นิซฟูชะบาน ค่ำคืนหนึ่งที่อยู่ในตราชั่งจริงหรือ?
  จำนวนคนเข้าชม  227


นิซฟูชะบาน ค่ำคืนหนึ่งที่อยู่ในตราชั่งจริงหรือ?

 

เรียบเรียง ฮุซัยนฺ อัดดะซูกียฺ

แปลและเรียบเรียงโดย : บินอับดุลลอฮฺ ฎอนฎฮวียฺ

 

          มีผู้คนจำนวนมากปฏิเสธหรือไม่ยอมรับในการยึดมั่นต่อสิ่งที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงคัดเลือกและกำหนดให้ ในฤดูกาลของการทำคุณความดี และฤดูกาลแห่งการฏออัต (เชื่อฟังและเคารพภักดี) ในรอบปี ในการไม่ยอมรับนั้น เขายังคิดที่จะกระทำอิบาดะฮฺชนิดใหม่ (อุตริกรรม) ขึ้นมากแล้วยังละเมิด หรือทำสิ่งที่มันเลยขอบเขตในฤดูกาลแห่งการทำความดี ! ด้วยการคิดค้นการกระทำขึ้นมาในฤดูกาลที่คิดค้นขึ้นมาด้วย

     พวกเขาเหล่านั้นกำลังล้อเล่นอยู่กับบทบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้า พวกเขากำลังไร้มารยาทเป็น อย่างมาก พวกเขาเหล่านั้นกำลังคิดกันไปว่า สิ่งที่พวกเขากำลังทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เปล่าเลย ! พวกเขานั้นต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงกะลามุลลอฮฺ (คำดำรัสของอัลลอฮฺ) ต่างหาก พระองค์ทรงตรัสไว้ในซูเราะฮฺ อัลกิศอศ อายะฮฺที่ 68

 

     “และพระเจ้าของเจ้าทรงสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงเลือกสำหรับพวกเขาไม่มีสิทธิ์ ในการเลือก มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ และพระองค์ทรงสูงส่งจากสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคี

 

          และส่วนหนึ่งจากอุตริกรรม ที่เขาคิดค้นขึ้นมาในวันนิซฟูชะอฺบาน คือ การเจาะจง (เลือก) ถือศีลอด ในเวลากลางวัน และในค่ำคืนเดียวกัน ก็มีการละหมาด และดุอาอฺ ในรูปแบบที่เฉพาะ

 

          ความจริงแล้วในเดือนชะอฺบานนี้ โดยทั่วไปแล้วเป็นช่วงเวลาอันประเสริฐ (จะไม่มีการกำหนด วันใดในเดือนนี้ว่าเป็นวันที่ดีที่สุด) มีการสนับสนุนจากบัญญัติของพระเจ้าให้มนุษย์ประกอบอิบาดะฮฺ ประกอบคุณงามความดีให้มากๆ ในเดือนนี้ทั้งเดือน เพื่อเป็นการเตรียมตัวที่จะต้อนรับเดือนรอมฎอน อันประเสริฐ ส่วนการให้ความสำคัญในวันนิซฟูชะอฺบานเพียงอย่างเดียว ด้วยการถือศีลอดในเวลากลาวัน และละหมาดในเวลากลางคืนนั้นเป็นการกระทำที่ไม่มีการยืนยันมาจากหลักฐานที่ถูกต้อง ที่มีแบบอย่าง มาจากท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และไม่มีใครสักคนในยุคต้นๆ ของอิสลาม มีความคิดและการปฏิบัติแบบนี้มาก่อนเลย

 

     ท่านอิบนิ ตัยมียะฮฺ (ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ) ได้ให้ทัศนะไว้ว่า การเจาะจงเลือกถือศีลอดวันที่ 15 ของเดือนชะอฺบาน แต่เพียงวันเดียวนั้น ไม่มีการปฏิบัติกันมาตั้งแต่ในอดีต อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ไม่ชอบให้กระทำอีก ดังที่มีการยึดถือปฏิบัติกันอย่างเช่นในยุคนี้ ด้วยการทำอาหาร และขนมหวานและชุดแต่งกายที่สวยงาม ช่วงวันและเวลาดังกล่าวนั้นถือเป็นการอุตริกรรมที่ไม่มีพื้นฐานการกระทำมาตั้งแต่ดั้งเดิม และการที่มีผู้กล่าวกันว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เป็นเวลาที่อัลลอฮฺทรงแบ่งสันปันส่วนริสกีต่างๆ นั้นก็เช่นกัน ไม่มีการบอกกล่าวที่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นข่าวที่ถูกต้อง มาจากท่านบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

 

