ผู้ศรัทธาได้ออกจากนรก
  จำนวนคนเข้าชม  84


ผู้ศรัทธาได้ออกจากนรก

 

คอเฏ็บ อับดุลสลาม เพชรทองคำ

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงสั่งใช้เราให้มีอัตตักวา คือมีความยำเกรงต่อพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ดังนั้น เราจึงต้องสร้างความยำเกรงต่อพระองค์ให้เกิดขึ้นในหัวใจของเราให้ได้ โดยการศึกษา แสวงหาความรู้ในเรื่องราวของบทบัญญัติศาสนา พยายามทำความเข้าใจ และนำมาสู่การปฏิบัติ ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และในขณะเดียวกัน ก็ต้องออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์ และพยายามทำให้สุดกำลังความสามารถของเรา

         เพราะเมื่อเรายำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอย่างจริงจังแล้ว จะทำให้เราได้รับชีวิตที่ดีงาม เมื่อเรามีปัญหาในเรื่องอะไร พระองค์ก็จะทรงให้ทางออกแก่เรา จะประทานปัจจัยยังชีพแก่เรา จะทรงลบล้างความชั่วความผิดบาปออกจากตัวเรา จะทรงอภัยโทษให้แก่เรา จะทรงให้เราเป็นผู้ที่รู้จักแยกแยะความจริงกับความเท็จ แท้จริง อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาเป็นผู้ทรงโปรดปรานที่ยิ่งใหญ่

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ในวันกิยามะฮฺ เมื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงวางสะพานอัศศิรอฏ เพื่อให้บรรดาผู้ศรัทธาต่อพระองค์ และบรรดามุนาฟิกที่พูดว่าศรัทธาต่อพระองค์เพียงลมปากได้ข้ามผ่านนรกญะฮันนัมไปสู่สวรรค์ของพระองค์นั้น ปรากฎว่า บรรดามุนาฟิกไม่สามารถข้ามผ่านสะพานอัศศิรอฏไปได้ พวกเขาตกลงไปในนรกทั้งหมด และต้องพำนักในชั้นต่ำสุดของนรกอีกด้วย (ตามที่ได้พูดไปในคุฏบะฮฺครั้งก่อน)

 

          สำหรับในส่วนของบรรดาผู้ศรัทธานั้น (ได้เคยพูดไปแล้วเกี่ยวกับอัลหะดีษที่บอกว่า..) บรรดาผู้ศรัทธาจะข้ามผ่านสะพานไปได้ ด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอะมัลศอลิหฺที่เขาได้กระทำไว้บนโลกดุนยานี้

 

          ด้วยเหตุนี้ ผู้ศรัทธาบางคนจึงข้ามสะพานไปได้อย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตาเดียวก็ถึงสวรรค์แล้ว บางคนใช้เวลาเท่ากับสายฟ้าแลบจึงจะถึง บางคนใช้เวลาดั่งลมพัด บางคนใช้เวลาเหมือนกับนกบิน บางคนใช้เวลาพอๆกับม้าที่วิ่งเร็ว บางคนสามารถข้ามไปได้อย่างปลอดภัย แต่บางคนก็ต้องถูกหนาม ถูกตะขอขีดข่วน ถูกฉกเฉี่ยว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความผิด หรือบาปที่เขาได้ทำไว้บนโลกดุนยานี้ แต่กระนั้นผู้ศรัทธาบางคนก็สามารถข้ามผ่านสะพานไปได้  แต่ผู้ศรัทธาบางคน (ตามอัลหะดีษบอกว่า وَمَكْدُوسٌ فِي نَارِ جَهَنَّمَ) ถูกผลักให้ตกลงไปในนรกญะฮันนัม

 

         ผู้ศรัทธาบางคนถูกผลักให้ตกลงไปในนรกญะฮันนัม พวกเขากลายเป็นชาวนรกอันเนื่องมาจากว่า พวกเขาได้กระทำความผิด ทำบาปใหญ่ที่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา โดยที่ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตนั้น เขาไม่ได้เตาบะฮฺตัวต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เขาจึงต้องตกลงไปในนรก เพื่อรับการลงโทษในนรกญะฮันนัมตามความผิดที่เขาได้กระทำไว้

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงจัดการอย่างไรกับบรรดาผู้ศรัทธาที่ได้กลายเป็นชาวนรก อัลหะดีษในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์ อิมามมุสลิม รายงานจากท่านอะบูหุรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

حَتَّى إِذَا فَرَغَ اللَّهُ مِنَ الْقَضَاءِ بَيْنَ الْعِبَادِ ،

 

     “เมื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงเสร็จสิ้นจากการพิพากษาตัดสินระหว่างบรรดาผู้ที่เป็นบ่าวของพระองค์แล้ว

 

