ได้พบพระองค์อย่างเด่นชัด
  จำนวนคนเข้าชม  421


ได้พบพระองค์อย่างเด่นชัด

 

อาบีดีณ โยธาสมุทร แปลเรียบเรียง

 

เสาที่สอง ด้านที่สาม ข้อมูลที่พูดถึงการได้พบกับพระเจ้า

 

وَفِي صَحِيحِ الْبُخَارِيِّ عَنْ عَدِيِّ بْنِ حَاتِمٍ رَضِيَ اللَّهُ عنه قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : ...وَلَيَلْقَيَنَّ اللَّهُ أَحَدَكُمْ يَوْمَ يَلْقَاهُ وليس بَيْنَهُ وَبَيْنَهُ حِجَابٌ وَلَا تُرْجُمَانٌ يترجم له فيقول: أَلَمْ أَبْعَثْ إِلَيْكَ رَسُولًا فَيُبَلِّغَكَ؟ فَيَقُولُ: بَلَى يَا رَبِّ فَيَقُولُ: أَلَمْ أُعْطِكَ مَالًا وَأُفْضِلُ عَلَيْكَ؟ فَيَقُولُ: بَلَى, فَيَنْظُرُ عَنْ يَمِينِهِ فَلَا يَرَى إِلَّا جَهَنَّمَ وَيَنْظُرُ عَنْ يَسَارِهِ فَلَا يَرَى إِلَّا جَهَنَّمَ. قَالَ عَدِيُّ بْنُ حَاتِمٍ سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِصَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ- يَقُولُ: "اتَّقُوا النَّارَ وَلَوْ بِشِقِّ تَمْرَةٍ, فَمَنْ لَمْ يَجِدْ شِقَّ تَمْرَةٍ فَبِكَلِمَةٍ طَيِّبَةٍ" ح 3595

 

     ในศ่อฮีฮุ้ลบุคอรีย์ จากรายงานของท่านอะดี้ บิน ฮาติม ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุ แจ้งว่า ทานร่อซูลุ่ลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม กล่าวว่า 

     “พวกท่านแต่ละคนจะต้องได้พบกับอัลลอฮฺแน่นอนในวันที่เขาจะได้พบพระองค์ ซึ่งระหว่างเขากับพระองค์จะไม่มีสิ่งปิดกั้นใดๆทั้งสิ้น และไม่มีล่ามที่จะมาทำหน้าที่แปลอะไรให้เขา 

     พระองค์จะทรงรับสั่งว่า ข้ามิได้ส่งทูตไปหาเจ้าให้เขาทำการแจ้งข้อมูลแก่เจ้าแล้วมิใช่หรือ

     เขาจึงกล่าวตอบว่า ใช่ครับพระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ 

     แล้วพระองค์ก็ทรงรับสั่งต่อไปว่า ข้ามิได้ประทานทรัพย์สินให้แก่เจ้าและให้ความโปรดปราณแก่เจ้าไปแล้วมิใช้หรือ

     เขาจึงกล่าวตอบว่า ใช่ครับ แล้วเขาก็มองไปทางขวาแต่เขาก็ไม่เห็นอะไรอื่นเลยนอกจากนรกญะฮันนัม และมองไปทางซ้ายแต่ก็ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากนรกญะฮันนัม

     ท่านอะดี้กล่าวว่า ผมได้ยินท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม พูดว่า 

     “พวกท่านจงพยายามปกป้องตนให้พ้นจากนรกกันเสียเถิด แม้จะด้วยกับอินทผาลัมสักเพียงซีกหนึ่งก็ตาม ส่วนใครที่หาไม่ได้แม้แต่อินทผาลัมแค่ซีกๆเดียว ก็จงใช้ให้คำๆ หนึ่งที่ดีทำหน้าที่นั้นแทนเถิด

( อั้ลบุคอรีย์)

 

ด้านที่สี่ ข้อมูลที่ระบุไว้ว่าพระเจ้า ตะอาลา ทรงปรากฏพระองค์อย่างเด่นชัด (يتجلى)

 

(.)

