อากาศที่ร้อนรุ่มกับการถือศีลอด
  จำนวนคนเข้าชม  232


อากาศที่ร้อนรุ่มกับการถือศีลอด

 

คอเฏ็บ อับดุลสลาม เพชรทองคำ

 

         ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงสั่งใช้เราให้มีอัตตักวา คือมีความยำเกรงต่อพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ดังนั้น เราจึงต้องสร้างความยำเกรงต่อพระองค์ให้เกิดขึ้นในหัวใจของเราให้ได้ โดยการศึกษา แสวงหาความรู้ในเรื่องราวของบทบัญญัติศาสนา พยายามทำความเข้าใจ และนำมาสู่การปฏิบัติ ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา โดยพยายามทำให้สุดความสามารถของเรา และในขณะเดียวกัน ก็ต้องออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์โดยสิ้นเชิง พร้อมกันนั้นก็ต้องปฏิบัติอิบาดะฮฺให้อยู่ในแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมด้วย

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ในปีฮิจญฺเราะฮฺศักราชที่ 9 อันเป็นปีก่อนปีสุดท้ายที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมจะวะฟาตหรือเสียชีวิต กษัตริย์ฮิลาคลิอุสแห่งอาณาจักรโรมได้ยกกองทัพใหญ่เพื่อหวังจะมาหยุดยั้งความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอิสลาม เมื่อท่านนบีทราบข่าว ท่านนบีก็ได้เตรียมทัพเพื่อที่จะต่อสู้กับกองทัพโรม ท่านนบียกทัพจากนครมะดีนะฮฺไปยังสถานที่ที่เรียกว่า ตะบู๊ก 

 

          แต่ปรากฏว่า เมื่อกษัตริย์โรมทราบข่าวว่าท่านนบีนำกองทัพมา กษัตริย์โรมก็รู้สึกหวั่นเกรง และยกเลิกความคิดที่จะมาบุกนครมะดีนะฮฺ แล้วก็ได้ถอนทัพกลับไป ซึ่งเหตุการณ์ในช่วงนั้น อยู่ในช่วงที่เป็นฤดูที่แห้งแล้งมาก แล้วอากาศก็ร้อนจัดมากด้วย ...เมื่อท่านนบีเรียกระดมพล ก็จะมีมุนาฟิกกลุ่มหนึ่งไม่ยอมออกไปที่ตะบู๊ก พวกเขาได้อ้างสาเหตุต่างๆนานา พวกเขาไม่ต้องการที่จะออกไปต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ พวกเขาต่างพูดกันเองว่า ดีใจที่ไม่ต้องออกไปทำสงคราม เพราะนอกจากอากาศจะร้อนแล้ว ยังอาจเสียชีวิตได้

 

          ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ อายะฮฺที่ 81 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงเล่าว่า

 

فَرِحَ الْمُخَلَّفُونَ بِمَقْعَدِهِمْ خِلَافَ رَسُولِ اللَّهِ

 

     “บรรดาผู้ที่ถูกปล่อยให้อยู่เบื้องหลัง (หมายถึงมุนาฟิกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ที่มะดีนะฮฺ พวกเขาไม่ยอมออกไปทำสงครามที่ตะบู๊ก) (พวกเขา)ดีใจที่พวกเขาได้นั่งอยู่เบื้องหลังท่านร่อซูลุลลอฮฺ (ก็คือ พวกเขาดีใจที่ได้นั่งๆนอนๆอยู่ในบ้าน ไม่ต้องออกไปทำสงครามตะบู๊กกับท่านร่อซูลุลลอฮฺ)

 

وَكَرِهُوا أَن يُجَاهِدُوا بِأَمْوَالِهِمْ وَأَنفُسِهِمْ فِي سَبِيلِ اللَّهِ

 

และพวกเขาเกลียด ในการที่พวกเขาจะต่อสู้ด้วยทรัพย์สมบัติของพวกเขา และชีวิตของพวกเขาในหนทางของอัลลอฮฺ

พวกเขาไม่อยากออกไปทำสงคราม ไม่อยากบริจาคทรัพย์สมบัติ แล้วก็เกลียดกลัวความตายด้วย ไม่อยากตาย

 

