ความจำเป็นในการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์องค์เดียว
  จำนวนคนเข้าชม  449


ความจำเป็นในการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์องค์เดียว

 

เรียบเรียงโดย ชัยคฺอับดุลอะซี้ซ อิบนุ อับดิลลาฮฺ อิบนุ บ๊าซ

ถอดความ มุฮัมมัด เหมอนุกูล

 

          แท้จริง หน้าที่ที่สำคัญที่สุดต่อบรรดาผู้บรรลุศาสนภาวะแล้ว และข้อบังคับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อเขานั้นคือ ให้เขาเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขา พระผู้เป็นเจ้าแห่งชั้นฟ้าต่างๆ และพื้นแผ่นดิน และบัลลังก์ที่ยิ่งใหญ่ที่พระองค์ได้ตรัสไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ที่มีเกียรติว่า

 

แท้จริง พระผู้เป็นเจ้าของพวกเจ้า คือ อัลลอฮ์

ที่พระองค์ได้ทรงสร้างชั้นฟ้าต่างๆ และพื้นแผ่นดินขึ้นมาภายในหกวัน

หลังจากนั้น พระองค์ได้ทรงสถิตอยู่บนบัลลังก์ พระองค์ทรงให้กลางคืนปกคลุมกลางวัน มันตามกันติดๆ

และดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ และดวงดาวต่างๆ เป็นสิ่งรับใช้บริการ ด้วยการบัญชาของพระองค์

จงทราบไว้เถิดว่า สำหรับพระองค์นั้น คือ การสร้างและการบัญชาของอัลลอฮ์ 

พระผู้เป็นเจ้าแห่งสากลโลก ผู้ทรงจำเริญยิ่ง

(อัลอะอฺรอฟ 7 : 54)

 

          และพระองค์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้บอกไว้อีกจากคัมภีร์ของพระองค์ว่า พระองค์ได้ทรงสร้างญินและมนุษย์ขึ้นมา เพื่อให้พวกเขาเคารพภักดีต่อพระองค์ อัซซะวะญัลลฺ

 

     “และพระผู้เป็นเจ้าของเจ้า ได้ทรงใช้ไม่ให้พวกเจ้าเคารพภักดี นอกจากต่อพระองค์เท่านั้น และให้ทำความดีต่อพ่อแม่ทั้งสองด้วย

(อัลอิสรออฺ 17 : 23)

 

          และความหมายของก็ฏอฺในอายะฮฺ คือ การใช้ การกำชับ

 

     “และพวกเขาไม่ได้ถูกใช้อะไร นอกจากให้เคารพภักดีต่ออัลลอฮฺเท่านั้น โดยเป็นผู้ทำให้การเคารพภักดีบริสุทธิ์ผุดผ่องแด่พระองค์ เป็นผู้อยู่ในความเที่ยงตรง ดำรงการละหมาด จ่ายทานบังคับ (ซะกาต) และอันนั้น คือ ศาสนาแห่งความเที่ยงตรง

(อัลบัยยินะฮฺ 98 : 5)

 

          “และอันใดที่ร่อซูล (ทูต) ได้นำมาให้พวกเจ้า พวกเจ้าก็จงรับไว้และอันใดที่เขาได้ห้ามพวกเจ้าไม่ให้กระทำ พวกเจ้าก็จงหยุดยั้งเสีย แท้จริง อัลลอฮฺ คือ ผู้ทรงลงโทษที่รุนแรง

(อัลหัซรฺ 59: 7)

 

     “โอ้ บรรดาผู้ที่ศรัทธาแล้วทั้งหลาย พวกเจ้าจงเชื่อฟังอัลลอฮฺ ร่อซูล และบรรดาผู้ปกครองในหมู่ของพวกเจ้าแล้ว หากพวกเจ้าขัดแย้งกันในสิ่งหนึ่ง สิ่งใด พวกเจ้าก็จงส่งมันคืนไปยังอัลลอฮฺ และวันสุดท้าย อันนั้นเป็นสิ่งที่ดีและการตีความที่สวยที่สุด

(อันนิซาอฺ 4 : 59)

 

ผู้ใดเชื่อฟังร่อซูล เขาก็ได้เชื่อฟังอัลลอฮฺ

(อันนิซาอฺ 4 : 80)

 

     “และแน่นอนยิ่ง เรา (อัลลอฮฺ) ได้ส่งมาในทุกประชาชาติซึ่งร่อซูลท่านหนึ่ง โดยสั่งใช้ให้เขาใช้ว่า พวกเจ้าจงเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ และจงหลีกเลี่ยงออกห่างมารร้ายด้วย

(อันนะหฺลฺ 16 : 36)

 

     “และเรา (อัลลอฮฺ) ไม่ได้ส่งมาก่อนหน้าเจ้า จากร่อซูลท่านหนึ่ง ท่านใด นอกจากเราจะดลใจยังเขาว่า แท้ที่จริงนั้น ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากฉันเท่านั้น ดังนั้น พวกเจ้าจงเคารพภักดีต่อฉัน

