กลุ่มแรกที่ตกนรก
  จำนวนคนเข้าชม  386


กลุ่มแรกที่ตกนรก

 

คอเฏ็บ อับดุลสลาม เพชรทองคำ

 

         ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงสั่งใช้เราให้มีอัตตักวา คือมีความยำเกรงต่อพระองค์เพียงองค์เดียว ดังนั้น เราจึงต้องสร้างความยำเกรงต่อพระองค์ให้เกิดขึ้นในหัวใจของเราให้ได้ โดยการศึกษา แสวงหาความรู้ในเรื่องราวของบทบัญญัติศาสนา พยายามทำความเข้าใจ และนำมาสู่การปฏิบัติ ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และในขณะเดียวกัน ก็ต้องออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์ และพยายามทำให้สุดกำลังความสามารถของเรา เพราะเมื่อเรายำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอย่างจริงจังแล้ว เมื่อเรามีปัญหาในเรื่องอะไร พระองค์ก็จะทรงให้ทางออกแก่เรา จะทรงช่วยเหลือเรา จะประทานปัจจัยยังชีพแก่เราอย่างมากมาย จะทรงลบล้างความชั่วความผิดบาปออกจากตัวเรา จะทรงอภัยโทษให้แก่เรา จะทรงให้เราเป็นผู้ที่รู้จักแยกแยะความจริงกับความเท็จ แท้จริง อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาเป็นผู้โปรดปรานที่ยิ่งใหญ่

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย คุฏบะฮฺวันนี้ ยังคงอยู่ในเรื่องราวของกระบวนการต่างๆที่จะเกิดขึ้นในวันกิยามะฮฺ ตามที่อุละมาอ์ได้เรียบเรียงและจัดลำดับขั้นตอนไว้ 

     เมื่ออุมมะฮฺของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ดำเนินชีวิตตามแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นมุสลิมมุอ์มินที่ไม่ได้ทำบิดอะฮฺ พวกเขาจะได้รับความสดชื่น ได้รับความกระปรี้กระเปร่าจากการดื่มน้ำจากแอ่งน้ำของท่านนบี ที่ดื่มเพียงครั้งเดียว ก็จะมีความสดชื่นไปตลอด ไม่หิวกระหายอีกเลย.... 

     ในขณะที่คนอื่นๆต่างยังอยู่ในความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ต่างยังอยู่ในความหิวกระหาย ...

      กระบวนการที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ถือเป็นกระบวนการที่จะอยู่ในช่วงสุดท้ายของการรวมตัวกัน ทุ่งมะห์ชัรแล้ว อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาจะทรงไล่ต้อนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหมดไปยังนรกญะฮันนัม

    ในอัลกุรอานซูเราะฮฺมัรยัม อายะฮฺที่ 86 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

«وَنَسُوقُ الْمُجْرِمِينَ إِلَى جَهَنَّمَ وِرْدًا»

 

      “และเราจะไล่ต้อนบรรดาผู้ที่ทำความผิด (ที่เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา รวมถึงผู้ที่เป็นมุชริกีน)ไปยังนรกญะฮันนัมเป็นกลุ่มๆ ในสภาพที่(พวกเขาหิว)กระหายน้ำ

 

          บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา บรรดามุชริกีน จะเดินตามบรรดาเจว็ด บรรดารูปปั้นต่างๆ ที่พวกเขานำมาเคารพ บูชากราบไหว้ ตลอดจนสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกียรติยศชื่อเสียง อำนาจบารมี ทรัพย์สมบัติพัสถานที่พวกเขายึดถือไขว่คว้าหามาไว้ครอบครองบนโลกดุนยา โดยที่พวกเขาให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านั้นอย่างมากมาย สิ่งต่างๆเหล่านั้นจึงได้นำพวกเขาทั้งหมดไปลงในนรกเป็นกลุ่มๆ

      ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัศศ็อฟฟาต อายะฮฺที่ 22 – 23 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

«احْشُرُوا الَّذِينَ ظَلَمُوا وَأَزْوَاجَهُمْ وَمَا كَانُوا يَعْبُدُونَ، مِنْ دُونِ اللَّهِ فَاهْدُوهُمْ إِلَى صِرَاطِ الْجَحِيمِ»

 

     “จงรวบรวมบรรดาผู้อธรรมและบรรดาสหายของพวกเขา ตลอดจนสิ่งที่พวกเขานำมาเคารพสักการะ นำมาทำการอิบาดะฮฺ นอกเหนือไปจากอัลลอฮฺ ดังนั้น จงนำทางให้พวกเขาไปสู่ صِرَاطِ الْجَحِيمِ ทางของเปลวไฟนรก

 

     โดยที่พวกเขาจะเดินไปยังนรกด้วยใบหน้า ซึ่งในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัลฟุรกอน อายะฮฺที่ 34 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

     “บรรดาผู้ที่ถูกลากให้มารวมตัวกัน จะใช้ใบหน้าของพวกเขาเดินไปยังนรกญะฮันนัม พวกเขาจะอยู่ในสถานที่ที่เลว และอยู่ในการหลงทางอย่างยิ่ง

 

     บางคนอาจมีคำถามในใจว่า ผู้คนจะใช้ใบหน้าของพวกเขาเดินได้อย่างไร ?

     มาดูคำตอบในอัลหะดีษ บันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์และอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอะนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า มีชายคนหนึ่งมาถามท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า

 

يَا رَسُولَ اللَّهِ كَيْفَ يُحْشَرُ الْكَافِرُ عَلَى وَجْهِهِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ؟ قَالَ : «أَلَيْسَ الَّذِي أَمْشَاهُ عَلَى رِجْلَيْهِ فِي الدُّنْيَا ، قَادِرًا عَلَى أَنْ يُمْشِيَهُ عَلَى وَجْهِهِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ؟» (متفق عليه)

 

     “ท่านรอซูลัลลอฮฺครับ ในวันกิยามะฮฺ บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะถูกนำมารวมตัวกัน โดยพวกเขาต้องเดินด้วยใบหน้าได้อย่างไร?

     ท่านรอซูล ตอบว่า พระองค์ผู้ทรงให้พวกเขาสามารถเดินด้วยเท้าได้บนโลกดุนยานี้ จะไม่ทรงสามารถทำให้พวกเขาเดินด้วยใบหน้าในวันกิยามะฮฺได้อย่างนั้นหรือ ?

 

          นั่นก็หมายความว่า เราไม่ต้องไปมีคำถามอะไรมากหรอก ในเมื่อบนโลกดุนยานี้ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงทำให้เราสามารถใช้เท้าเดินบนโลกดุนยาได้ ในวันกิยามะฮฺ พระองค์ก็ทรงสามารถทำให้คนเราเดินด้วยใบหน้าได้ด้วยเช่นกัน 

         อย่าลืมว่า นี่คือส่วนหนึ่งของเรื่องราวเร้นลับที่เราไม่สามารถทราบในรายละเอียดของมันได้ นอกจากเรื่องที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงประสงค์จะให้เรารู้เท่านั้น เมื่อพระองค์ทรงบอกอะไร ก็ให้เชื่อให้ศรัทธาไปตามนั้น ไม่ต้องไปตั้งคำถามมาก ไม่ต้องไปสงสัยอะไร ..