وَقَالُوا لَا تَنفِرُوا فِي الْحَرِّ ۗ

 

(พวกเขาพวกมุนาฟิก)ต่างพูดกันว่า อย่าออกไปในความร้อนเลย

เราอย่าออกไปทำสงครามเลย เพราะอากาศมันร้อนเหลือเกิน และเราก็อาจจะตายในสนามรบได้

 

قُلْ نَارُ جَهَنَّمَ أَشَدُّ حَرًّا ۚ لَّوْ كَانُوا يَفْقَهُونَ

 

(อัลลอฮฺจึงได้ทรงให้ท่านนบีมุฮัมมัด)ประกาศออกไป(ให้พวกมุนาฟิกได้ทราบ)ว่า ..

. نَارُ جَهَنَّمَ أَشَدُّ حَرًّا ۚ ไฟนรกญะฮัมนัมนั้นร้อนแรงยิ่งกว่า... لَّوْ كَانُوا يَفْقَهُونَ หากว่าพวกเขาเข้าใจ

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย มุนาฟิกคือ ผู้ที่มีความกลับกลอกในหัวใจ หัวใจของพวกเขาบิดพริ้ว พวกเขาไม่มีความรักให้กับอิสลามอย่างจริงใจ เมื่อพวกเขาถูกเรียกร้องให้ออกมาปกป้องอิสลาม พวกเขาก็อ้างเหตุผลต่างๆนานาที่จะไม่ออกไปทำสงครามปกป้องศาสนา ไม่เสียสละทรัพย์สมบัติ ไม่เสียสละชีวิตเพื่อทำสงครามญิฮาด เพราะพวกเขาไม่อยากเหนื่อย ไม่อยากออกไปเผชิญกับอากาศร้อนอบอ้าว และพวกเขากลัวความตาย แต่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงบอกว่า ที่พวกเขาบ่นๆกันว่า อากาศร้อนอบอ้าวนั้น ความจริงแล้ว ในโลกอาคิเราะฮฺ ไฟนรกนั้น มันร้อนแรงยิ่งกว่าความร้อนบนโลกดุนยามากมายนัก

 

          อัลหะดีษ ( حَسَنٌ صَحِيحٌ ) ในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์และอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอบูหุรอยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

نَارُكُمْ هَذِهِ الَّتِي يُوقِدُ بَنُو آدَمَ جُزْءٌ وَاحِدٌ مِنْ سَبْعِينَ جُزْءًا مِنْ حَرِّ جَهَنَّمَ»، قَالُوا: وَاللَّهِ إِنْ كَانَتْ لَكَافِيَةً يَا رَسُولَ اللَّهِ، قَالَ: «فَإِنَّهَا فُضِّلَتْ بِتِسْعَةٍ وَسِتِّينَ جُزْءًا كُلُّهُنَّ مِثْلُ حَرِّهَا»: "

 

     “ไฟที่มนุษย์ใช้กันอยู่(บนโลกดุนยา)นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจาก 70 ส่วนความร้อนของไฟนรกญะฮันนัม

     พวกเขา(บรรดาศ่อฮาบะฮฺ)กล่าวว่าขอสาบานต่ออัลลอฮฺ เท่าที่เป็นอยู่ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว(ร้อนมากพอแล้ว

     ท่านร่อซูลุลลอฮฺได้กล่าวว่าแท้จริงความร้อนของมัน(ในโลกอาคืเราะฮฺนั้น)จะถูกเพิ่มทวีขึ้น 69 เท่า ทุกเท่าของมันจะร้อนเหมือนกันหมด

 

          ความร้อนบนโลกดุนยา ไม่ว่าความร้อนที่มันเกิดจากอะไรก็ตาม ความร้อนจากการเผาไหม้ ความร้อนจากแสงอาทิตย์ ระดับความร้อนของมันนั้น เป็นเพียงแค่หนึ่งส่วนเท่านั้นจาก 70 ส่วนของความร้อนของไฟนรกญะฮันนัมในโลกอาคิเราะฮฺ

 

          ความร้อนบนโลกดุนยาแค่เพียงหนึ่งส่วนของความร้อนของไฟนรกญะฮันนัม เรายังมีความรู้สึกว่ามันร้อนมากแล้ว ศ่อฮาบะฮฺบอกว่า إِنْ كَانَتْ لَكَافِيَةً ที่ร้อนอยู่ตอนนี้นี่ก็ร้อนมากพอแล้ว ...ดังนั้น หากว่าเราต้องโดนความร้อนจากไฟนรกในโลกอาคิเราะฮฺที่ความร้อนของมันถูกทวีมากขึ้นถึง 69 เท่าจากที่เรารู้สึกตอนนี้ ลองมโนภาพดูว่าเราจะมีสภาพเป็นอย่างไร ?

