แอ่งน้ำของท่านนบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
  จำนวนคนเข้าชม  400


แอ่งน้ำของท่านนบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

 

คอเฏ็บ อับดุลสลาม เพชรทองคำ

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงสั่งใช้เราให้มีอัตตักวา คือมีความยำเกรงต่อพระองค์เพียงองค์เดียว ดังนั้น เราจึงต้องสร้างความยำเกรงต่อพระองค์ให้เกิดขึ้นในหัวใจของเราอย่างจริงจัง โดยการศึกษา แสวงหาความรู้ในเรื่องราวของบทบัญญัติศาสนา พยายามทำความเข้าใจ และนำมาสู่การปฏิบัติ ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และในขณะเดียวกัน ก็ต้องออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์ และพยายามทำให้สุดกำลังความสามารถของเรา 

          เพราะเมื่อเรายำเกรงต่อพระองค์อย่างจริงจังแล้ว พระองค์จะทรงให้ทางออกในเรื่องต่างๆแก่เรา และจะทรงให้ปัจจัยยังชีพแก่เราอย่างที่ไม่อาจคำนวณนับได้ โดยที่เราต้องแปลกใจ เพราะเราจะได้รับปัจจัยยังชีพเหล่านั้นโดยที่เราไม่คาดคิด และหากเรายำเกรงพระองค์อย่างจริงจัง พระองค์จะทรงให้เราเป็นผู้ที่รู้จักแยกแยะความจริงกับความเท็จ และจะทรงลบล้างความชั่วความผิดบาปออกจากตัวเรา จะทรงอภัยโทษให้แก่เรา แท้จริง อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาเป็นผู้โปรดปรานที่ยิ่งใหญ่

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย สิ่งหนึ่งที่มีอยู่ในวันกิยามะฮฺ และเป็นหลักศรัทธาหนึ่งของหลักอะกีดะฮฺ อัลอิสลามียะฮฺของชาวอะฮฺลุซซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺ ตามหลักฐานอัลหะดีษที่ถูกต้องในระดับมุตะวาติรก็คือ เรื่องของแอ่งน้ำ (หรือบ่อน้ำ หรือสระน้ำ)ของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม 

          ซึ่งบรรดาอุละมาอ์มีความเห็นว่ากระบวนการที่แอ่งน้ำนี้เกิดขึ้นหลังจากกระบวนการของตาชั่งความดีความชั่ว ในขณะที่อุละมาอ์บางส่วนมีความเห็นว่า กระบวนการที่แอ่งน้ำนี้เกิดขึ้นก่อนกระบวนการของตาชั่งความดีความชั่ว ..แต่ไม่ว่ากระบวนการใดจะเกิดขึ้นก่อนก็ตาม มันก็เป็นเรื่องราวของสิ่งเร้นลับ ที่เราไม่ทราบแน่ชัด แต่มันเป็นเรื่องจริงที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และเกิดก่อนกระบวนการของการวางสะพานอัศศิรอฏ เป็นเรื่องที่เราต้องเชื่อมั่นศรัทธาในการมีอยู่จริงของมัน

 

          อันเนื่องมาจากสถานการณ์ในวันกิยามะฮฺ ในระหว่างที่มนุษย์ทุกคนอยู่ในกระบวนการต่างๆของวันกิยามะฮฺ เพื่อรับการสอบสวนและพิพากษาตัดสิน ท่ามกลางความร้อนระอุ ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ความหิวกระหายเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความเมตตาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พระองค์จึงได้ประทานแอ่งน้ำให้แก่นบีทุกท่าน เพื่อให้อุมมะฮฺหรือประชาชาติของนบีแต่ละท่านได้ดื่มกิน เพื่อดับกระหาย ดับความทุกข์ร้อนในขณะนั้น

 

          โดยที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงให้เกียรติแก่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมให้แอ่งน้ำของท่านนบีมีขนาดใหญ่ที่สุด น้ำในแอ่งน้ำของท่านนบีก็มีคุณลักษณะที่ดีเยี่ยม

 

          หลักฐาน อัลหะดีษในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์และอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอะนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมเล่าว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

«إِنَّ قَدْرَ حَوْضِي كَمَا بَيْنَ أَيْلَةَ وَصَنْعَاءَ مِنَ اليَمَنِ ، وَإِنَّ فِيهِ مِنَ الأَبَارِيقِ كَعَدَدِ نُجُومِ السَّمَاءِ»

