ความประเสริฐของการละหมาดญะมาอะฮฺ
  จำนวนคนเข้าชม  261


ความประเสริฐของการละหมาดญะมาอะฮฺ

 

โดย อาจารย์ อุมัร แสงโก๊ะ

 

           ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ท่านทั้งหลายพึงเกรงกลัวอัลลอฮฺเถิด เพราะการเกรงกลัวอัลลอฮฺนั้น จะเป็นเสบียงที่ดียิ่งสำหรับพวกท่านทั้งหลายทั้งในโลกดุนยาและอาคิเราะฮฺ ดังมี อายะฮฺที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

 

พวกท่านทั้งหลาย จงสะสมเสบียงกันเถิด เพราะเสบียงที่ดีที่สุดก็คือ การตักวา (ความยำเกรงอัลลอฮฺ) นั่นเอง

 

          แท้จริงการละหมาดนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในรุก่นอิสลาม รองลงมาจากคำปฏิญาณทั้งสอง และการละหมาดเป็นสิ่งที่จะจำแนกระหว่างคนที่เป็นมุสลิมกับคนที่เป็นกาฟิร และ การละหมาดยังเป็นเสาหลักของศาสนาอิสลามอีกด้วย ดังที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

 

     “การละหมาดนั้น เป็นเสาหลักของศาสนา ดังนั้น ผู้ใดที่รักษาการละหมาดครบถ้วนสมบูรณ์ ก็เท่ากับว่าเขานั้นได้ทำให้ศาสนามั่นคง และผู้ใดละทิ้งการละหมาด ก็เท่ากับว่าเขานั้นได้ปฏิเสธศรัทธา

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เราจะเห็นได้ว่า มีผู้คนส่วนหนึ่งได้ละทิ้งการละหมาดทั้งชีวิตของเขา และผู้คนส่วนหนึ่งที่ละหมาดบ้าง ไม่ละหมาดบ้าง บางคนกว่าจะละหมาดได้ก็ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปจนกระทั่งจะหมดเวลาของการละหมาด การกระทำต่างๆ เหล่านี้ ถือว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้องสำหรับคนที่เป็น มุอฺมินทั้งหลาย เมื่อพวกท่านพบเห็นบุคคลใดกระทำตัวเช่นนี้ จำเป็นที่พวกท่านจะต้องตักเตือนพวกเขาให้ระวัง เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่ถูกต้อง 

 

          นอกจากนี้ เรายังจะได้เห็นอีกว่า มีผู้คนจำนวนหนึ่งมาละหมาดญะมาอะฮฺแบบไม่สม่ำเสมอ บางกลุ่มไม่มาละหมาดญะมาอะฮฺเลย ด้วยเหตุนี้ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงได้เน้นให้มุอฺมินนั้นทำการละหมาดญะมาอะฮฺ เพราะการละหมาด ญะมาอะฮฺนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่มุอฺมินจะต้องปฏิบัติและยังทำให้มุอฺมินนั้นได้รับผลตอบแทนมากมายหลายเท่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

 

การละหมาดญะมาะอะฮฺนั้น ประเสริฐกว่าการละหมาดคนเดียวถึง 27 เท่า

 

          เราจะเห็นว่าภาคผลของการละหมาดญะมาอะฮฺนั้น มีความแตกต่างกับการละหมาดคนเดียวอย่างมากมายและผลตอบแทนนี้จะได้กับตัวของเราตลอดไป ทุกย่างก้าวที่พวกท่านทั้งหลายเดินไปยังมัสยิด เพื่อทำการละหมาด ญะมาอะฮฺนั้น จะได้รับผลตอบแทน ที่พระองค์อย่างมากมาย และพระองค์ยังทรงลบล้างความผิดให้แก่พวกท่านทั้งหลายอีกด้วย 

 

ดังมีรายงานจากท่านอบูฮุรอยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

 

