ดุอาอฺขอความช่วยเหลือ
  จำนวนคนเข้าชม  547


ความหมายดุอาอฺขอความช่วยเหลือ

 

อุมมุ อุ้ลยา แปลและเรียบเรียง

 

" يا حي يا قيوم ، برحمتك أستغيث ، أصلح لي شأني كله

، ولا تكلني إلى نفسي طرفة عين

 

โอ้ ผู้ทรงชีวิน ผู้ทรงดำรงอยู่ ข้าพระองค์วอนขอความช่วยเหลือ ด้วยพระเมตตาของพระองค์

ขอพระองค์โปรดทรงปรับปรุงแก้ไขกิจการงานทั้งมวลของข้าพระองค์

และขอพระองค์โปรดอย่าได้ทรงปล่อยทิ้งข้าพระองค์ไว้กับตัวของข้าพระองค์เอง

แม้เพียงชั่วพริบตาเดียวด้วยเถิด

 

          หมายถึง ขออัลลอฮฺ ตะอาลา โปรดทรงทำให้ทุกเรื่องราวในชีวิตของข้าพระองค์เป็นไปในทางที่ดี ไม่ว่าจะเรื่องในบ้าน เรื่องครอบครัว เพื่อนบ้าน มิตรสหาย เรื่องงาน เรื่องเรียน เรื่องในจิตใจ เรื่องสุขภาพ ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวของข้าพระองค์ ขอพระองค์โปรดทรงทำให้สิ่งเหล่านี้ดีงามและสมบูรณ์ปลอดภัยแก่ตัวของข้าพระองค์ เพราะทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนมาจากความกรุณาโปรดปรานของพระองค์ทั้งสิ้น ไม่ได้มาจากสิทธิหรือฐานะใดๆ ของผู้เป็นบ่าวเลย ด้วยเหตุนี้ ดุอาอฺจึงจบท้ายว่า

 

      : ( ولا تكلني إلى نفسي طرفة عين ) : “และขอพระองค์โปรดอย่าได้ทรงปล่อยทิ้งข้าพระองค์ไว้กับตัวของข้าพระองค์เองเลย แม้เพียงชั่วพริบตาเดียว

 

        หมายถึง อย่าได้ทรงละทิ้งข้าพระองค์ อันเนื่องมาจากความอ่อนแอไร้ความสามารถของข้าพระองค์ แม้เพียงครู่เดียว แต่โปรดทรงให้ความสุขสมบูรณ์อยู่คู่กับข้าพระองค์เป็นเนืองนิจ และขอพระองค์โปรดทรงช่วยเหลือข้าพระองค์ ด้วยพลังและความสามารถของพระองค์ เพราะแท้จริง ผู้ที่มอบหมายต่ออัลลอฮฺนั้น พระองค์จะทรงเป็นที่พอเพียงแล้วสำหรับเขา ผู้ที่ขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺ พระองค์จะทรงช่วยเหลือเขา และผู้เป็นบ่าวไม่มีทางที่จะไม่พึ่งพาอัลลอฮฺได้เลย แม้เพียงชั่วพริบตาเดียว

 

          อิมาม อิบนิ้ล ก็อยยิม ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ ได้กล่าวว่า : จุดนี้เองที่ทำให้ผู้ที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ ย่อมไม่ได้รับการปกปักษ์คุ้มครอง และผู้ที่ได้รับการรับรองย่อมจะได้รับการช่วยเหลือจุนเจือ คนที่ไม่ได้รับการปกปักษ์รักษาจะถูกกีดกันขัดขวางจากความถูกต้อง จะหลงลืมตัวเอง ลืมว่าความปรารถนาต่างๆ ในการดำรงชีพของตนต้องอาศัยพึ่งพาพระผู้เป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้ เขาจึงละเมิดและดื้อดึง ความหยาบกระด้าง แข็งกร้าวในจิตใจจึงเกิดขึ้นกับเขา

 

อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า :

 

( كلا إن الإنسان ليطغى أن رءاه استغنى )

 

มิใช่เช่นนั้น แท้จริง มนุษย์นั้นย่อมละเมิดขอบเขต เนื่องเพราะเขาคิดว่า เขานั้นพอเพียงแล้ว

(อัลอะลัก / 6) 

พระองค์ตรัสอีกว่า :

 

