถิดว่า แท้จริง ชัยฏอนเป็นศัตรูของพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงยึดมันเป็นศัตรูเถิด

(ซูเราะฮฺฟาฏิร อายะฮฺที่ 6)

 

 

 

( นะศีหะหฺประจำสัปดาห์ มัสยิดดารุ้ลอิหฺซาน บางอ้อ )