           แต่ขอให้ทราบไว้เถิดว่า การเดินด้วยใบหน้านั้น ไม่ใช่การเดินอย่างสบายๆ แต่จะต้องเป็นการเดินที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด ความรวดร้าว ความต่ำต้อยอย่างแน่นอน เพราะมันคือการลงโทษ

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เมื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ตลอดจนบรรดามุชริกีนลงนรกไปทั้งหมดแล้ว .. ทุ่งมะห์ชัร ในตอนนี้ ก็จะเหลือแต่บรรดามุอ์มินกับบรรดามุนาฟิกเท่านั้น กระบวนการตอนนี้ ก็คือ กระบวนการของการแยกมุนาฟิกออกจากมุอ์มิน 

 

          เพราะว่า มุนาฟิกคือผู้ที่ถูกเรียกว่า คนกลับกลอก คนหน้าไหว้หลังหลอก คนที่เขาแสดงตัวให้ผู้คนได้เห็นรูปกายภายนอกว่า เขาเป็นมุอ์มิน เป็นผู้ศรัทธา แต่แท้จริง ภายในจิตใจของเขานั้น เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา ไม่ว่าจะปฏิเสธศรัทธาในทุกๆเรื่อง หรือปฏิเสธศรัทธาเป็นบางเรื่องก็ตาม เช่น ปฏิเสธการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ปฏิเสธการศรัทธาต่ออัลกุรอาน ปฏิเสธการศรัทธาต่อท่านนบี ปฏิเสธต่อแบบฉบับของท่านนบี ซึ่งการปฏิเสธศรัทธาในเรื่องเหล่านี้ถือเป็นนิฟ๊ากอักบัร หรือมุนาฟิกใหญ่ ที่มีความกลับกลอกในเรื่องของอะกีดะฮฺ ซึ่งมีผลทำให้ตกมุรตัด

 

          ส่วนมุนาฟิกอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า มุนาฟิกเล็ก เป็นนิฟ๊ากอัศเฆาะรฺ มีความกลับกลอกในเรื่องของการกระทำ หรือการปฏิบัติบางอย่าง ซึ่งไม่ได้ทำให้เขาตกมุรตัด ออกนอกศาสนา แต่ถือเป็นเรื่องของการทำมะอ์ศิยะฮฺ ทำบาป ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องระวังด้วยเช่นกัน เพราะถ้าเรายังคงปฏิบัติสิ่งที่เป็นเรื่องของมุนาฟิกอัศเฆาะรฺนี้อยู่เป็นประจำ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ใครเตือนอย่างไรก็ไม่ฟัง มันก็อาจจะทำให้เรากลายเป็นมุนาฟิกอักบัรได้เหมือนกัน ซึ่งการเป็นมุนาฟิกนี้ คนอื่นๆก็มักจะมองไม่เห็นถึงความกลับกลอกของเขา

 

          ในสมัยท่านนบี จะมีมุนาฟิกซึ่งผู้คนทั่วไปไม่ทราบเลยว่า เขาเป็นมุนาฟิก เพราะเขาจะแสดงตัวเหมือนมุอ์มินทุกอย่าง แม้แต่ท่านนบีก็ไม่ทราบ แต่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงบอกให้ท่านนบีได้ทราบว่ามีใครบ้างที่เป็นมุนาฟิก ซึ่งท่านนบีก็ได้บอกรายชื่อนี้แก่ ท่านหุซัยฟะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ซึ่งเป็นเศาะฮาบะฮฺท่านหนึ่งให้จดบันทึกไว้ 

          และเศาะฮาบะฮฺท่านนี้ก็ไม่ได้บอกให้ใครทราบเรื่องนี้ ท่านหุซัยฟะฮฺนี้เป็นผู้ที่ได้รับฉายานามว่า ผู้เก็บความลับของท่านนบี แม้ว่าท่านนบีจะเสียชีวิตไปแล้ว เศาะฮาบะฮฺท่านนี้ก็ไม่ได้บอกความลับนี้ให้ใครทราบ ผู้คนก็จะสังเกตเอาว่า เมื่อเวลาที่ใครเสียชีวิต แล้วเศาะฮาบะฮฺท่านนี้ไปละหมาดญะนาซะฮฺให้ ผู้คนก็จะตามไปละหมาดด้วย แต่ถ้าเศาะฮาบะฮฺท่านนี้ไม่ได้ไปละหมาดญะนาซะฮฺให้ ก็เป็นอันรู้กันว่า คนที่เสียชีวิตนั้นคือมุนาฟิก

