เครื่องประดับที่ต้องห้าม! สำหรับผู้ชาย
  จำนวนคนเข้าชม  965


เครื่องประดับที่ต้องห้าม! สำหรับผู้ชาย

 

โดย อาจารย์ฮะซัน เพชรทองคำ

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงยำเกรงอัลลอฮฺอย่างจริงจัง เพราะการยำเกรงอัลลอฮฺ และเชื่อฟังในบทบัญญัติของพระองค์นั้นเป็นเสบียงที่ดียิ่งสำหรับพวกท่านทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺ

 

        ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว ผมได้มีโอกาสเปิดเข้าไปอ่านกระทู้ถาม-ตอบของเว็บไซต์หนึ่ง ซึ่งมีผู้ถาม ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องของทองคำขาวว่า 

          “ผมใส่แหวนทองคำขาว เพื่อนบอกว่าใส่ไม่ได้ อิสลามห้ามผู้ชายใส่ทอง แต่ผมเคยเรียนมาว่าห้ามใส่ทองสีเหลือใช่ไหมครับ? แล้วทองคำขาวห้ามด้วยหรือเปล่า?” 

 

ท่านอาจารย์ผู้ที่ให้คำตอบก็ได้บรรยายตอบว่า

          “ความจริงแล้วทองคำ (เหลือง) กับทองคำขาวเป็นแร่คนละตระกูล ซึ่งมีที่มาและมีลักษณะแตกต่างกัน โดยทองคำ (เหลือง) นั้นเป็นแร่ที่พบจากใต้ดิน ส่วนทองคำขาวนั้นไม่ทราบแหล่งกำเนิดที่แน่นอน โดยค้นพบในแถบแอฟริกา มีชื่อเรียกเฉพาะว่าแพลตินั่มลักษณะที่โดดเด่น คือ สีขาวบริสุทธิ์ มีความคงทน แข็งแรง และมีน้ำหนักเบา เมื่อทั้งสองเป็นแร่คนละชนิด มีแหล่งที่มาและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน จึงทำให้ทองคำ (เหลือง) และแพลตินั่มหรือทองคำขาว มีฮุก่มที่แตกต่างกันไปด้วย ซึ่งผมเองก็ยังไม่พบนักวิชาการท่านใดได้นำเอาแร่ทั้งสองชนิดนี้มากิยาส” (เปรียบเทียบเพื่อให้ได้ฮุก่มเดียวกัน) ดังนั้น ผู้ชายใส่แหวนที่ตัวเรือนทำมาจากทองคำขาวจึงไม่เป็นที่ต้องห้าม

 

         เมื่อผมได้อ่านบทความจึงเกิดการสงสัยขึ้นมาว่าทองคำขาวกับแพลตินั่มนั้น เป็นชื่อเดียวกันจริงหรือไม่ เพราะเคยเปิดอ่านดูในหนังสือภาษาอาหรับเกี่ยวกับการใส่ทองของผู้ชายนั้นได้ระบุชัดเจนว่าจะเป็นทองคำสีเหลืองหรือทองคำสีขาวก็ไม่สามารถสวมใส่ได้

         เมื่อได้ค้นความหมายของทองคำขาวดูก็พบว่าเป็นแร่คนละชนิดกับแพลตินั่ม และมีการนำมาใช้กันผิดบ่อยมาก ถ้าดูจากชื่อภาษาอังกฤษ คำว่า Gold แปลว่า ทองคำ (ไม่ใช่ทองเฉยๆ) เป็นธาตุชนิดหนึ่ง ดังนั้นถ้า White Gold ก็คือทองคำขาว ซึ่งเป็นทองคำเจือโลหะอื่นให้มีสีขาวและมีเปอร์เซ็นต์ทองต่ำลง ส่วน แพลตินั่ม ก็เป็นธาตุอีกชนิดหนึ่งเป็นโลหะมีค่า มีราคาแพงกว่าทองซะอีก

 

     สำหรับพจนานุกรมก็บัญญัติไว้เหมือนกัน ดังนี้

 

1.  : ทองคำขาว

     นิยาม : โลหะเจือชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นของแข็งสีเงินเป็นเงางาม บุให้เป็นแผ่น หรือรีดให้เป็นเส้นลวดได้ ประกอบด้วยทองคำเจือโลหะอื่น เช่น เงิน นิกเกิล สังกะสี แพลเลเดียม เพื่อให้ได้สีเงินคล้ายแพลทินัม มักใช้ทำเครื่องรูปพรรณ