     ท่านอิบนุ ดุฮัยยะฮฺ : “การกระทำใดๆ ในวันและค่ำคืนของนิซฟูชะอฺบานนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของศาสนา แม้กระทั่งบรรดาผู้รายงานฮะดิษ ผู้สัจจริงที่เชื่อถือได้ ก็ไม่มีใครสักคนพูดกันหรือถ่ายทอดกันมาแม้แต่คำเดียวที่ว่าให้มีการละหมาดในค่ำคืนนั้น แต่นอกจากว่าสิ่งที่เขาอุตริขึ้นกันมานั้นเป็นการล้อเล่นต่อบัญญัติของศาสนาอิสลาม

 

     ท่านอิมามซุยูฎีย์ได้กล่าวไว้ในหนังสืออัลละอาลีอัลมัศนูอะฮฺได้พูดถึงการกระทำนี้โดยอาศัยความจากฮะดิษที่ว่าโอ้อาลีเอ๋ย! ใครที่ละหมาดในคืนนิซฟูชะอฺบาน 100 ร็อกอะฮฺ

 

          มีนักวิชาการฟิกฮฺ กลุ่มหนึ่งที่ยกฮะดิษนี้มาอ้างอิง เช่น เจ้าของหนังสืออัลเอี๊ยะฮฺยาอฺ และบุคคลอื่นรวมถึงนักวิชาการตัฟซีรก็เช่นกัน บางท่านก็ยกเอาฮะดิษต้นนี้มากล่าวอ้าง ซึ่งอันความจริงแล้ว ในการละหมาดค่ำคืนนี้ (นิซฟูชะอฺบาน) ในด้านอื่นๆ ที่ได้มีการตรวจสอบฮะดิษบทนี้ปรากฏว่าไม่ถูกต้องเป็นฮะดิษที่เมาฎัวอฺ (อุปโลกน์ขึ้นมา)

 

          ท่านอิมามชาฏิบีย์ : ได้กล่าวไว้อย่างมากมายในด้านการกระทำที่อุตริกรรม คือ การยึดมั่นในการทำอิบาดะฮฺต่างๆ โดยเฉพาะในเวลาที่ถูกเจาะจงหรือกำหนดกันไว้ โดยไม่มีบทบัญญัติมาระบุชนิด และเวลาของอิบาดะฮฺชนิดนั้นไว้อย่างชัดเจน อย่างเช่น กำหนดการถือศีลอดในวันนิซฟูชะอฺบาน และละหมาดในค่ำคืนนั้นแต่เพียงวันและค่ำคืนเดียว

 

          ที่สำคัญที่สุดเป็นการไม่เหมาะสม หรือไม่บังควรในการกำหนดอิบาดะฮฺ ชนิดใดก็ตามด้วย วันและเวลาที่ไม่ได้ระบุเอาไว้ในบัญญัติแห่งอิสลามเพราะในความจริงแล้วนั้นการกำหนดอิบาดะฮฺ ชนิดใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ วันและเวลาของอิบาดะฮฺ นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของพระผู้วางแนวทาง (อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) แต่เพียงผู้เดียวมิใช่สิทธิประการใดของผู้เป็นบ่าวเลย

 

          บรรดาผู้ปฏิบัติตามอารมณ์ และนิยมทำอิบาดะฮฺ มักจะสร้างความสับสนในพิธีกรรมเหล่านี้เข้าไปในหมู่มนุษย์ และทำบิดอะฮฺชนิดนี้ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของประชาชน (และในบางแห่ง) ยิ่งไปกว่านั้น (ในค่ำคืนนิซฟูชะอฺบาน) เขายังกระทำสิ่งอื่นๆ ขึ้นมา (พิธีกรรมต่างๆ) ที่ไม่มีที่มาแล้วอ้างกันว่ามีแบบอย่างการกระทำที่น่าเชื่อถือมาจากบรรดาศอฮาบะฮฺผู้ทรงเกียรติ

 

 

          บรรดาพวกที่ยึดการกระทำข้างต้นได้อ้างกันว่า ในคืนนิซฟูชะอฺบานนั้น กิจการงานได้ถูกจำแนกเอาไว้แล้ว พวกเขาจะอ้อนวอนต่อพระเจ้าด้วยการขอดุอาอฺ เฉพาะที่เป็นที่รู้จักกันในหมู่พวกเขาว่าดุอาอฺนิซฟูชะอฺบานโดยพวกเขาอ้างการกระทำนี้ว่า มีแบบฉบับมาจากศอฮาบะฮฺที่มีเกียรติท่านหนึ่ง คือ อับดุลลอฮฺ อิบนุ มัสอู๊ด ช่างเป็นการกล่าวอ้างที่ปราศจากความจริง ซึ่งศอฮาบะฮฺท่านนี้มิได้กระทำเช่นที่ พวกเขายกมากล่าวอ้าง