 

     “แท้จริง แอ่งน้ำของฉันมีขนาดเท่ากับระยะทางระหว่างเมืองอัยละฮฺ (อยู่ในชาม) กับเมืองศอนอาอ์ ในยะมัน (เยเมน) (ซึ่งอยู่ไกลกันมาก) และในแอ่งน้ำนั้นจะมี كِيزَانُ ภาชนะที่ใช้ตักจำนวนมากมาย มีจำนวนเท่ากับดวงดาวบนท้องฟ้า

 

          อัลหะดีษอีกบทหนึ่งอยู่ในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์และอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ บิน อัมรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมเล่าว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

«حَوْضِي مَسِيرَةُ شَهْرٍ ، مَاؤُهُ أَبْيَضُ مِنَ اللَّبَنِ ، وَرِيحُهُ أَطْيَبُ مِنَ المِسْكِ ، وَكِيزَانُهُ كَنُجُومِ السَّمَاءِ ، مَنْ شَرِبَ مِنْهَا فَلاَ يَظْمَأُ أَبَدًا»

 

     “แอ่งน้ำของฉันนั้นมีความกว้างความยาวเทียบเท่าระยะเวลาเดินทางหนึ่งเดือน น้ำในแอ่งน้ำมีสีขาวยิ่งกว่าน้ำนม มีกลิ่นหอมยิ่งกว่าชะมดเชียง - ภาชนะที่ใช้ตักน้ำ มีจำนวนเท่ากับจำนวนดาวบนท้องฟ้า - ผู้ใดที่ได้ดื่มน้ำในแอ่งน้ำนี้แล้ว เขาจะไม่มีวันหิวกระหายอีกเลย

 

         ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ในวันกิยามะฮฺ เราซึ่งเป็นอุมมะฮฺ เป็นประชาชาติของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมจะได้เห็นแอ่งน้ำของท่านนบีที่มีขนาดใหญ่โตที่สุด แสดงว่าน้ำในแอ่งนั้นก็ต้องมีปริมาณมาก อุมมะฮฺของท่านนบีสามารถจะดื่มกินกันได้ทุกคน โดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะหมด 

     ลักษณะของน้ำในแอ่งน้ำนี้ก็คือ มีความขาวยิ่งกว่าน้ำนม มีกลิ่นหอมยิ่งกว่าชะมดเชียง บางรายงานบอกด้วยว่า وَأَحْلَى مِنَ الْعَسَلِ  มีความหวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง

 

         สำหรับภาชนะที่ใช้ตัก จะมีเป็นจำนวนมากมายประดุจจำนวนดาวบนท้องฟ้า บางหะดีษก็บอกว่า ในความมืดมิดของวันกิยามะฮฺนั้น สิ่งที่จะทำให้เกิดความสว่างไสวก็คือ ภาชนะเหล่านี้แหละ ซึ่งแสดงถึงว่า ภาชนะที่ใช้ตักนั้นมันมีจำนวนมาก หมายความว่า ใครมาถึงก็หยิบภาชนะนี้มาใช้ตักน้ำดื่มได้เลย ไม่ต้องมารอกัน ไม่ต้องมีการมาเข้าคิว เมื่อใครได้ดื่มน้ำจากแอ่งน้ำนี้แล้ว ดื่มเพียงอึกเดียว ก็จะไม่รู้สึกหิวกระหายอีกเลย จะรู้สึกสดชื่น ไปตลอดระยะเวลาของการสอบสวนอันยาวนาน

 

          บุคคลที่มีสิทธิได้ดื่มน้ำจากแอ่งน้ำนี้ก็คือ อุมมะฮฺของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ...อุมมะฮฺของท่านนบีก็รวมถึงเราทุกคนในที่นี้ด้วย ...ในวันกิยามะฮฺ ในตอนนั้น อุมมะฮฺของท่านนบีจะมุ่งมาหาท่านนบี ซึ่งท่านนบีก็จะรู้จักอุมมะฮฺของท่านด้วยร่องรอยของการอาบน้ำละหมาด พวกเขาจะอยู่ในสภาพที่ ( غُرًّا مُحَجَّلِينَ ฆุรรอนมุหัจญิลีนขาวนวลเป็นประกายจากการอาบน้ำละหมาด (แต่ถ้าใครไม่ได้อาบน้ำละหมาด ก็คงไม่มีลักษณะที่ว่านี้)