          ดังนั้น กระบวนการในตอนนี้ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาจะทรงทำการทดสอบเพื่อแยกว่า ใครคือมุอ์มิน ใครคือมุนาฟิก ..ไม่ได้แยกเพื่อให้อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงรู้ เพราะพระองค์ทรงรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วว่า ใครเป็นมุอ์มิน ใครเป็นมุนาฟิก แต่ทรงทดสอบเพื่อให้เจ้าตัวได้ประจักษ์ในการกระทำของตัวเองว่าเป็นคนอย่างไร เป็นหลักฐานให้แก่ตัวของเขาเอง สำหรับรางวัลหรือการลงโทษที่เขาจะได้รับ

 

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

     อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาจะทรงเสด็จมายังบรรดามุอ์มินและบรรดามุนาฟิก 

     พระองค์ทรงถามพวกเขาว่า รออะไรกันหรือ ?

     พวกเขาตอบว่า เรากำลังรออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอยู่

     อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาจึงทรงเผยให้เห็นหน้าแข้งอันสูงส่งยิ่งของพระองค์ ซึ่งไม่สามารถที่จะนำสิ่งใดมาเปรียบเทียบความเหมือน หรือความคล้ายได้ (ก็หมายถึงว่า เราไม่ต้องไปจินตนาการรูปลักษณ์หน้าแข้งของพระองค์ว่าเป็นอย่างไร เมื่อพระองค์ทรงบอกว่าอย่างไร ก็ให้เชื่อให้ศรัทธาไปตามนั้น

     เมื่อบรรดามุอ์มินเห็นดังนั้น ก็จะรู้จักพระองค์ ..บรรดามุอ์มินเห็นหน้าแข้งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาที่ทรงเผยออกมา ก็ทราบทันทีว่าคืออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และจะสุญูดต่อพระองค์ทันที 

     ในขณะที่บรรดามุนาฟิกจะไม่รู้จักพระองค์ และไม่สามารถสุญูดต่อพระองค์ตามอย่างที่บรรดามุอ์มินทำได้ จะเลียนแบบสิ่งที่มุอ์มินทำ แต่ในขณะนี้มุนาฟิกไม่สามารถทำเลียนแบบได้แล้ว

 

ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัลเกาะลัม อายะฮฺที่ 42 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

يَوْمَ يُكْشَفُ عَن سَاقٍ وَيُدْعَوْنَ إِلَى السُّجُودِ فَلَا يَسْتَطِيعُونَ

 

     “วันที่หน้าแข้ง(ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา)จะถูกเผยขึ้น พวกเขา(บรรดามุนาฟิก)จะถูกเรียกให้มาสุญูด(ต่อพระองค์) แต่พวกเขาก็ไม่สามารถสุญูดได้

 

          อัลหะดีษในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์และอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอะบีสะอี๊ด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมเล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัมกล่าวว่า

 

: «يَكْشِفُ رَبُّنَا عَنْ سَاقِهِ، فَيَسْجُدُ لَهُ كُلُّ مُؤْمِنٍ وَمُؤْمِنَةٍ، فَيَبْقَى كُلُّ مَنْ كَانَ يَسْجُدُ فِي الدُّنْيَا رِيَاءً وَسُمْعَةً، فَيَذْهَبُ لِيَسْجُدَ، فَيَعُودُ ظَهْرُهُ طَبَقًا وَاحِدًا»

 