 

          และเช่นเดียวกัน พวกเขาได้อ้างว่าในคืนนิซฟูชะอฺบานนั้นตรงกับคืนที่มีบัญญัติเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกิบลัต จากบัยตุลมักดิส (ปาเลสไตน์) สู่กะอฺบะฮฺ (มักกะตุลมุกัรร่อมะฮฺ) แนวคิดแบบนี้นั้นตั้งอยู่บนความสงสัย ไม่แน่ใจ ทั้งๆ ที่มีหลักฐานอันชัดเจนที่ได้มาจากแหล่งข้อมูลที่ศอเฮี๊ยะฮฺ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจาก ท่านบัรรออฺ อิบนุ อาซิบ ว่าที่แท้จริงการเปลี่ยนแปลงกิบละฮฺนั้น หลังจากการอพยพของท่านนบี 16 หรือ 17 เดือน ดังที่มีฮะดิษ ที่บันทึกโดย ท่านอิบมามบุคอรีย์ หมายเลข 4492 ซึ่งรายงานมาจากท่านบัรรออฺ

 

     จากท่านบัรรออฺ อิบนุ อาซิบ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) ได้เล่าว่าฉันได้ร่วมละหมาดกับท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม (โดยผินหน้า) สู่บัยตุลมักดิสเป็นเวลา 16 หรือ 17 เดือนแล้วหลังจากนั้นก็ได้ ผินหน้าไปสู่กิบละฮฺ

 

        ท่านอิบนุ กอยยิม ได้กล่าวได้ในหนังสือของท่านที่ชื่อซาดุลมุอาดในอายะฮฺในซูเราะฮฺ อัลบะกอเราะฮฺ ในอายะฮฺที่ 144 ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ว่า

 

     “แท้จริง เราเห็นใบหน้าของเจ้าแหงนไปในฟากฟ้าบ่อยครั้ง แน่นอนเราจะให้เจ้าผินไปยังทิศที่ เจ้าพึงใจ ดังนั้น เจ้างจงผินใบหน้าของเจ้าไปทางมัสยิดิลฮะรอมเถิด

 

          ท่านอิบนุกอยยิม กล่าวไว้ว่า อายะฮฺ ถูกประทานลงมาหลังจากการเข้าสู่เมืองมะดีนะฮฺของท่านนบี (การอพยพ) 16 เดือน ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนสงครามบะดัร เพียงสองเดือน การอพยพของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เกิดขึ้นในเดือนร่อบีอุ้ลเอาวัล ดังนั้น เป็นไปไม่ได่ว่าจะกำหนดตายตัวว่า การเปลี่ยนแปลงทิศกิบละฮฺนั้น เกิดขึ้นในเดือนนิซฟูชะอฺบาน ถ้าลองสมมติว่ายอมรับในคำอ้างของพวกเขา (กิบละฮฺถูกเปลี่ยนในคืนนิซฟูชะอฺบาน) จะถูกต้องก็ตาม แต่ก็ไม่มีบัญญัติให้ทำการเฉลิมฉลอง (การละหมาดดุอาอฺ ถือศีลอด เลี้ยงอาหาร) ในช่วงระยะเวลาของวันนิซฟูชะอฺบาน

 

          และสุดท้ายนี้ (ที่สำคัญ) อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา นั้น ทรงให้ศาสนาของพระองค์นั้น ครบสมบูรณ์แล้ว เนี๊ยะอฺมัตของพระองค์ก็ครบสมบูรณ์แล้ ร่อซูลของพระองค์ ก็เป็นผู้บอกข่าวอันชัดเจน

          ดังนั้น ใครที่ปรารถนาหนทางสู่สวนสวรรค์ หนทางที่ดีที่สุด ก็คือทางนำที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้นำมาบอกกล่าวส่วนใครที่เลือกทางเดินอื่นจากนี้แน่นอนเขาก็จะหลงทางอย่างแน่นอน

 

     ดังนั้น โปรดพิจารณาไตร่ตรอง ดำรัสของพระองค์ ในซูเราะฮฺ อันนูร 24 : 63

 

     “ดังนั้น บรรดาผู้ที่ฝ่าฝืน คำสั่งของเขา (มุฮัมมัด) จงระวังตัวเถิดว่าเคราะห์กรรมจะเกิดขึ้นแก่พวกเขา

     หรือว่าการลงโทษอันเจ็บปวดจะเกิดขึ้นแก่พวกเขาเช่นกัน

 

 

 

 

ที่มา : อนุสรณ์งานประจำปี โรงเรียนมุสลิมวิทยาคาร 18 ธันวาคม 2553