 

2.  : ทองขาว

     นิยาม : โลหะสีขาวแกมเทา บุเป็นแผ่นรีดเป็นลวดได้ อาจหมายถึง โลหะนิกเกิล หรือโลหะแพลทินัม

     ดังนั้น ถ้าไม่ให้สับสน ถ้าเรียกว่า White Gold ควรหมายถึงทองคำขาว ส่วน Platinum ควรเรียกทับศัพท์ว่า แพลตินั่ม จะดีกว่าเพื่อความไม่สับสน

 

          ดังนั้น เมื่อเราได้ทราบกันเป็นที่กระจ่างชัดแล้วว่าทองคำขาวนั้นเป็นทองคำที่เจือโลหะอื่นเข้าไป เช่น เงิน นิกเกิลหรือสังกะสี เพื่อให้ได้สีเงินเงางาม ดังนั้น ฮุก่มของการสวมใส่สำหรับผู้ชายนั้น จึงเป็นที่ต้องห้าม ซึ่งต่างจากแร่แพลตินั่ม หรือทองคำขาวนั้นเป็นแร่อีกชนิดที่ไม่มีส่วนผสมเจือจางจากทองคำเลย ดังนั้น สิ่งที่ทำจากแร่แพลตินั่มนั้นสามารถสวมใส่ได้ในผู้ชาย

 

          เพื่อความกระจ่างชัดในการใส่ สมควรให้เรานั้นสอบถามอย่างละเอียดถี่ถ้วนอันเนื่องจากคำว่า ทองคำขาวนั้นถูกใช้เป็นที่แพร่หลาย ซึ่งบางคนอาจเข้าใจว่าทองคำขาวนั้นคือ แร่แพลตินั่มก็เป็นไปได้

 

          เมื่อเรามั่นใจแล้วว่าทองคำขาว คือ ทองคำที่มีส่วนผสมจากเงินและพาลาเดียมแล้ว ดังนั้น ฮุก่มของการสวมใส่นั้นก็เป็นฮุก่มเดียวกับการสวมใส่ทองซึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้สั่งห้ามไว้สำหรับผู้ชายดังที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

 

เป็นที่อนุมัติจากทองคำและผ้าไหมสำหรับผู้หญิง ในประชาชาติของฉันและเป็นที่ต้องห้ามสำหรับผู้ชาย

(บันทึกโดย อะฮฺหมัด นะซาอีย์และติรมิซีย์)

 

          ความหมายในการห้ามในที่นี้คือ ห้ามนำมาสวมใส่หรือว่านำมาใช้สอย ซึ่งเป็นข้อบังคับสำหรับผู้ชายแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ในปัจจุบันนี้วิวัฒนาการและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามามีส่วนช่วยให้การประยุกต์การประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมาย ดังเช่น ทองคำขาว, ทองชมพูหรือสิ่งอื่นๆ ซึ่งบางครั้งเราไม่สามารถทราบได้เลยว่าสิ่งดังกล่าวนั้น คือทองคำที่อัลลอฮฺได้สั่งห้ามกับเรา ดังนั้น เราควรที่จะใส่ใจก่อนการตัดสินใจว่าสิ่งที่เราจะหามาใช้มาใส่นั้นเป็นสิ่งที่อนุมัติหรือไม่ มิใช่สักแต่ว่ามันไม่ใช่ทองไม่มีสีทอง มันไม่ใช่ผ้าไหมเพราะมันไม่มันวาว เราก็ซื้อมาใส่ ซื้อมาใช้โดยที่เราไม่ได้สังเกตดูว่าสิ่งดังกล่าวนั้นมีทองคำหรือมีส่วนของไหมผสมอยู่หรือไม่ อย่างเช่น นาฬิกาทองคำขาว แหวนนากที่มีส่วนผสมของทองคำ หรือเสื้อผ้าที่มีส่วนผสมของไหมอยู่ 

 

     จะขอนำตัวอย่างจากส่วนผสมของทองมานำเสนอสักเล็กน้อย เพื่อเราจะได้รับรู้และรับทราบกันเอาไว้

 

ส่วนผสมของทองคำชนิดต่างๆ

♣ ทองคำบริสุทธิ์ 100% = 24K (Karat) Gold

♣ ทองคำ 18K 75% คือ มาตรฐานในการผลิตเครื่องประดับ เช่น นาฬิกา

♣ 18K Yellow Gold สีเหลือง ประกอบด้วย (ทอง 75% + เงิน 16% + ทองแดง 9%)