وَأَرَادَ أَنْ يُخْرِجَ بِرَحْمَتِهِ مَنْ أَرَادَ مِنْ أَهْلِ النَّارِ ،

 

     และพระองค์ทรงประสงค์ที่จะนำเอาผู้ศรัทธาที่เป็นชาวนรก ออกมาจากนรกด้วยความเมตตาของพระองค์

 

أَمَرَ الْمَلَائِكَةَ أَنْ يُخْرِجُوا مِنَ النَّارِ ،

 

     พระองค์จึงมีคำสั่งแก่มะลาอิกะฮฺว่า ให้นำออกจากไฟนรก

 

مَنْ كَانَ لَا يُشْرِكُ بِاللَّهِ شَيْئًا ،

 

     ผู้ที่ไม่เคยนำสิ่งใดมาตั้งภาคีต่อพระองค์เลย

 

مِمَّنْ أَرَادَ اللَّهُ تَعَالَى أَنْ يَرْحَمَهُ مِمَّنْ يَقُولُ : لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ ،

 

     จากบรรดาผู้ศรัทธาที่อัลลอฮฺตะอาลาทรงประสงค์จะให้ความเมตตาแก่เขา ให้แก่ผู้ที่กล่าวว่า : لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ ไม่มีอิลาฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดทั้งสิ้นที่จะได้รับการอิบาดะฮฺนอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่านั้น

 

          ตามคำอธิบายของอุละมาอ์ ตรงนี้หมายความว่า ผู้ศรัทธาคนใดก็ตามที่เป็นชาวนรก เพราะได้ทำบาป ทำความผิดต่างๆ โดยที่เขาไม่เคยทำชิริกใดๆต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาเลย ไม่เคยตั้งภาคีต่อพระองค์ นั่นก็คือ เป็นผู้ที่มีเตาฮีดต่อพระองค์ ซึ่งพระองค์อาจจะทรงอภัยโทษแก่เขาในความผิดต่างๆที่เขาได้ทำไว้ โดยไม่ทรงลงโทษเขาก็ได้ หรือพระองค์อาจจะทรงลงโทษเขาในความผิดต่างๆที่เขาทำไว้ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเมตตาของพระองค์ แต่ในท้ายที่สุด พระองค์จะทรงเมตตาเขา ให้เขาได้ออกจากนรก และได้รับอนุญาตให้เข้าสวรรค์ของพระองค์

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เมื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงมีคำสั่งให้มะลาอิกะฮฺนำผู้ศรัทธาที่มีเตาฮีดออกจากนรก มะลาอิกะฮฺจะทราบได้อย่างไรว่า ชาวนรกคนไหนที่เป็นผู้มีเตาฮีด เพราะชาวนรกก็มีลักษณะไหม้เกรียมกันหมด

อัลหะดีษบอกต่อไปว่า

 

فَيَعْرِفُونَهُمْ فِي النَّارِ بِأَثَرِ السُّجُودِ تَأْكُلُ النَّارُ مِنَ ابْنِ آدَمَ ، إِلَّا أَثَرَ السُّجُودِ حَرَّمَ اللَّهُ عَلَى النَّارِ أَنْ تَأْكُلَ أَثَرَ السُّجُودِ ،

 

     “มะลาอิกะฮฺจะรู้จักผู้ศรัทธาที่เป็นชาวนรกได้ด้วยรอยสุญูดของพวกเขา (เพราะ)ไฟนรกจะกิน(ก็คือจะเผาไหม้)ลูกหลานของ(นบี)อาดัมนอกจากรอยสุญูด อัลลอฮฺ ทรงห้ามไฟนรกเผาไหม้ส่วนที่เป็นรอยสุญูด

 

     รอยสุญูด ก็คือส่วนของอวัยวะต่างๆที่แนบกับพื้นในขณะที่ละหมาด หน้าผาก ฝ่ามือทั้งสองข้าง หัวเข่าทั้งสองข้าง และเท้าทั้งสองข้าง

     เมื่อมะลาอิกะฮฺเห็นร่องรอยสุญูดที่ไม่ได้ถูกเผาไหม้ของชาวนรก ก็จะนำพวกเขาออกมาจากนรก

 

فَيُخْرَجُونَ مِنَ النَّارِ وَقَدِ امْتَحَشُوا فَيُصَبُّ عَلَيْهِمْ مَاءُ الْحَيَاةِ ، فَيَنْبُتُونَ مِنْهُ كَمَا تَنْبُتُ الْحِبَّةُ فِي حَمِيلِ السَّيْلِ

 