     “พระเจ้าของเราจะทรงเผยแข้งของพระองค์ เมื่อนั้น บรรดามุอ์มินทั้งชายและหญิงก็จะก้มสุญูดต่อพระองค์(ทันที) เหลือก็แต่เฉพาะผู้ที่เคยสุญูดในโลกดุนยา ที่พวกเขาสุญูดด้วยกับความโอ้อวด และต้องการชื่อเสียง (ก็หมายถึงบรรดามุนาฟิก) (ที่ในตอนนั้น) เขาก็ต้องการก้มสุญูดด้วยเหมือนกัน แต่ทว่า (เขาไม่สามารถสุญูดได้ เพราะหลังของเขาแข็งเป็นแผ่นกระดาน)”

 

          หลังจากนั้น บรรดามุอ์มินจะเดินตามอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา แล้วพระองค์ก็จะทรงวางสะพานอัศศิร็อฏ เป็นสะพานที่ทอดจากทุ่งมะห์ชัร พาดผ่านนรกญะฮันนัม ไปยังสวรรค์ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ซึ่งพระองค์จะทรงมอบแสงสว่างให้แก่บรรดามุอ์มินสำหรับใช้ในการเดินผ่านสะพาน แต่จะทรงดับแสงสว่างกับบรรดามุนาฟิก

 

         ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย นั่นก็คือในส่วนของกระบวนการที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของการรวมตัวกัน ทุ่งมะห์ชัรแล้ว ซึ่งบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาตลอดจนบรรดามุชริกีนต่างลงในนรกไปทั้งหมดเป็นพวกแรก หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นอีก คุฏบะฮฺครั้งหน้าเราคงจะได้มีโอกาสมาเรียนรู้เรื่องราวกันต่อ อินชาอัลลอฮฺ

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เรื่องของการศรัทธาต่อโลกอาคิเราะฮฺนั้น เป็นเรื่องราวเพียงบางส่วน เป็นเพียงส่วนเล็กส่วนน้อยที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงบอกให้เราทราบ แล้วท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมนำมาตักเตือนเรา เพื่อให้เราได้ทราบถึงการตอบแทนสุดท้ายที่เราจะได้รับ เพื่อให้เราได้เลือกการดำเนินชีวิตของเราบนโลกดุนยานี้ ว่าเราต้องการผลตอบแทนแบบไหน ผลตอบแทนแบบผู้ปฏิเสธศรัทธาและมุชริกีน หรือผลตอบแทนแบบมุนาฟิก หรือผลตอบแทนแบบมุอ์มิน เมื่อเราเลือกการดำเนินชีวิตแบบไหนในโลกดุนยา เราก็จะได้รับผลตอบแทนจาการเลือกของเราในโลกอาคิเราะฮฺ ดังนั้น เราต้องเลือกให้ดี

 

          สุดท้ายนี้ ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาโปรดให้เราได้เลือกการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง อันนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺ

 

«اللَّهُمَّ أَرِنَا الْحَقَّ حَقًّا، وَارْزُقْنَا اتِّبَاعَهُ، وَأَرِنَا الْبَاطِلَ بَاطِلًا، وَارْزُقْنَا اجْتنِاَبَهُ، وَلَا تَجْعَلْهُ مُلْتَبِسًا عَلَيْنَا فَنَضِلَّ، وَاجْعَلْنَا لِلْمُتَّقِينَ إِمَامًا»

 

โอ้อัลลอฮฺ โปรดให้เราเห็นความจริงเป็นความจริง และประทานให้เราได้ยึดมั่นปฏิบัติตามความจริงนั้นตลอดไป

..และโปรดให้เราเห็นความเท็จเป็นความเท็จ และประทานให้เราออกห่างจากความเท็จนั้นอย่างไกลๆ

..และโปรดอย่าให้ความเท็จนั้น สร้างความสับสนแก่เรา จนทำให้เราหลงออกจากทางอันถูกต้อง

..และโปรดทำให้เราเป็นผู้นำแก่บรรดาผู้ยำเกรง

 

 

 ( คุฏบะฮฺวันศุกร์มัสยิดดารุลอิหฺซาน บางอ้อ )