สาเหตุต่างๆในการละทิ้งงานศาสนา
  จำนวนคนเข้าชม  250


บทบาทของสตรี มุสลิมะฮฺในการทำงานศาสนา(5)

โดย... ดร.มิรอม บินตฺ  ศอแหละ อัลอาติยะญ์
แปลและเรียบเรียง อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

สาเหตุต่างๆในการละทิ้งงานศาสนา

 

♣ ผูกพันอยู่กับโลกนี้

 

          สตรีมุสลิมะฮฺบางคน รับรู้สิ่งที่ตัวเองสามารถช่วยเหลือศาสนา รับรู้ความดีที่จะได้รับ แต่ทว่า การใช้ชีวิตในโลกนี้มันครอบงำ ยุ่งอยู่กับมันจนมากเกินไปเหมือนที่อัลลอฮฺทรงกล่าวถึง คุณลักษณะของมนุษย์ว่า

 

إِنَّ الْإِنسَانَ لِرَبِّهِ لَكَنُودٌ

 

แท้จริงมนุษย์เป็นผู้เนรคุณต่อพระเจ้าของเขา

 

وَإِنَّهُ عَلَى ذَلِكَ لَشَهِيدٌ

   

และแท้จริงเขาได้เป็นพยานต่อการนั้นอย่างแน่นอน

 

وَإِنَّهُ لِحُبِّ الْخَيْرِ لَشَدِيدٌ

   

และแท้จริงเขามีความหวงแหน เพราะรักในทรัพย์สมบัติ

 

 

♣ ปราถนาตำแหน่ง ชื่อเสียง

 

          บางส่วนจากผู้หญิง แสวงหาตำแหน่ง หน้าที่ การงาน ทรัพย์สิน เงินทอง ตำแหน่งทางด้านสังคม 

          ท่าน อุมัร กล่าวว่า พวกเราเป็นกลุ่มชนมีเกียรติ เนื่องด้วยอัลลอฮฺทรงยกเกียรติด้วยกับศาสนาอิสลาม ใครก็ตามแสวงหาเกียรติ นอกจากเกียรติของอัลลอฮ์  อัลลอฮ์ จะทำให้เขานั้นตกต่ำ

 

♣ สิ้นหวัง

 

     สตรีมุสลิมะฮฺ มีความสิ้นหวังในการทำงาน อันเนื่องจากความล้มเหลวในการเปลี่ยนแปลงสังคม หลังจากมีความพยายามหนึ่งครั้ง สองครั้ง

อัลลอฮฺ ทรงกล่าวว่า

 

﴿وَالَّذِينَ جَاهَدُوا فِينَا لَنَهْدِيَنَّهُمْ سُبُلَنَا وَإِنَّ اللَّهَ لَمَعَ الْمُحْسِنِينَ﴾

 

     “และบรรดาผู้ต่อสู้ดิ้นรนในทางของเราแน่นอนเราจะชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องแก่พวกเขาสู่ทางของเรา และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่ร่วมกับผู้กระทำความดีทั้งหลาย

( อังกะบูต 69)

          บางคนประสบความสำเร็จบางอย่างและล้มเหลวบางอย่าง นี้คือที่มาสกัดกั้นความหวังในการทำงานเปลี่ยนแปลงสังคม  ฉะนั้นเรากลับไปดูว่า การทำงานดะวะฮ์ของบรรดานบีเขาทำกันอย่างไร ท่านนบีนูฮ์ เผยแพร่ศาสนาอย่างไร

 

﴿وَلَقَدْ أَرْسَلْنَا نُوحًا إِلَى قَوْمِهِ فَلَبِثَ فِيهِمْ أَلْفَ سَنَةٍ إِلَّا خَمْسِينَ عَامًا﴾

 

และโดยแน่นอนเราได้ส่งนูห์ไปยังหมู่ชนของเขา และเขาได้อยู่ร่วมกับพวกเขาหนึ่งพันปีเว้นห้าสิบปี (950 ปี)”