 

          อัลหะดีษในบันทึกของอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอะบูหุรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า

 

فَإِنَّهُمْ يَأْتُونَ يَوْمَ الْقِيَامَةِ غُرًّا مُحَجَّلِينَ مِنْ الْوُضُوءِ 

 

     “แท้จริง ในวันกิยามะฮ พวกเขา(ซึ่งเป็นอุมมะฮฺของฉัน) จะมาในสภาพที่พวกเขามีใบหน้าและเท้าที่ขาวนวล เป็นประกาย อันเนื่องมาจากการอาบน้ำละหมาด

 

          เมื่อพวกเขามาถึงแอ่งน้ำ พวกเขาบางคนก็ได้รับเกียรติจากท่านนบี โดยการที่ท่านนบีตักน้ำให้พวกเขาดื่มด้วยมือของท่านนบีเอง ..บางคนก็ต้องตักดื่มเอง ..บางคนไม่มีโอกาสได้ตักน้ำ ไม่มีโอกาสได้ดื่ม เพราะมีมะลาอิกะฮฺมาดึงมาลากเขา ไม่ให้ดื่มน้ำจากแอ่งน้ำนี้ เพราะอะไร ?

         อัลหะดีษในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์ และอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอะบูหุรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

"يارب، أمتي، أمتي" فيقول الله عز وجل : "إنك لا تدري ما أحدثوا بعدك" فيقول عليه الصلاة والسلام: "سُحقاً وبُعداً لمن بدّل وغير

 

     “ในวันกิยามะฮฺ จะมีอุมมะฮฺของฉันกลุ่มหนึ่งที่มุ่งหน้าเพื่อที่จะดื่มน้ำจากแอ่งน้ำนี้ แต่แล้วพวกเขาก็ถูกฉุดกระชาก ถูกกั้นไม่ให้ดื่มน้ำจากแอ่งนี้ 

     ท่านนบีจึงได้กล่าวว่าโอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ พวกเขาคืออุมมะฮฺของข้าพระองค์ ..พวกเขาคืออุมมะฮฺของข้าพระองค์” (พวกเขามีสิทธิที่จะได้ดื่มน้ำจากแอ่งน้ำนี้)

     อัลลอฮฺ อัซซะวะญัลตรัสว่า แท้จริง เจ้าไม่รู้หรอกว่า หลังจากที่เจ้า(จากไปแล้ว เสียชีวิตไปแล้ว) พวกเขาได้ประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆขึ้นมาในบทบัญญัติศาสนา

     ดังนั้น ท่านนบีจึงได้กล่าวว่า จงวิบัติ และจงออกห่างจากความเมตตาของอัลลอฮฺ สำหรับผู้ที่ทำการดัดแปลง ทำการเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติศาสนา

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย บุคคลที่มีสิทธิจะได้ดื่มน้ำจากแอ่งน้ำของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็คืออุมมะฮฺของท่านนบี .. อย่างเราๆนี่ ก็มีสิทธินะครับ ได้รับสิทธิอยู่แล้ว แต่บางคนกลับไม่มีโอกาสจะได้ดื่ม ...ลองนึกถึงสภาพของความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ความร้อน ความหิวกระหายในวันกิยามะฮฺ ...เมื่อเห็นแอ่งน้ำแล้ว ก็อยากจะรีบตักน้ำดื่มดับกระหาย ดับความเหน็ดเหนื่อย แต่กลับถูกกีดกันทุกอย่าง สาเหตุที่ถูกกีดกันก็เพราะไปทำการดัดแปลง ทำการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติศาสนา คิดค้น ทำอิบาดะฮฺใหม่ๆขึ้นมาในศาสนาตามอำเภอใจ โดยที่ท่านนบีไม่ได้ทำเป็นแบบอย่างเอาไว้ พูดอีกอย่างก็คือ ทำบิดอะฮฺ

 