(อันอัมบิยาอฺ 21 : 25)

 

     “อะลิฟ ลาม รอ คัมภีร์ที่โองการต่างๆ ของมันได้ถูกรวบรัด หลังจากนั้น ได้ถูกขยายความมาจาก ที่ผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงเชี่ยวชาญว่า ไม่ให้พวกเจ้าเคารพภักดี นอกจากต่อฉันเท่านั้น แท้จริง ฉันนี้เป็นผู้บอกข่าวร้ายและผู้บอกข่าวดีแก่พวกเจ้า

(ฮูด 11 : 1)

 

          โองการที่รวบรัดต่างๆ เหล่านี้ และสิ่งที่มีมาในความหมายของมันจากคัมภีร์ของอัลลอฮฺทั้งหมดนั้น บ่งบอกถึงความจำเป็นในการทำให้การเคารพภักดีบริสุทธิ์ผุดผ่องแด่อัลลอฮฺองค์เดียว และที่ได้กล่าวมาคือรากฐานของศาสนา เช่นเดียวกันได้บ่งบอกถึงว่ามันคือ ข้อคิดของการสร้างญินและมนุษย์ การส่งร่อซูลมา การประทานคัมภีร์ต่างๆ ลงมา 

 

          สิ่งที่จำเป็นต่อผู้บรรลุศาสนภาวะแล้วนั้น คือ การตักเตือนผู้คนจำนวนมาก จากบรรดาผู้อ้างการสังกัดอยู่ในอัลอิสลาม แต่ได้มีการคลั่งไคล้ในบรรดานบี และผู้คนที่ดีทั้งหลาย การสร้างสิ่งก่อสร้างขึ้นมาไว้เหนือหลุมฝังศพต่างๆ ของพวกเขา การนำเอามัสญิดและโดมต่างๆ มาไว้บนหลุมฝังศพต่างๆ และการเชิดชูพวกเขา การขอความอนุเคราะห์ต่อพวกเขา การหันไปพักพิงพึ่งพาต่อพวกเขา และการขอต่อพวกเขาให้เป็นสื่อกลาง ให้กำจัดความทุกข์ยากต่างๆ ให้ทำให้ผู้เจ็บไข้ได้ป่วยหายจากการเจ็บไข้ได้ป่วย และทำให้ได้รับชัยชนะเหนือพวกข้าศึกศัตรูเลยเถิดไปถึงเรื่องอื่นๆ อีก จากชนิดต่างๆของการตั้งภาคีที่ใหญ่สุด 

 

          มีสิ่งที่ถูกต้องมาจากท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่คัมภีร์ของอัลลอฮฺ อัซซะวะญัลลฺ ได้บ่งบอกถึงแล้วในเศาะเฮี๊ยะฮ์มุสลิม มีรายงานจากมุอ๊าซ อิบนุ ญะบัลลฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ ว่า 

     ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่าท่านทราบไหมว่า สิทธิของอัลลอฮฺที่มีต่อบรรดาบ่าว คืออะไร?"

     แล้วมุอ๊าซ กล่าวว่าอัลลอฮฺ และร่อซูลของพระองค์ รู้ดีที่สุด" 

     ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

     “สิทธิของอัลลอฮฺที่มีต่อบรรดาบ่าว คือ ให้พวกเขาเคารพภักดีต่อพระองค์ไม่ให้พวกเขาตั้งภาคีกับพระองค์แต่อย่างใด

      และสิทธิของบ่าวที่มีต่อพระองค์ คือ ไม่ให้พระองค์ทรงลงโทษผู้ที่ไม่ได้ตั้งภาคีกับพระองค์แต่อย่างใด

 

          และในเศาะเฮี๊ยะฮ์บุคอรีย์ มีรายงานจากอิบนุ มัสอู๊ด ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวไว้ว่า

ผู้ใดได้ตายไป ในขณะที่เขาวิงวอนต่ออัลลอฮ์ ซึ่งมีผู้เทียบเคียงเสมอเหมือนคนหนึ่ง คนใด เขาได้เข้านรก

 

          มุสลิมนำออกรายงานไว้ในเศาะเฮี๊ยะฮ์ของท่าน จากญาบิร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวไว้ว่า

ผู้ใดได้ไปพบกับอัลลอฮฺ โดยไม่ได้ตั้งภาคีกับอัลลอฮ์แต่อย่างใด เขาได้เข้าสวรรค์

และผู้ใดได้ไปพบกับอัลลอฮฺโดยได้ตั้งภาคีกับพระองค์ เขาได้เข้านรก

 

           และหะดิษต่างๆ ในทำนองนี้มีมากมาย และปัญหานี้ อยู่ในปัญหาต่างๆ ที่สำคัญที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุด และอัลลอฮฺได้ทรงส่งร่อซูลของพระองค์ มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และได้ทรงให้แก่ พวกเขาอย่างสมบูรณ์ ด้วยสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสัญญาแก่พวกเขาไว้ในคัมภีร์ของพระองค์

 

 

วารสาร มูลนิธิชี้นำสันติสุข