 

وَلِأَحْمَدَ عَنْ أَبِي مُوسَى رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ قَالَ: قَالَ رَسُولُ اللَّهِ, صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ:...., ثُمَّ يَأْتِينَا رَبُّنَا عَزَّ وَجَلَّ وَنَحْنُ عَلَى مَكَانٍ رَفِيعٍ فَيَقُولُ: مَنْ أَنْتُمْ؟ فَنَقُولُ: نَحْنُ الْمُسْلِمُونَ, فَيَقُولُ: مَا تَنْتَظِرُونَ؟ فَنَقُولُ: نَنْتَظِرُ رَبَّنَا عَزَّ وَجَلَّ, فَيَقُولُ وَهَلْ تَعْرِفُونَهُ إِنْ رَأَيْتُمُوهُ. فَنَقُولُ: نَعَمْ إِنَّهُ لَا عَدْلَ لَهُ, فَيَتَجَلَّى لَنَا ضَاحِكًا فَيَقُولُ: أَبْشِرُوا يَا مَعْشَرَ الْمُسْلِمِينَ, فَإِنَّهُ لَيْسَ مِنْكُمْ أَحَدٌ إِلَّا جَعَلْتُ فِي النَّارِ يَهُودِيًّا أَوْ نَصْرَانِيًّا مَكَانَهُ" وَفِي رِوَايَةٍ: "يَتَجَلَّى لَنَا رَبُّنَا عَزَّ وَجَلَّ ضَاحِكًا يَوْمَ الْقِيَامَةِ"

المسند /4/407 – 408 ، صحيح لغيره ( الصحيحة /2/384)

 

      ในบันทึกของท่านอิหม่ามอะฮฺหมัดจากรายงานของท่านอบีมูซา ร่อดิยั้ลลอฮูอันฮุ ระบุว่า ท่านกล่าวว่า ท่านร่อซูลุ่ลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม กล่าวว่า 

     “จากนั้นพระเจ้าของพวกเรา อั้ซซะวะญัล ก็ทรงเสด็จมา ขณะที่พวกเราอยู่กันบนที่ๆเป็นเนินสูง 

     แล้วพระองค์ก็จึงตรัสว่า พวกเจ้าคือใครกัน

     พวกเรากล่าวตอบว่า พวกเราคือชาวมุสลิมครับ 

     พระองค์จึงตรัสต่อไปว่า พวกเจ้ารออะไรกันอยู่หรือ

     พวกเราก็เลยกล่าวตอบว่า พวกเรากำลังรอพระเจ้าของพวกเรา อั้ซซะวะญัล อยู่ครับ 

     พระองค์จึงทรงรับสั่งว่า แล้วพวกเจ้าจะรู้จักพระองค์กันหรือถ้าพวกเจ้าได้เห็นพระองค์แล้ว

     พวกเราจึงกล่าวตอบว่า ครับผม เพราะว่าพระองค์นั้นไม่มีอะไรทั้งสิ้นเสมอเหมือนกับพระองค์เลยอย่างแน่นอน 

     แล้วพระองค์ก็จึงทรงปรากฏพระองค์แก่พวกเราอย่างชัดเจนในสภาพที่พระองค์ทรงหัวเราะอยู่ 

     แล้วทรงรับสั่งว่า จงดีใจกันเถิดบรรดาชาวมุสลิมทั้งหลาย เพราะไม่มีพวกเจ้าแม้แต่เพียงสักคนเดียวนอกจากว่าข้าจะได้ทำการจัดการให้คนยิวหรือคนคริสต์ได้ไปอยู่ในนรกแทนที่ของพวกเจ้าคนนั้นเรียบร้อยแล้ว

 

     ส่วนในอีกกระแสใช้ข้อความว่าพระเจ้าของพวกเรา อั้ซซะวะญัล ได้ทรงปรากฏพระองค์แก่พวกเราอย่างชัดเจนในวันกิยามะฮฺในสภาพที่พระองค์ทรงหัวเราะอยู่

 

(.)

 

في صحيح مسلم عن جَابِر بْنَ عَبْدِ اللهِ، يُسْأَلُ عَنِ الْوُرُودِ، فَقَالَ: ... فَتُدْعَى الْأُمَمُ بِأَوْثَانِهَا، وَمَا كَانَتْ تَعْبُدُ، الْأَوَّلُ فَالْأَوَّلُ، ثُمَّ يَأْتِينَا رَبُّنَا بَعْدَ ذَلِكَ، فَيَقُولُ: مَنْ تَنْظُرُونَ؟ فَيَقُولُونَ: نَنْظُرُ رَبَّنَا، فَيَقُولُ: أَنَا رَبُّكُمْ، فَيَقُولُونَ: حَتَّى نَنْظُرَ إِلَيْكَ، فَيَتَجَلَّى لَهُمْ يَضْحَكُ، قَالَ: فَيَنْطَلِقُ بِهِمْ وَيَتَّبِعُونَهُ ... (مسلم : ح 191)

 

     ในศ่อฮี้ฮฺมุสลิม จากรายงานของท่านญาบิ้ร ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุ ซึ่งท่านถูกถามถึงเหตุการณ์การข้ามผ่านนรก ท่านจึงกล่าวว่า 