 

          อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงบอกว่า لَّوْ كَانُوا يَفْقَهُونَ หากว่าพวกเขาเข้าใจ นั่นก็หมายความว่า หากบรรดามุนาฟิกเข้าใจ พวกเขาก็จะต้องมีอีมาน มีศรัทธาต่อพระองค์อย่างจริงใจ และเต็มใจที่จะออกไปต่อสู้สงครามญิฮาด ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ต่อสู้เพื่อปกป้องอิสลาม พวกเขาจะไม่เกลียดกลัวความตาย เพราะพวกเขาจะต้องรู้ว่า ถ้าหากพวกเขาตายในสงครามญิฮาด แน่นอน รางวัลตอบแทนที่พวกเขาจะได้รับก็คือ ได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาในความผิดต่างๆ และยังได้รับความเมตตาจากพระองค์อีกด้วย

          ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอาละอิมรอน อายะฮฺที่ 157 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

وَلَئِن قُتِلْتُمْ فِي سَبِيلِ اللَّهِ أَوْ مُتُّمْ لَمَغْفِرَةٌ مِّنَ اللَّهِ وَرَحْمَةٌ خَيْرٌ مِّمَّا يَجْمَعُونَ

 

     “และแน่นอน ถ้าหากพวกเจ้าถูกฆ่าในหนทางของอัลลอฮฺ หรือพวกเจ้าตาย(ในหนทางของพระองค์) แน่นอน การอภัยโทษและการเอ็นดูเมตตาจากอัลลอฮฺนั้นดียิ่งกว่าทุกๆสิ่งที่พวกเขาสะสมกันอยู่ (ในโลกดุนยาเสียอีก)

 

          ซึ่งการที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขานั้น มันก็หมายความว่า ในโลกอาคิเราะฮฺ พวกเขาก็ไม่ต้องถูกลงโทษในไฟนรกที่มีความร้อนมากกว่าความร้อนที่พวกเขาบ่นๆกัน ....ความร้อนบนโลกดุนยาเพียงส่วนเดียว พวกเขายังทนจะไม่ไหว แล้วไฟนรกในโลกอาคิเราะฮฺพวกเขาจะทนได้อย่างไร และการลงโทษในไฟนรกอันร้อนแรงนั้น มันยังอยู่ตลอดกาลอีกด้วย 

 

          หากว่าพวกเขาเข้าใจ พวกเขาก็จะต้องรีบออกไปช่วยเหลือในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เพราะนอกจากพวกเขาจะได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาในความผิดต่างๆแล้ว พวกเขายังได้รับความเมตตาอย่างมากมายจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และความเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ การที่พวกเขาจะได้รับที่อยู่ที่พำนักในสวรรค์ตลอดกาล สุขยิ่งกว่าบ้านที่พวกเขาหลบร้อนไม่ยอมออกไปทำสงครามญิฮาดเสียอีก 

 

         แต่เพราะพวกเขาบรรดามุนาฟิกไม่เข้าใจ พวกเขาจึงยึดเอาอารมณ์ชะฮฺวะฮฺของตัวเองเป็นเรื่องใหญ่ ทำตามอารมณ์ความต้องการของตัวเอง จึงทำให้พวกเขาอดได้ พวกเขาไม่ได้รับรางวัลตอบแทนอันดีงามนี้ หนำซ้ำกลับได้รับการลงโทษด้วยกับไฟนรกอันร้อนแรงอีกด้วย

          ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ อายะฮฺที่ 111 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุวะตะอาลาตรัสว่า

 

