น้ำตาที่ประเสริฐ...
  จำนวนคนเข้าชม  7826


น้ำตาที่ประเสริฐ 

โดย...ลูกเหรียง

           มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก และขอความสันติจงมีแด่ท่านนบีมูฮัมหมัด  บรรดาเครือญาติ  บรรดาซอฮาบะฮ์ และตลอดจนผู้ปฏิบัติตามแนวทางของท่าน

 ขอความสันติสุข ความเมตตา และความจำเริญ จงประสบแด่บรรดาหนุ่มสาวทุกคน
 

           ในวันนี้ขอนำเสนอประวัติศาสตร์และตัวอย่างเรื่องราวจากบรรพชนของอิสลาม เริ่มต้นจากน้ำตาที่มาจากการร้องไห้ของดวงตาทั้งสอง       

          น้ำตามักมีความหมายในตัวเอง และถึงแม้ว่าน้ำตาเป็นเพียงแค่สายน้ำสายเล็กๆ แต่น้ำตาก็สามารถสื่อได้ลึกซึ้งถึงสัมผัสอันละเอียดอ่อนและสัมผัสอันหยาบกร้านที่บ่งบอกถึงความโกรธอย่างบ้าคลั่ง

 

         โดยปกติแล้วสาเหตุที่ทำให้น้ำตาของมนุษย์คนใดคนหนึ่งไหลออกมานั้นมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความปลื้มปิติยินดี ความเสียใจ ความเจ็บปวด แต่ก็ยังมีบางครั้งที่ใครหลายๆคนแสร้งปล่อยน้ำตาออกมา เพื่อเหตุผลอะไรบางอย่าง ดังเช่นตัวอย่างที่เราอาจจะพบเห็นได้ในจอทีวีที่ทำให้ใครหลายๆคนต้องหลั่งน้ำตาออกมา ด้วยเหตุผลเพียงเพราะคล้อยตามไปกับการสวมบทบาทของเหล่าบรรดาดารา นักแสดง ทั้งที่นักแสดงเหล่านั้นแสร้งร้องไห้ออกมาก็เพียงเพื่อ “เงิน” และที่มากไปกว่านั้นก็คือ การที่ใครหลายๆคนร้องไห้เพราะบทบาทของนักแสดงในจอ !

 

           ดังนั้นหนุ่มสาวที่กำลังเสียน้ำตาให้กับ หนัง ละคร หรือซีรี่ส์เกาหลีทั้งหลาย ! พึงรู้เถิดว่า “นั่นคือน้ำตาของความขาดทุน” แล้วการร้องไห้ชนิดใดเล่าที่มีคุณค่าและประเสริฐที่สุด? ลองมาดูกันว่า บรรพชนของเราที่ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงสามศตวรรษแรกแห่งฮิจเราะห์ ...กลุ่มชนที่ท่านนบี  ได้กล่าวไว้ว่าเป็นกลุ่มชนที่ดีที่สุด เขาเป็นกันเช่นไร...
 
          ตามประวัติศาสตร์ระบุว่า ท่านคอลีฟะฮ์อุมัร บินอับดุลอาซีซ (หลานของท่านอุมัร บินคอตตอบ) มักจะเชิญบรรดานักปราชญ์มานั่งประชุม พบปะ และให้พวกเขาพูดถึงในเรื่องของ ความตาย วันกียามะห์ และเรื่องโลกอาคีเราะห์ในทุกๆค่ำคืน จนกระทั่งบางคืนพวกเขาได้พากันร้องไห้ประหนึ่งว่ามีศพวางอยู่เบื้องหน้า  ชีวิตที่ผ่านมาของท่านตั้งแต่วัยเยาว์ได้รับการสอนให้มีความสัมถะ และใคร่ครวญถึงความตายอยู่เสมอ ในขณะที่เด็กคนอื่นๆ กำลังสนุกสนานอยู่กับการละเล่น ตามประสา

 

มีครั้งหนึ่งในวัยเยาว์ ท่านคอลีฟะฮ์อุมัร บินอับดุลอาซีซ ได้ร้องไห้จนต้องมีผู้นำท่านไปส่งให้มารดาของท่าน 

มารดาของท่านถามว่า “ร้องไห้ทำไมหรือ?”

ท่านตอบว่า “ฉันรำลึกถึงความตายครับแม่”

เมื่อมารดาของท่านทราบเช่นนั้น นางจึงร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตันใจ

และมากไปกว่านั้นในประวัติศาสตร์ยังระบุว่าท่านเป็นเด็กคนหนึ่งที่จดจำอัลกุรอานได้ทั้งเล่มตั้งแต่วัยเยาว์...มาชาอัลลอฮ์ !

 

           อีกท่านหนึ่งคือท่านฟะฎอละฮ์ บินศัยฟีย์ ท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่มักจะร้องไห้เกือบตลอดเวลา ครั้งหนึ่งได้มีชายผู้หนึ่งเข้าไปพบท่านในขณะที่ท่านกำลังร้องไห้อยู่ 

ชายผู้นั้นจึงได้ถามภรรยาของท่านว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือ?” 

       นางจึงตอบว่า “ท่านฟะฎอละฮ์มักกล่าวอยู่เสมอว่าท่านจะเดินทางไกล(สู่อาคีเราะฮ์)ได้อย่างไร ในขณะที่ท่านไม่มีเสบียงที่เพียงพอ?”

 

เมื่อครั้งที่ท่านอบูฮูรอยเราะฮ์กำลังจะเสียชีวิต ท่านก็ร้องไห้  จนกระทั่งได้มีคนถามว่า “ท่านร้องไห้ทำไมหรือ? 

ท่านจึงตอบว่า “หนทางที่ยังยาวไกลแต่ในขณะที่เสบียงของฉันมีอยู่เพียงน้อยนิด  อีกทั้งความเชื่อมั่นก็ยังอ่อนแอ...”