♣ 18K Pink Yellow Gold สีเหลืองอมชมพู ประกอบด้วย (ทอง 75% + เงิน 12.5% + ทองแดง 12.5%)

♣ 18K Pink Or Rose Gold สีกุหลาบ ประกอบด้วย (ทอง 75% + เงิน 9% + ทองแดง 16%)

♣ 18K Red Gold สีเหลืองอมแดง (นาก) ประกอบด้วย (ทอง 75% + เงิน 4.5% + ทองแดง 20.5%)

♣ 18K White Gold สีขาว ประกอบด้วย (ทอง 75% + เงิน 5% + พาลาเดียม 20%)

♣ 14K Yellow Gold (Light Yellow Gold) สีเหลืองอ่อน ประกอบด้วย (ทอง 58.5% + เงิน 26.5% + ทองแดง 15%)

♣ 9K Yellow Gold สีเหลือง ประกอบด้วย (ทอง 37.5% + เงิน 21% + ทองแดง 21% + พาลาเดียม 18% + สังกะสี 2.5%)

 

         เมื่อเป็นดังที่กล่าวมาแล้ว เราควรที่จะใส่ใจให้มากขึ้น หรือที่ดีแล้ว ควรออกห่างจากมันเพื่อเป็นการป้องกันตัวของเราเองจากการฝ่าฝืนในบทบัญญัติของอัลลอฮฺ หรือเพื่อป้องกันการเกิดฟิตนะฮฺขึ้นเพราะสิ่งใดก็ตามที่เป็นที่สงสัยคลุมเครือนั้น อิสลามส่งเสริมให้เรานั้นออกห่างจากมัน

 

          เป็นที่ทราบกันแล้วว่าทองคำและผ้าไหมนั้นเป็นที่ต้องห้ามสำหรับผู้ชาย แต่บางครั้งนั้นก็เป็นที่ อนุมติให้ใช้ได้ในความจำเป็นบางอย่าง เช่น นำทองคำมาอุดฟัน ครอบฟันหรือว่านำมาใช้ตามในอวัยวะภายในร่างกายของมนุษย์ ซึ่งสิ่งดังกล่าวนั้นจะไม่ทำให้เกิดสนิมขึ้น และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ในปัจจุบันนี้มีสิ่งมาทดแทนทองคำ เช่น แพลตินั่มหรือแร่ชนิดอื่นๆ ดังนั้น เมื่อมีสิ่งที่มาทดแทนแล้วก็สมควรที่เราจะออกห่างจากมัน และหันไปใช้ในสิ่งทดแทนถึงแม้จะมีราคาสูงกว่าก็ตาม

 

         แท้ที่จริงแล้ว การใช้ทองคำนั้น มิได้เป็นที่ต้องห้ามสำหรับผู้ชายเท่านั้น เพราะในบางครั้งทองคำก็ถือเป็นที่ห้ามสำหรับผู้หญิงด้วยเช่นกัน ในกรณีของการนำภาชนะที่ทำจากเงินและทองมาใช้ เช่น นำมาเป็นที่ใส่ผลไม้หรือนำมาเป็นจานข้าวหรือเป็นแก้วน้ำดื่ม สาเหตุของการห้ามใช้อันเนื่องมาจากว่า จะทำให้คนที่ยากจนขัดสนนั้นต้องเจ็บปวดจากสิ่งดังกล่าวและเป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือย

 

     มีรายงานฮะดิษจากท่านฮุซัยฟะฮฺ อิบนุ ญะมานว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

 

     “ท่านทั้งหลาย จงอย่าได้ดื่มจากภาชนะที่ทำจากทองคำและเงิน และจงอย่ารับประทานจากจานทั้งสอง แท้จริง ภาชนะทั้งสองนั้น สำหรับพวกเขาในโลกดุนยาและสำหรับพวกท่านในโลกอาคิเราะฮฺ

(บันทึกโดย อิมาม อัลบุคอรีย์และมุสลิม)

 

           จากฮะดิษข้างต้น ท่านนบีได้บอกให้เราทราบว่าการใช้ภาชนะที่ทำจากเงินและทองคำนั้นเป็นที่ต้องห้ามสำหรับพวกเราชาวมุสลิม อันเนื่องจากว่าเป็นการฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย และทำให้คนยากจนนั้นต้องเจ็บปวดหัวใจ แต่สำหรับผู้ปฏิเสธแล้ว สิ่งเหล่านั้นถือเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความยากดีมีจน ความมีบารมี พวกเขาจึงสรรหามาใช้กันในดุนยานี้