 (อัลอังกะบูน 14)

 

﴿وَمَا عَلَى الرَّسُولِ إِلَّا الْبَلَاغُ الْمُبِينُ﴾

 

และหน้าที่ของอัลร่อซูลไม่มีอื่นใด นอกจากการเผยแพร่อันชัดแจ้ง

( นูร 54)

     แน่นอนการให้ทางนำของพระองค์นั้นย่อมอยู่ที่ความประสงค์ของพระองค์เท่านั้น

 

♣ ไม่มีความชำนาญ

 

     บางคนในหมู่สตรีมุสลิมะฮ์ ชอบและอยากทำงานศาสนา ช่วยเหลือมากมาย แต่ทว่าเธอนั้นไม่มีความรู้ความเข้าใจทางด้านศาสนาอย่างถูกต้องบางครั้งทำงานศาสนา แต่ทว่าไปทำในสิ่งที่ศาสนาห้าม ซึ่งมันค้านกัน ในสิ่งที่ทำกับความถูกต้อง

 

﴿يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آَمَنُوا لِمَ تَقُولُونَ مَا لَا تَفْعَلُونَ  كَبُرَ مَقْتًا عِندَ اللَّهِ أَن تَقُولُوا مَا لَا تَفْعَلُونَ ) 

 

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ทำไมพวกเจ้าจึงกล้าพูดในสิ่งที่พวกเจ้าไม่ปฏิบัติ 

  เป็นที่น่าเกลียดยิ่งที่อัลลอฮฺ การที่พวกเจ้าพูดในสิ่งที่พวกเจ้าไม่ปฏิบัติ

(ศอฟ 23)

 

♣ สำหรับเธอ มีข้อจำเป็น สองประการ

 

1. ปฏิบัติในสิ่งที่ศาสนาใช้และออกห่างสิ่งที่ต้องห้าม

2. ดำรงรักษาไว้ในเรื่องการส่งเสริมความดีและห้ามปรามความชั่ว

 

♣ ไม่ระวังในสิ่งที่คลุมเครือ

 

     จากท่านอบูอับดิลลาฮ นั่นคือ อัน-นุอฺมาน อิบนุ บะชีร เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ เล่าว่า: ฉันได้ยินท่านเราะสูลุลลอฮฺ กล่าวว่า

 

" إِنَّ الحَلَالَ بَيِّنٌ وَإِنَّ الحَرَامَ بَيِّنٌ ، وبَيْنَهُمَا اُمُورٌ مُشْتَبِهاتٌ ، لاَ يَعْلَمُهُنَّ كَثِيْرٌ مِنَ النَّاسِ ، فَمَنِ اتَّقَى الشُّبُهَاتِ ، فَقَدْ اِسْتَبْرَأَ لِدِيْنِهِ وَعِرْضِهِ ، وَمَنْ وَقَعَ فِيْ الشُّبُهَاتِ وَقَعَ فِيْ الحَرَامِ ، كَالرَّاعِيْ يَرْعَى حَوْلَ الحِمَى يُوْشِكُ أنْ يَرْتَعَ فِيْهِ ، أَلاَ وَإِنَّ لِكُلِّ مَلِكٍ حِمًى ، أَلاَ وَإِنَّ حِمَى اللهِ مَحَارِمُهُ ، أَلاَ وَإِنَّ فِيْ الجَسَدِ مُضْغَةً إِذَا صَلَحَتْ صلَحَ الجَسَدُ كُلُّهُ ، وَإِذَا فَسَدَتْ فَسَدَ الجَسَدُ كُلُّهُ ، أَلاَ وَهِيَ القَلْبُ

 

     “แท้จริงสิ่งที่อนุมัติ (หะลาล) นั้นชัดเจนและสิ่งที่ต้องห้าม (หะรอม) ก็ชัดเจนเช่นกัน และในระหว่างทั้งสองนั้นคือสิ่งที่คลุมเครือ ซึ่งผู้คนส่วนมากไม่รู้