          ดังนั้น เรื่องของบิดอะฮฺไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะมันมีผลในวันกิยามะฮฺ ...ในดุนยานี้ เราอาจจะไม่เห็นถึงผลร้าย เพราะเราก็คิดว่ามันเป็นเรื่องดี ทำของดีๆ มันจะไม่ดีได้ยังไง แต่ที่ถูกต้องแล้ว หลักพื้นฐานในเรื่องอิบาดะฮฺและเรื่องอะกีดะฮฺ ก็คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำจะต้องตรงตามแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัมทุกอย่าง จะต้องมีหลักฐานให้ทำ จะมาคิดเอง ทำเองไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำต้องมีหลักฐานยืนยันให้ทำ 

 

          คำพูดที่ว่า อะไรก็ตามที่ท่านนบี ไม่ได้ห้ามก็สามารถทำได้ หลักคิดอย่างนี้ไม่ถูกต้องตามหลักอะกีดะฮฺ อัลอิสลามียะฮฺ ที่ถูกต้องของชาวอะฮฺลุซซุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ ลองคิดดูว่า อย่างในเรื่องของการละหมาดวันศุกร์ มีหลักฐานมากมายที่ยืนยันว่า การละหมาดวันศุกร์ทำเพียง 2 เราะกะอะฮฺเท่านั้น แล้วเราก็ละหมาดอย่างนี้มาตั้งแต่เล็กจนโต แต่ถ้าหากมีคนไปละหมาดวันศุกร์ 4 เราะกะอะฮฺ แล้วก็บอกว่านี่คือการทำความดี ละหมาดเราะกะอะฮฺเยอะๆดีกว่า ทำเยอะ ผลบุญจะได้เยอะ ท่านนบีไม่ได้ห้ามนี่ ไม่มีหลักฐานห้ามเลย ...อย่างนี้ เราคิดว่าเราจะทำไหม แน่นอน เราก็ไม่ทำ ...ดังนั้น บิดอะฮฺในเรื่องอื่นๆก็เช่นกัน การใช้หลักคิดว่า ท่านนบีไม่ได้ห้าม เราก็เลยทำ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ขอให้เราได้พิจารณาไตร่ตรองให้ถ้วนถี่

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย สุดท้ายนี้ ขอเน้นย้ำว่า การมีหลักอะกีดะฮฺที่ผิด ก็ถือเป็นบิดอะฮฺในด้านหลักอะกีดะฮฺ ...ถ้าทำอิบาดะฮฺที่ไม่ตรงตามแบบอย่างของท่านนบี ก็ถือเป็นบิดอะฮฺในเรื่องของบทบัญญัติศาสนา ดังนั้น เรื่องของบิดอะฮฺ เป็นเรื่องที่เราต้องออกห่าง และต้องเชิญชวนผู้คนให้ออกห่าง เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันไปถึงโลกอาคิเราะฮฺ เกี่ยวกับผลตอบแทนจากการทำบิดอะฮฺที่เราจะได้รับ 

 

         อย่างที่เราได้รับทราบในวันนี้ ก็คือ การที่เราไม่มีโอกาสได้ดื่มน้ำจากแอ่งน้ำของท่านนบีในขณะที่เรามีความต้องการน้ำเป็นอย่างมาก แล้วในวันกิยามะฮฺนั้น เราจะมีสภาพเป็นอย่างไร ลองนึกดู จึงเป็นเรื่องที่เราต้องระมัดระวังตัวเรา ต้องพยายามเรียนรู้ว่าอะไรบ้างที่เป็นบิดอะฮฺ เมื่อรู้แล้ว เข้าใจแล้ว ก็พยายามละเลิกจากการทำบิดอะฮฺ พยายามออกห่างจากสิ่งเหล่านี้ อย่าดึงดันทำ และนี่ก็คือ วิธีการหนึ่งที่เป็นการสร้างความยำเกรงให้เกิดขึ้นในหัวใจของเรา

 

     “ผู้ใดที่กระทำความดี ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม ขณะที่เขาเป็นผู้ศรัทธา ดังนั้น เรา(อัลลอฮฺ)จะให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

     และแน่นอน เรา(อัลลอฮฺ)จะตอบแทนรางวัลที่ดีๆให้แก่เขา ด้วยสิ่งที่ดียิ่งกว่าสิ่งที่พวกเขาเคยทำมาแล้วในอดีตเสียอีก” 

 

(อัลกุรอานซูเราะฮฺอันนะฮฺลฺ อายะฮฺที่ 97)