 

          เมื่อเราทราบถึงการห้ามใช้ภาชนะที่ทำด้วยเงินและทองแล้ว เราควรสำรวจดูว่าในบ้านของเราหรือญาติของเรามีใครได้นำมันมาใช้หรือไม่ หากว่ามีเราควรที่จะนำไปเก็บไว้เพราะการใช้ภาชนะที่ทำจากเงินและทองคำนั้นเป็นที่ต้องห้ามสำหรับเรา และการเก็บรักษาภาชนะดังกล่าวนี้ มิใช่เก็บไว้อย่างเดียว เราจะต้องสำรวจดูต่อว่าภาชนะดังกล่าวมีน้ำหนักของทองถึง 85 กรัม หรือ 595 กรัมจากเงินหรือไม่ หากว่ามีน้ำหนักถึงที่กล่าวมา เรานั้นจำเป็นที่จะต้องทำการจ่ายซะกาตในทุกๆ ปีอีกด้วย 

 

          ทั้งนี้อาศัยหลักฐานจากฮะดิษที่รายงานจากท่านอาลีว่า แท้จริง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า 

 

     “ไม่มีอะไรที่จะต้องจ่ายสำหรับท่าน หมายถึง ในเรื่องทองคำ จนกว่าท่านจะมี 20 ดีนาร ถ้าปรากฏว่าท่านมี 20 ดีนาร และครบกำหนดหนึ่งปีเต็มในจำนวนนี้ ให้ออกครึ่งดีนาร ส่วนที่เกินไปจากนั้นก็ให้คิดคำนวณไป และในทรัพย์สินนั้นจะยังไม่ต้องจ่ายซะกาตจนกว่าจะครบรอบปี

 

          สำหรับแม่บ้านที่มีภาชนะใส่อาหารที่มีลวดลายของทองหรือมีส่วนประกอบของทอง หากทองนั้นเป็นแค่สีทองที่ไม่ใช่ทองคำแท้ ก็ไม่มีบาปใดๆ ในการใช้ภาชนะนั้น หากแต่ว่ามีส่วนประกอบของทองคำแท้ๆ แม้แต่เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นบาปในการที่จะนำมาใช้ ดังฮะดิษ ที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า

 

บรรดาผู้ที่กิน และดื่มในภาชนะที่ทำจากเงิน แท้ที่จริงแล้วจะมีเสียงร้องของไฟนรกอยู่ในท้องของเขา

(บันทึกโดย อิมาม อัลบุคอรีย์ และมุสลิม)

 

          ฮะดิษนี้บ่งชี้ถึง การห้ามรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำจากภาชนะที่ทำจากเงิน ยิ่งกว่านั้นคือ ภาชนะที่ทำจากทอง เนื่องจากว่าในภาชนะที่ทำจากเงินนั้นเป็นที่แพร่หลายมากกว่าทองคำ ดังนั้น จึงเตือนให้เรานั้นระวังจากการใช้ภาชนะทั้งสอง เพราะหากว่าเราได้ดื่มกินจากภาชนะดังกล่าวแล้ว ไฟนรกจะเข้าไปจู่โจมในท้องของเราเสมือนเสียงของคนที่กำลังเอาน้ำกลั้วคออยู่ซึ่งจะทำให้เรานั้นเจ็บปวดตลอดเวลา 

 

          จากสิ่งที่นำมาเสนอในวันนี้ก็อยากที่จะฝากให้เรานั้นได้ทำการไตร่ตรอง และตรวจดูสิ่งที่เราได้ใช้สอยอยู่ในทุกๆ วันของเรา ไม่ว่าจะเป็นแหวน, นาฬิกา, เสื้อผ้าหรือแม้กระทั่ง ภาชนะที่ใส่อาหารนั้นว่ามันมีส่วนผสมของทองคำหรือไหมเข้ามาปะปนบ้างหรือไม่ ? หากว่ามีให้เรารีบละทิ้งและขอเตาบะฮฺต่ออัลลอฮฺเสียตั้งแต่บัดนี้เพื่อที่เราจะได้รอดพ้นจากการฝ่าฝืนต่อพระองค์และเพื่อที่เราจะได้ไม่ได้รับการลงโทษอันเจ็บปวดในวันกิยามะฮฺ

 

 

ที่มา : อนุสรณ์งานประจำปี โรงเรียนมุสลิมวิทยาคาร 18 ธันวาคม 2553