     “เหล่าประชาชาติก็จะถูกเรียกมาโดยการเรียกพวกเจว็ดของแต่ละประชาชาติเหล่านั้นตลอดจนสิ่งที่แต่ละประชาชาติดังกล่าวได้ให้การสักการะกันมา เริ่มจากประชาชาติแรกแล้วไล่ลำดับถัดตามมาเรื่อยๆ 

     แล้วหลังจากนั้นพระเจ้าของพวกเราก็ทรงเสด็จมาหาพวกเรา แล้วจึงทรงรับสั่งว่า พวกเจ้ากำลังรอใครกันอยู่

     พวกเขาจึงตอบว่า พวกเรากำลังรอพระเจ้าของพวกเราอยู่ครับ 

     พระองค์จึงตรัสว่า ข้าคือพระเจ้าของพวกเจ้า 

     พวกเขาจึงพูดขึ้นว่า จนกว่าเราจะได้มองไปที่พระองค์เสียก่อนครับพระองค์ท่าน 

     แล้วพระองค์ก็ทรงปรากฏพระองค์แก่พวกเขาอย่างชัดเจนในสภาพที่พระองค์ทรงหัวเราะอยู่ 

     ท่านกล่าวว่า แล้วพระองค์ก็ทรงพาพวกเขาไป และพวกเขาก็ตามพระองค์ไป

(มุสลิม)

 

(.)

 

وَلِأَبِي قُرَّةَ عَنْ جابر رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ أَنَّهُ سَمِعَ النَّبِيَّ -صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ- يَقُولُ: "إِذَا كَانَ يَوْمُ الْقِيَامَةِ جُمِعَتِ الْأُمَمُ... فَيَقُولُ: أَتَعْرِفُونَ اللَّهَ عَزَّ وَجَلَّ إِنْ رَأَيْتُمُوهُ؟ فَيَقُولُونَ: نَعَمْ, فَيَقُولُ: وَكَيْفَ تَعْرِفُونَهُ وَلَمْ تَرَوْهُ؟ فَيَقُولُونَ: نَعْلَمُ أَنَّهُ لَا عِدْلَ لَهُ. قَالَ: فَيَتَجَلَّى تَبَارَكَ وَتَعَالَى فَيَخِرُّونَ لَهُ سُجَّدًا" ذكره ابن القيم في حادي الأرواح "ص397" من حديث جابر بسند رجاله ثقات - – محمد صبحي حلاق - )

 

     ในบันทึกของท่านอบีกุ้รเราะฮฺ จากรายงานของท่านญาบิ้ร ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุ แจ้งว่าท่านได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม พูดว่า 

     “เมื่อถึงวันกิยามะฮฺบรรดาประชาชาติทั้งหลายจะถูกให้รวมอยู่ด้วยกัน ..(กระทั่งถึงข้อความที่ว่า)... 

     พระองค์จึงทรงรับสั่งว่า พวกเจ้าจะรู้จักอัลลอฮฺ อั้ซซะวะญัล กันหรือถ้าหากพวกเจ้าได้เห็นพระองค์กันแล้ว

     พวกเขากล่าวว่า ครับ 

     พระองค์จึงตรัสว่า แล้วพวกเจ้าจะรู้จักพระองค์ได้อย่างไรกันในเมื่อพวกเจ้ายังไม่เคยเห็นพระองค์กันเลย

     แล้วพวกเขาก็กล่าวตอบว่า พวกเรารู้กันครับว่า พระองค์นั้นไม่มีอะไรทั้งสิ้นเสมอเหมือนพระองค์อย่างแน่นอน 

     ท่านกล่าวว่า แล้วพระองค์ ตะบาร่อกะวะตะอาลา ก็ทรงปรากฏพระองค์อย่างเด่นชัด แล้วพวกเขาก็จึงพากันลดตัวลงสุญูดต่อพระองค์

 

ด้านที่ห้า ข้อมูลที่ระบุว่าอัลลอฮฺทรงรับสั่งกับพ่อของท่านญาบิ้รที่ตายชะฮีด ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุมา แบบเจอกันจะๆ (كفاحاً)

 

وَلِلتِّرْمِذِيِّ عَنْ جابر رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ قَالَ: لَمَّا قُتِلَ عَبْدُ اللَّهِ بْنُ عَمْرِو بْنِ حَرَامٍ يَوْمَ أُحُدٍ قَالَ رَسُولُ اللَّهِ: "يَا جَابِرُ أَلَا أُخْبِرُكَ مَا قَالَ اللَّهُ عَزَّ وَجَلَّ لِأَبِيكَ؟ قَالَ: بَلَى قَالَ: مَا كَلَّمَ اللَّهُ عَزَّ وَجَلَّ أَحَدًا إِلَّا مِنْ وَرَاءِ حِجَابٍ, وَكَلَّمَ أَبَاكَ كِفَاحًا, فَقَالَ: يَا عَبْدِي تَمَنَّ عَلَيَّ أُعْطِكَ. قَالَ: يَا رَبِّ تُحْيِينِي فَأُقْتَلُ فِيكَ ثَانِيَةً, قَالَ: إِنَّهُ قَدْ سَبَقَ مِنِّي أَنَّهُمْ لَا يُرْجَعُونَ. قَالَ: يَا رَبِّ فَأَبْلِغْ مَنْ وَرَائِي". فَأَنْزَلَ اللَّهُ تَعَالَى هَذِهِ الْآيَةَ: {وَلَا تَحْسَبَنَّ الَّذِينَ قُتِلُوا فِي سَبِيلِ اللَّهِ أَمْوَاتًا} الْآيَةَ.