( فأما من أعطى واتقى وصدق بالحسنى فسنيسره لليسرى وأما من بخل واستغنى وكذب بالحسنى فسنيسره للعسرى )

 

     “สำหรับผู้ที่บริจาคและยำเกรง และเชื่อมั่นในสิ่งที่ดี เรา (อัลลอฮฺ) จะให้เขาได้รับความสะดวกง่ายดาย

     และสำหรับผู้ที่ตระหนี่และถือว่ามีพอแล้ว และปฏิเสธสิ่งที่ดีงาม เราจะให้เขาได้รับความยากลำบากอย่างง่ายดาย

(อัลลัยล์ / 6) 

          มนุษย์ที่สมบูรณ์ที่สุด คือผู้ที่ทำการอิบาดะฮฺภักดีได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด และคือผู้ที่เป็นประจักษ์พยานยืนยันอย่างหนักแน่นที่สุดถึงความปรารถนาของตนที่มีต่อพระผู้เป็นเจ้า และไม่อาจละเว้นจากการช่วยเหลือของพระองค์ได้เลย แม้เพียงชั่วพริบตาเดียว ด้วยเหตุนี้ ท่านร่อซู้ล ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม จึงวิงวอนขอดุอาอฺว่า 


(
أصلح لي شأني كله ، ولا تكلني إلى نفسي طرفة عين ولا إلى أحد من خلقك ) ،

 

     ขอพระองค์โปรดทรงปรับปรุงแก้ไขกิจการงานทั้งมวลของข้าพระองค์

     ขอพระองค์โปรดอย่าได้ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์ไว้กับตัวของข้าพระองค์เอง แม้เพียงชั่วพริบตาเดียว 

     และโปรดอย่าได้ทรงปล่อยข้าพระองค์ไว้กับใครคนใดจากปวงบ่าวของพระองค์เลย

 

يا مقلب القلوب ثبت قلبي على دينك 

     ท่านยังขอดุอาอฺ อีกว่า

     “ โอ้ พระผู้ทรงพลิกผันหัวใจทั้งหลาย ขอพระองค์โปรดทรงทำให้หัวใจของข้าพระองค์ยืนหยัดมั่นคงในศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด

 

          ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺทราบดีว่า หัวใจของท่านอยู่ในพระหัตถ์ของพระผู้ทรงเมตตา ท่านไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะบังคับหัวใจได้เลย และอัลลอฮฺเท่านั้นที่เป็นผู้พลิกผันหัวใจตามแต่ที่พระองค์ทรงประสงค์ จะไม่ใช่เช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อท่านยังอ่านดำรัสของพระองค์ที่ว่า :

 

: ( ولولا أن ثبتناك لقد كدت تركن إليهم شيئا قليلا )

 

และหากว่าเรามิได้ทำให้เจ้ายืนหยัดมั่นคงแล้ว แน่นอน เจ้าก็เกือบที่จะโน้มเอียงไปทางพวกเขาอยู่บ้างเล็กน้อย” 

(อัลอิสรออฺ /  74)

 

          ความรู้สึกถึงความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่บ่าวจะต้องพึ่งพาพระผู้เป็นเจ้าของเขานั้น ขึ้นอยู่กับระดับการรู้จักพระเจ้าของเขา ขึ้นอยู่กับความใกล้ชิดของเขาที่มีต่อพระองค์ และขึ้นอยู่กับสถานะของเขา ที่พระองค์  ( จบข้อความอิมาม อิบนิ้ล ก็อยยิม ในหนังสือฏ่อรี้กอัลฮิจร่อตัยน์” 25-26)

 

          ท่านอัลมินนาวีย์ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ กล่าวว่า : ใครก็ตามที่ยืนยันต่ออัลลอฮฺด้วยกับอัตเตาฮีด และเทิดเกรียติพระองค์ด้วยการผนึกความมุ่งมั่นไว้ที่พระองค์ มีหัวใจที่เชื่อมั่นจดจ่ออยู่กับพระองค์ เขาก็สมควรแล้วที่จะได้รับการปลดเปลื้องความทุกข์ระทมในดุนยา และได้รับความเมตตากรุณาและการยกระดับขั้นให้ในโลกอาอิเราะฮฺ (ฟิยัฎ อัลก่อดีร 3/256)  และอัลลอฮฺเท่านั้นที่ทรงรู้ดียิ่ง

 

 

 

ที่มา : https://islamqa.info/ar/109609