 

           ครั้งหนึ่งท่านคอลีฟะฮ์สุไลมาน  บินอับดุลมาลิก ได้ส่งคนไปตามตัวท่านอบีฮาชิม เมื่อท่านมาพบ 

 ท่านสุไลมาน ก็ถามว่า “โอ้อบูฮาชิม  ทำไมคนเราต่างก็รังเกียรติความตายกันเล่า?” 

 อบูฮาชิม ตอบว่า “ก็คงเพราะว่า พวกเราสร้างกันแต่ดุนยา  แต่กลับปล่อยให้อาคีเราะฮ์พังพินาศไปนะสิ”
 

ท่านสุไลมาน จึงกล่าวต่อ “ท่านกล่าวถูกต้องแล้ว ดังนั้น เราจะเดินทางไปหาอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้อย่างไรเล่า?”

อบูฮาชิม ตอบว่า “สำหรับคนดี  เขาย่อมเหมือนดั่งผู้พลัดถิ่นที่ได้กลับไปหาครอบครัวของตน  แต่สำหรับคนชั่วนั้นเสมือนดั่งทาสที่หนีเจ้านาย  เพื่อถูกจับตัวส่งคืน”

เมื่อท่านสุไลมานได้ยินเช่นนั้นก็ร้องไห้ และกล่าวออกมาว่า “ซุบฮานัลลอฮ์ ตัวฉันจะทราบได้อย่างไรกันเล่า?”

อบูฮาชิม ตอบด้วยกับคำดำรัสของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่ว่า

 "แท้จริงบรรดาผู้ทรงคุณธรรมนั้นจะอยู่ในความโปรดปราน และแท้จริงบรรดาคนชั่วจะอยู่ในนรก ที่ลุกโชน"

(อัลอิมฟิฏอร: 13-14)

 ท่านสุไลมาน  จึงตอบกลับไปว่า “แล้วไหนเล่าความเมตตาของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา? โอ้อบูฮาชิม...”

อบูฮาชิม จึงได้ตอบกลับไปด้วยกับอายะห์ที่ว่า

"แท้จริงความเมตตาของอัลลอฮ์ นั้น  ใกล้กับผู้กระทำดีทั้งหลาย"

 (อัลอะรอฟ : 56)

          เรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงแค่บางส่วนจากการร้องไห้ของเหล่าบรรดาบรรพชนของเรา ซึ่งนับเป็นการร้องไห้ที่มีคุณค่าและประเสริฐยิ่ง  ดังความหมายของฮาดิษที่ว่า  ท่านนบีมูฮัมหมัด   ได้กล่าวว่า

“ไฟนรกนั้นจะไม่แตะต้อง สองดวงตาที่ร้องไห้ด้วยความยำเกรงต่ออัลลอฮ์” 

และอีกฮาดิษหนึ่งที่ว่า 

         “บุคคลเจ็ดจำพวกที่จะได้อยู่ใต้ร่มเงาของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา  ในวันกียามะฮ์ วันซึ่งไม่มีร่มเงาใดๆนอกจากร่มเงาของพระองค์ และหนึ่งในนั้นก็คือ คนที่ร้องไห้ด้วยความบริสุทธิ์ใจเนื่องจากความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา”

 


     ♥ โอ้หนุ่มสาว ทั้งหลาย   “พวกท่านเคยร้องไห้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะอกหัก แฟนทิ้ง หรือ ซึ้งจนน้ำตาไหลเพราะละคร หรือ ซีรี่ส์เกาหลี  แล้วพวกท่านเคยมีสักครั้งไหมที่ร้องไห้ออกมาเพราะการเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์ ?”

     ♥ โอ้หนุ่มสาว ทั้งหลาย “ท่านอุมัร บินอับดุลอาซีซ  ร้องไห้เพราะกลัวการเดินทางกลับไปสู่อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตั้งแต่ยังเด็ก แล้วท่านอายุเท่าไหร่กันแล้ว เคยมีสักครั้งไหมที่ร้องไห้ออกมาเพราะความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ ?”

     ♥ โอ้หน่มสาว ทั้งหลาย“ท่านอบูฮูรอยเราะฮ์ ร้องไห้เพราะกลัวเสบียงที่จะนำพาตัวท่านไปหาอัลลอฮ์นั้นจะมีอยู่น้อยนิด แล้วพวกท่านละ  มีเสบียงมากน้อยซักเพียงใด เมื่อเทียบกับท่านอบูฮูรอยเราะฮ์?”

     ♥ โอ้หนุ่มสาว ทั้งหลาย “พวกท่านสร้างแต่ดุนยา แต่กลับปล่อยให้อาคีเราะฮ์ ต้องพังพินาศไปแล้วหรือ???”

     ♥ โอ้หนุ่มสาว ทั้งหลาย  “หากอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เอาชีวิตพวกท่านกลับไปตอนนี้  พวกท่านคิดว่าท่าน จะมีความรู้สึกเหมือนกับคนพลัดถิ่นที่ได้กลับไปสู่ครอบครัว  หรือจะรู้สึกเหมือนทาสที่หลบหนีเจ้านาย แล้วถูกจับตัวส่งคืน???”

     ♥ โอ้หนุ่มสาว ทั้งหลาย  “จงสอบสวนตัวของพวกท่าน  ก่อนที่พวกท่านจะถูกสอบสวนเถิด”

 

          โอ้พระผู้อภิบาลของเรา  ขอพระองค์ทรงโปรดประทานความดีงามในโลกนี้และในโลกหน้าให้แก่เรา และทรงปกป้องเราให้พ้นจากการลงโทษของพระองค์จากไฟนรกด้วยเถิด  อามีน...