إِنَّ اللَّهَ اشْتَرَىٰ مِنَ الْمُؤْمِنِينَ أَنفُسَهُمْ وَأَمْوَالَهُم بِأَنَّ لَهُمُ الْجَنَّةَ ۚ يُقَاتِلُونَ فِي سَبِيلِ اللَّهِ فَيَقْتُلُونَ وَيُقْتَلُونَ ۖ وَعْدًا عَلَيْهِ حَقًّا فِي التَّوْرَاةِ وَالْإِنجِيلِ وَالْقُرْآنِ ۚ

 

     “แท้จริง อัลลอฮฺทรงซื้อแล้วจากบรรดาผู้ศรัทธา ซึ่งชีวิตของพวกเขาและทรัพย์สมบัติของพวกเขา โดยพวกเขาจะได้รับสวนสวรรค์เป็นการตอบแทน พวกเขาต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ แล้วพวกเขาก็จะฆ่าและถูกฆ่า เป็นสัญญาของพระองค์อย่างแท้จริง .. ”

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เรื่องราวที่พูดมาข้างต้น ก็คือ เรื่องราวที่นำมาให้เป็นข้อคิด ข้อเตือนใจทั้งต่อตัวผมเองและท่านทั้งหลาย ในสภาพอากาศขณะนี้ ที่เราพูดๆกันว่ามันร้อนรุ่มเหลือเกิน แต่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงบอกว่า ไฟนรกญะฮันนัมนั้นมันร้อนแรงมากกว่านี้หลายเท่า ดังนั้น หากเราไม่อยากจะประสบ ไม่อยากจะเผชิญกับไฟนรก เราจะต้องพยายามดำเนินชีวิตของเราให้อยู่บนการเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ...

     สิ่งไหนที่เป็นคำสั่งใช้ให้ปฏิบัติ เราต้องพยายามปฏิบัติให้สุดกำลังความสามารถของเรา ...

     สิ่งไหนที่เป็นคำสั่งห้าม ก็ให้เราพยายามออกห่างพร้อมทั้งไม่ปฏิบัติโดยสิ้นเชิง 

     และให้เราทำอะมัลอิบาดะฮฺทั้งหมดให้อยู่ในแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพราะการกระทำดังกล่าวนี้แหละ ที่จะเป็นเกราะป้องกันเราจากไฟนรกอันร้อนแรง

 

         ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย สำหรับในช่วงเวลาอีก 1 – 2 วันนี้ อินชาอัลลอฮฺ ที่เราจะเข้าสู่เดือนร่อมะฎอนอันประเสริฐสุดกันแล้ว สิ่งที่เราต้องเผชิญในการถือศีลอดในปีนี้ก็คือ การถือศีลอดในสภาพที่อากาศร้อนอบอ้าว ที่เราจะต้องเผชิญกับความหิวกระหายมากกว่าปกติ สำหรับใครที่ได้ถือศีลอดสุนัตมาบ้างแล้วในเดือนชะอฺบาน ก็จะสามารถปรับตัวได้ระดับหนึ่ง ...

 

          สำหรับการถือศีลอดตลอดเดือนร่อมะฎอนในท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนรุ่มนี้ จึงเป็นอะไรที่เราต้องใช้ความอดทน ต้องใช้ความศ่อบัรอย่างมากมาย ถือเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่เป็นความยากลำบาก เพราะหากเราไม่อดทนต่อความหิว ความกระหาย ก็อาจทำให้เรายอมไปกับชะฮฺวะฮฺอารมณ์ความหิวกระหายของเรา ยอมเสียศีลอด เพราะเหนื่อย เพราะหิวกระหาย ....หรือไม่ก็ เพราะเหนื่อย เพราะหิวกระหายก็อาจทำให้เราเกิดความคิดไม่ดีต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา หรือไปพูดจาหมิ่นเหม่ต่อพระองค์ อาจจะเอะอะโวยวาย ตัดพ้อต่อว่าอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ซึ่งมันอาจจะทำให้เราหลุดออกจากการเป็นผู้ศรัทธาได้ หรือเราอาจจะหงุดหงิด ไปประพฤติปฏิบัติสิ่งที่น่ารังเกียจต่างๆ ...จึงเป็นอะไรที่เราต้องใช้ความอดทนมากเป็นพิเศษในการถือศีลอดในปีนี้ ...

     ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาโปรดให้เราอดทนได้ และช่วยผ่อนคลายอากาศที่มันร้อนรุ่มนี้ให้มันเบาบางลง และให้การถือศีลอดของเราเป็นไปอย่างราบรื่น

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้บอกไว้ว่า

 

     “ผู้ใดก็ตามที่ถือศีลอดเดือนร่อมะฎอนด้วยจิตใจที่มีความเชื่อมั่นศรัทธาและหวังผลบุญตอบแทนจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เขาผู้นั้นจะได้รับการอภัยโทษบาปของเขาที่เขาได้ทำมา” 

     และ

     “ผู้ใดก็ตามที่ยืนละหมาดยามค่ำคืนร่อมะฎอน(ละหมาดกิยามุลลัยล์)ด้วยจิตใจที่มีความเชื่อมั่นศรัทธาและหวังผลบุญตอบแทนจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เขาผู้นั้นจะได้รับการอภัยโทษบาปของเขาที่เขาได้ทำมา” 

( อัลหะดีษมุตตะฟะกุนอะลัยน์ รายงานจากท่านอบูหุรอยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ

          ทั้งการถือศีลอดเดือนร่อมะฎอนและการละหมาดยามค่ำคืนร่อมะฎอนอย่างดีนั้นมีผลให้เราได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และแน่นอน เมื่อได้รับการอภัยโทษจากความผิดต่างๆ เขาก็จะรอดพ้นจากการลงโทษอันทุกข์ทรมานของไฟนรกอันร้อนแรง

 

         ดังนั้น ผู้ใดก็ตามที่เขาถือศีลอดเพราะมีความเชื่อมั่นศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอย่างแท้จริง เชื่อมั่นต่อคำสัญญาของพระองค์ และในขณะเดียวกัน เขาก็มุ่งหวัง มีความปรารถนาอยากจะได้รับรางวัลการตอบแทนจากพระองค์ การถือศีลอดในสองเงื่อนไขนี้แหละที่จะทำให้เขาได้รับการอภัยโทษในความผิดต่างๆที่เขาได้ทำมา ยกเว้นบาปใหญ่ที่เขาต้องเตาบะฮฺตัว 

         จึงขอให้เราได้มีความตั้งใจให้การถือศีลอดของเรารวมถึงการละหมาดยามค่ำคืนของเราในเดือนร่อมะฎอนนั้น เราทำเพราะเราเชื่อมั่นศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และเรามีความมุ่งมั่นปรารถนาอยากจะได้รับรางวัลการตอบแทนจากพระองค์ ขอให้การถือศีลอดและการละหมาดยามค่ำคืนของเราครบเงื่อนไขทั้งสองประการนี้ เพื่อที่เราจะได้รับการอภัยโทษจากความผิดต่างๆของเรา

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย สุดท้ายนี้ ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาโปรดให้เราทุกคนได้มีชีวิตอยู่จนเข้าสู่เดือนร่อมะฎอนในปีนี้ بَلِّغْنَا رَمَضَانَ اللَّهُمَّ และได้มีชีวิตอยู่จนครบเดือน ให้ได้มีสุขภาพที่แข็งแรง ได้ถือศีลอด ได้ทำอะมัลอิบาดะฮฺต่างๆอย่างมากมาย อันเป็นที่มาของการได้รับความเมตตา และได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เป็นเหตุผลให้เราได้รอดพ้นจากการลงโทษจากไฟนรกอันร้อนแรง และได้เข้าพำนักในสวนสวรรค์อันบรมสุขของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตลอดกาล อามีน

 

อัลกุรอานซูเราะฮฺอัซซุมัรฺ อายะฮฺที่ 10 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

﴿إِنَّمَا يُوَفَّى الصَّابِرُونَ أَجْرَهُمْ بِغَيْرِ حِسَابٍ﴾

 

แท้จริง บรรดาผู้อดทนนั้นจะได้รับรางวัลตอบแทนของพวกเขาอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องคำนวณ

( ได้รับรางวัลตอบแทนอย่างมากมายเหลือคณานับ )