     “พวกเขาจะถูกนำออกมาจากไฟนรกในสภาพที่ไหม้เกรียม (นอกจากรอยสุญูด) หลังจากนั้น مَاءُ الْحَيَاةِ น้ำแห่งชีวิต จะถูกราดลงบนพวกเขา พวกเขาก็จะงอกเงยขึ้นเพราะน้ำนั้น เหมือนการงอกเงยของเมล็ดพืชในที่ดินหลังจากมีน้ำท่วม

 

         และท้ายที่สุด เขาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าสวรรค์ ซึ่งชาวสวรรค์จะเรียกผู้ศรัทธาที่เป็นชาวนรกและได้ออกจากนรกว่า ชาวญาฮันนะมียูน (ตามหลักฐานอัลหะดีษบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์)

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เรื่องราวที่นำมาเสนอข้างต้นเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยของเรื่องราวในวันกิยามะฮฺ ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงให้ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมนำมาตักเตือนเรา เพื่อที่เราจะได้ดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง ให้อยู่ในขอบเขตของบทบัญญัติศาสนา อันจะนำมาซึ่งการรอดพ้นจากไฟนรก และได้เข้าสวรรค์ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาในวันกิยามะฮฺ ซึ่งเรื่องราวในวันนี้ชี้ให้เราเห็นความสำคัญอย่างน้อยๆใน 5 เรื่อง

 

   ♣ เรื่องที่หนึ่ง ความสำคัญของการมีเตาฮีด เรื่องของเตาฮีดเป็นเรื่องที่อุละมาอ์อะฮฺลุซซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺทุกคน ต่างตักเตือนเราให้เราดำรงรักษาการมีเตาฮีด คือการมอบความเป็นพระเจ้า และมอบการอิบาดะฮฺทั้งหมดแด่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาเพียงองค์เดียวเท่านั้น ซึ่งการมีเตาฮีดคือการละทิ้งชิริกทุกประเภททุกรูปแบบ และเป็นสาเหตุให้เราได้ออกจากนรก

 

   ♣ เรื่องที่สอง ให้เราใส่ใจในเรื่องของการเตาบะฮฺตัวต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เพราะการเตาบะฮฺตัวอย่างจริงใจ อย่างบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาเพียงองค์เดียว จะทำให้เราไม่ต้องถูกลงโทษในวันกิยามะฮฺ แม้แต่บาปในเรื่องของการทำชิริก หากมีใครไปหลงทำเข้า แล้วเขาได้ทำการเตาบะฮฺตัวก่อนที่เขาจะเสียชีวิต อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาจะทรงอภัยโทษให้ แต่ถ้าเขาเสียชีวิตในขณะที่ยังทำชิริกอยู่ เขาก็จะตกนรกเป็นกลุ่มแรก

 

   ♣ เรื่องที่สาม ให้เราพยายามไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งความเมตตาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เพราะการที่คนเราจะเข้าสวรรค์ได้นั้น เนื่องมาจากความเมตตาของพระองค์เท่านั้น วิธีการก็คือ ให้เรามีความจริงใจในการเชื่อฟังและปฏิบัติตามบทบัญญัติศาสนา ตั้งใจทำให้สุดกำลังความสามารถของเรา ไม่ตั้งใจฝ่าฝืน อะไรที่ผิดพลาดพลั้งไป ก็ต้องรู้สำนึกตัวเอง และหมั่นขออิสติฆฟาร ขออภัยโทษ เตาบะฮฺตัวต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอยู่เสมอๆ

 

   ♣ เรื่องที่สี่ การละหมาดทำให้เกิดร่องรอยสุญูดที่จะไปปรากฏในวันกิยามะฮฺ ดังนั้น เราต้องทำให้ครบทุกเวลา อย่าให้ขาด พร้อมทั้งรักษาเงื่อนไขของการละหมาดให้ครบถ้วน และอยู่ในสภาพที่แต่งตัวอย่างสะอาด เรียบร้อย ดีงาม

 

   ♣ เรื่องที่ห้า เป็นการยืนยันหลักอะกีดะฮฺของอะฮฺลุซซุนนะฮฺ ซัลญะมาอะฮฺว่า ผู้ศรัทธาที่มีเตาฮีดอยู่ในหัวใจแม้เท่าเพียงเมล็ดมัสตาร์ด หรือแม้เพียงเล็กน้อย จะได้ออกจากนรก และได้รับอนุญาตให้เข้าสวรรค์ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

 

          สุดท้ายนี้ ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้โปรดให้เราเป็นผู้ที่เชื่อฟังและปฏิบัติตามบทบัญญัติศาสนาอย่างเต็มใจ ไม่ดื้อดึง ไม่ฝ่าฝืน และโปรดอภัยแก่เราในความผิดต่างๆที่เราๆได้ทำไป และโปรดประทานความเมตตาแก่เราตลอดไป อามีน

 

 

(คุฏบะฮฺวันศุกร์ มัสญิดดารุลอิหฺซาน บางอ้อ)