     ดังนั้นผู้ใดก็ตามที่ระแวดระวังและปกป้องตัวเขาจากสิ่งที่คลุมเครือ แท้จริงเขาได้ให้ศาสนาและเกียรติของเขาใสสะอาดปลอดมลทิน 

     และใครก็ตามที่ตกอยู่ในสิ่งที่คลุมเครือ ก็เสมือนกับว่าเขาได้ตกอยู่ในสิ่งที่ต้องห้าม เปรียบดังเช่นผู้ที่เลี้ยงปศุสัตว์อยู่รอบ บริเวณเขตหวงห้าม ซึ่งมันเกือบจะเล็ดลอดเข้าไปกินในเขตหวงห้ามอยู่แล้ว 

     พึงทราบเถิดว่าทุก กษัตริย์ย่อมมีเขตหวงห้าม และพึงทราบเถิดว่า แท้จริงเขตหวงห้ามของอัลลอฮฺ คือบรรดาสิ่งต้องห้ามทั้งหลาย 

     พึงทราบเถิดว่า ในร่างกายมนุษย์นั้น มีก้อนเนื้อชิ้นหนึ่ง เมื่อมันดี ร่างกายทั้งหมดก็จะดีตามไปด้วย และถ้าหากว่ามันเสีย ร่างการทั้งหมดก็จะเสียตามไปด้วย พึงทราบเถิดว่า มันคือ หัวใจ” 

(หะดีษบันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ และมุสลิม)

 

     ท่าน อิหม่าม อิบนุดากีก กล่าวในประโยคนี้ว่า และใครก็ตามที่ตกอยู่ในสิ่งที่คลุมเครือ  จะเป็นบุคคลที่ไม่ระวังตัวออกห่างสิ่งที่คลุมเครือ เพิกเฉยต่อสิ่งที่นำไปสู่ของต้องห้าม

     นักปราช์กล่าวว่า สิ่งเล็กๆนำไปสู่เรื่องใหญ่ และ สิ่งใหญ่ก็นำไปสู่การปฏิเสธ

     บุคคลมากมายตกอยู่ในเรื่องที่คลุมเครือ นี้ถือว่าเป็นการอธรรมต่อตัวเอง รัศมีแห่งความรู้จะจางหายไป การเคร่งครัดในเรื่องต้องห้าม เวลาเขาทำไปเขาจะไม่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ต้องห้าม อันเนื่องมาจากเขานั้นไม่ใส่ใจต่อศาสนาในตัวเขาเอง

 

♣ การเร่งรีบ

 

     อัลลอฮฺ ทรงกล่าวว่า 

﴿خُلِقَ الْإِنسَانُ مِنْ عَجَلٍ﴾

 

มนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาด้วยความรีบร้อน

(อัลอัมบิยาอ์ 37)

 

          โดยธรรมชาติของมนุษย์ ชอบกระทำโดยเร่งรีบในทุกๆเรื่อง แน่นอนความสำเร็จที่ได้มานั้นต้องมีความอดทน อดกลั้น ใช้เวลาอย่าเร่งรีบกับสิ่งที่เราทำ เพราะการเร่งรีบคือ หนทางจะทำให้การงานนั้นไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

 

 

สรุป

 

          โอ้สตรีมุสลิมะฮฺ ประตูแห่งการช่วยเหลือนั้นอยู่เบื้องหน้าของพวกเธอทั้งหลาย ซึ่งถูกเปิดอยู่ จงเร่งรีบไปสู่ประตูนั้นเถิด ร่วมมือกันทำงาน อย่างเช่น วีรกรรมของคนรุ่นก่อน ท่านหญิงค่อดียะฮ์ ท่านหญิงอาอีซะฮ์ ท่านหญิงสุมัยยะฮฺ ขออัลลอฮฺทรงพอพระทัยพวกเธอด้วยเถิด

 

 

وصلِّ اللهم على نبينا محمد وعلى آله وصحبه وسلم أجمعين.