     “การละหมาดของชายคนหนึ่งที่ทำเป็นญะมาอะฮฺนั้น จะได้รับภาคผลเพิ่มพูนมากกว่าการละหมาด ที่บ้าน และที่ตลาดถึง 25 เท่า ดังกล่าวคือ เมื่อเขาอาบน้ำละหมาด เขาก็ได้อาบน้ำละหมาดอย่างดีที่สุดแล้วเขาก็ออกไปยังมัสยิดเพื่อทำการละหมาดญะมาอะฮฺทุกย่างก้าวที่เขาเดินออกไปเขาจะได้รับการยกระดับขึ้นหนึ่งขั้น และเขาจะได้รับการลบล้างความผิดของเขา ในทุกๆ ก้าวที่เดินไปยังมัสยิด และเมื่อเขาได้ละหมาดแล้ว มลาอิกะฮฺยังคงขอพรให้แก่เขาตราบที่เขายังอยู่ในสถานที่ละหมาดโดยไม่พูดคุย 

     มลาอิกะฮฺจะกล่าวขึ้นว่าโอ้ อัลลอฮฺ ขอพระองค์ประทานพรแก่เขาด้วยเถิด โอ้ อัลลอฮฺ พระองค์ทรงเมตตาแก่เขาด้วยเถิด ตราบเท่าที่เขายังรอการละหมาดอยู่

 

     ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ผู้ที่มารอการละหมาดญะมาอะฮฺที่มัสยิดจะทำให้เขามีคุณลักษณะเด่น 4 ประการ

1. ผู้ที่มารอละหมาดญะมาอะฮฺ เสมือนกับว่าเป็นผู้ประจำการ ชายแดนในหนทางของอัลลอฮฺ

2. ผู้ที่รอการละหมาดญะมาอะฮฺนั้น จะได้รับการบันทึกภาคผลตอบแทนเท่ากับผู้ดำรงละหมาด ขณะที่เขานั่งรอการละหมาด

3. แท้จริง มลาอิกะฮฺจะขออภัยโทษต่อพระองค์อัลลอฮฺให้แก่เขา

4. เมื่อเขานั่งรอการละหมาดญะมาอะฮฺ เขาจะอ่านอัลกุรอานหรือกล่าวคำรำลึกถึงอัลลอฮฺ จะทำให้เขาได้รับผลตอบแทนทั้งการอ่านและการรำลึกถึงอัลลอฮฺ

 

          เมื่อเราทราบแล้วเกี่ยวกับภาคผลของละหมาดญะมาอะฮฺแล้ว ดังนั้น จำเป็นที่พวกเราทั้งหลายจะต้องเอาใจใส่ต่อการละหมาดญะมาอะฮฺ  และจำเป็นที่พวกเราทั้งหลายจะต้องเอาใจใส่ต่อการละหมาดญะมาอะฮฺ เพราะท่านนบีได้บอกไว้ว่าผู้เดินทางไปมัสยิด และร่วมละหมาดญะมาอะฮฺที่มัสยิด หลังจากนั้น เขาก็เดินทางกลับ พระองค์อัลลอฮฺได้เตรียมที่พักไว้ให้เขาในสวนสวรรค์ 

 

โดยมีรายงานจากท่านอบูฮุรอยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

 

     “ผู้ใดก็ตามได้เดินไปมัสยิดหรือกลับจากมัสยิด พระองค์อัลลอฮฺได้เตรียมที่อยู่ไว้ให้แก่เขาในสวนสวรรค์ ทุกๆ ครั้งที่เขาเดินไปมัสยิด หรือกลับจากมัสยิด

 

         ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ทั้งหมดที่กระผมกล่าวแก่พวกท่านนั้น หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์อย่างมากมาย แก่บรรดาท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทุกท่าน อินชาอัลลอฮฺ

 

 

ที่มา : อนุสรณ์งานประจำปี โรงเรียนมุสลิมวิทยาคาร 18 ธันวาคม 2553