( الترمذي ح 3010، و حسن الألباني الحديث)

 

     ในบันทึกของท่านอั้ตติ้รมิซีย์ได้ระบุรายงานจากท่านญาบิ้ร ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุ ไว้ว่า ท่านกล่าวว่า เมื่อครั้งที่ท่านอับดุลลอฮฺ บิน อั้มร์ บิน ฮะรอม ถูกสังหารในวันสงครามอุฮุด 

     ท่านร่อซูลลุลลอฮฺ ได้พูดว่า ญาบิ้รจะให้ฉันบอกสิ่งที่อัลลอฮฺ อั้ซซะวะญัล ได้ตรัสกับพ่อของเธอไว้ให้เอาไหม

     ท่านญาบิ้รก็ตอบว่า เอาสิครับ 

     ท่านกล่าวว่า อัลลอฮฺ อั้ซซะวะญัล ไม่ทรงรับสั่งกับใครสักคนเลยนอกจะเป็นการรับสั่งข้างหลังสิ่งปิดกั้นเท่านั้น แต่พระองค์ทรงรับสั่งกับพ่อของเธอแบบเจอกันจะๆ 

     โดยพระองค์ได้ตรัสว่า บ่าวของข้าจงปราถนาต่อข้าสิ ข้าก็จะประทานให้เจ้า 

     เขากล่าวตอบพระองค์ว่า พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ โปรดให้ข้าพระองค์มีชีวิตขึ้นมาอีกด้วยเถิด เพื่อที่ข้าพระองค์จะได้ถูกสังหารเพื่อพระองค์ท่านอีกเป็นครั้งที่สอง 

     พระองค์ตรัสว่า มันเป็นสิ่งที่ข้าได้กำหนดไว้แล้วว่า พวกเขาจะไม่ได้กลับไปอีก 

     เขาจึงกล่าวว่า พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ ถ้าเช่นนั้นก็ขอพระองค์ได้โปรดแจ้งให้คนที่อยู่ข้างหลังข้าพระองค์ได้ทราบกันด้วยเถิด

     แล้วอัลลอฮฺตะอาลาจึงประทานอายะฮฺนี้ลงมาและพวกเจ้าอย่าได้คิดกันเป็นอันขาดว่า บรรดาคนที่ถูกสังหารในหนทางของอัลลอฮฺนั้น เป็นคนที่ตายกันไปแล้วกระทั้งจบอายะฮฺ

 

ด้านที่หก ข้อมูลที่ระบุว่าพระพักตร์ของพระเจ้าทรงประจันหน้ากับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม ตอนที่ท่านขออนุญาตเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ขอชะฟาอะฮฺ ( فَيَسْتَقْبِلُنِي وَجْهُ الْجَبَّارِ)

 

فِي حَدِيثِ أَبِي هُرَيْرَةَ: "...آخُذُ بِحَلْقَةِ بَابِ الْجَنَّةِ فَيُؤْذَنُ لِي فَيَسْتَقْبِلُنِي وَجْهُ الْجَبَّارِ جَلَّ جَلَالُهُ فَأَخِرُّ لَهُ سَاجِدًا..." ابن خزيمة في التوحيد 2/ 593 – 596، رقم 3/347، بسنده صحيح،محمد صبحي حلاق-)

 

ในฮะดี้ษของท่านอบูฮุรอยเราะฮฺ ระบุข้อความที่ว่า 

     “ฉันได้จับห่วงเคาะปะตูสวรรค์เอาไว้ แล้วฉันก็ได้รับอนุญาต แล้วพระพักตร์ของพระผู้ทรงอำนาจอันล้นพ้น อั้ซซะวะญัล ก็ทรงอยู่ประจันหน้ากับฉัน ฉันจึงลดตัวลงสุญูดต่อพระองค์

 

وصلى الله على محمد وآله وصحبه أجمعين

 

 

ข้อมูลส่วนใหญ่อ้างจาก    معارج القبول ، بتحقيق محمد صبحي حلاق